ห อ ใ น ... ใจของรูมเมท
      ช่วงปีหนึ่งของการเข้ามหาลัย ฉันต้องไปเรียนต่างจังหวัด อยู่ไกลจากครอบครัว บางคนอาจต้องอยู่นานถึง 4 ปี หรือมากกว่านั้น.. ดีที่ฉันมันแค่ปีเดียว

 แต่แรกเริ่มในใจฉัน.. แค่ปีเดียวก็รู้สึกจะขาดใจอยู่แล้ว.. เพราะฉันไม่เคยต้องไกลจากครอบครัวมาเกิน 1 อาทิตย์เลยน่ะสิ


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น มันมาถึงไวอย่างกับโกหก
ตอนแรกฉันพยายามรบเร้าพ่อตั้งนานว่าขอหอนอก
เพราะ หลายเสียงที่ได้ยินนั้น หอในไม่ได้น่าอยู่เลย..
ประเด็นหลักๆไม่ใช่เรื่องผีสางหรอก มันเป็นการเรียนและการต้องใช้พื้นที่ทำงานมากกว่า ฉันกลัวการรบกวนคนอื่นๆในห้อง ฉันอยากทำงานอย่างราบรื่น



แต่ครอบครัวเราไม่ได้คุยง่ายแบบนั้น ... เห้อ
 
ฉันใช้เวลาเตรียมใจกับการไปอยู่หอ มันรู้สึกว่านานกว่าการเข้าไปอยู่สะอีก การขนของเข้าไปแค่วันเดียวมันก็เสร็จแล้ว แต่ตัวฉันที่ต้องสถิตอยู่กับตรงนั้น
มันต้องใช้เวลาเตรียมใจนานอยู่..

สิ่งหนึ่งที่กังวลแน่นอน คือฉันไม่รู้เลยว่ารูมเมทของฉันจะเป็นใคร เธอจะนิสัยแบบไหน จะเข้ากันได้ไหม

ต้องลุ้นเอาน้ำบ่อหน้าเท่านั้นเลย.. 
(ได้แต่หวังว่าผลบุญที่มีเพียงน้อยนิดจะช่วยบ้าง)

พอเจอเพื่อนรูมเมทจริงๆ เหมือนทุกคนถูกดูด
มาอยู่ด้วยกัน ..ด้วยความเหมือนบางอย่าง..

บางทีฉันอาจจะคิดเองเออเองก็ได้ ...
แต่ก็หวังว่าลึกๆคนที่จัดห้องให้นักศึกษาอาจจะคิดมาแล้วถึงความเข้ากันได้จากประวัติที่กรอกไป
ตอนจองห้อง


ในห้องของเรามีสมาชิก 4 คน รวมตัวฉัน
ดังนั้นจะขอเล่าถึงเพื่อนรูมเมทคร่าวๆ ว่า
พวกเราเข้ากันได้เล็กน้อยยังไง

คนนึง.. อยู่คณะเดียวกับฉัน แต่คนละภาควิชา
เธอต้องอยู่ที่นี่ถึง 4 ปี เธอมักทำงานดึก บ้างก็โต้รุ่ง
ติดซีรีส์ หนัง และเธอค่อนข้างทำตัวเหมือนเด็ก
ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนผู้ดูแลตอนที่ต้องเดินกับเธอเพื่อไปคณะบ่อยๆ5555 แถมยังต้องคอยดุคอยเตือนเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก ฉันรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเพราะเขาเลยล่ะ

คนนึง.. เคยอยู่ ร.ร.มัธยมเดียวกัน คนละห้อง
และจริงๆแล้วห้องของเธอเป็นอริกับห้องฉัน.. 
แต่มันไม่ได้ส่งผลอะไรนัก เพราะพวกเราไม่ค่อยเข้าไปยุ่งกับความขัดแย้งเหล่านั้นเท่าไหร่ และเธอเองก็ไม่ค่อยสนโลกนัก มักติดอยู่ในห้วงซีรีส์ ยิ้มเล็กยิ้มน้อยอยู่คนเดียว บ้างก็ผุดหัวเราะจนเพื่อนๆในห้องเป็นงง

ส่วนคนสุดท้ายนั้นดูจะเป็นตัวการให้คนทั้งห้องคอยวุ่นวายใจ..  เธอมาจากจังหวัดบ้านเกิดของฉัน ทำให้เราคุยกันภาษาถิ่นได้ตอนที่อยู่ 2 คน และก็หลุดคุยกับเพื่อนรูมเมทคนอื่นๆซึ่งไม่เข้าใจภาษาเหล่านั้นบ้าง..

เธอเรียนคณะเดียวกับคนที่อยู่ ร.ร.มัธยมเดียวกับฉัน
พวกเธอเลยชอบคุยกันเรื่องการสอบ และอาจารย์ 
รวมถึงรุ่นพี่บางคนด้วย 

มีครั้งนึงที่ฉันกล่าวว่าเธอทำให้เพื่อนในห้องต้องวุ่นวายใจ คือการที่เธอเป็นคนเดียวในห้องที่มีแฟนแล้วแถมชอบคุยงุ้งงิ้งกับแฟนช่วงกลางคืน ดึกๆก็ยังหัวเราะออกมา แถมบางครั้งยังทะเลาะกับแฟนจนร้องห่มร้องไห้ ไม่รู้จะปลอบยังไงเลยล่ะ 

แฟนของเธอมาขอให้เพื่อนในห้องก็คือพวกเรา
ช่วยตัดสินความผิดบ้าบอประสาหนุ่มสาว 
และถ้าพวกเราไม่ช่วย ก็ขู่ว่าจะเอาไปโพสลงโซเชียวมีเดียสะด้วย ...

ฉันบอกให้เธอเลิกกับแฟนเลยมั้ย 
ถามคำถามที่ฉันเองไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดทำไม
ทั้ง 'รักเขาขนาดนั้นเลยหรอ?'
'ถ้าเขาจะทำร้ายเธอขนาดนั้นจะรักเขาลงหรอ?'
เธอกล่างปัดป้องฉัน ไม่ฟังใดๆ 
ความรักมันคงจะบังตาได้จริงๆนั่นแหละนะ..
ฉันไม่เข้าใจอะไรในตัวเธอเลยสักนิด---
แต่ถึงอย่างนั้นก็ช่วยตัดสินแบบเข้าข้างเพื่อนอยู่ดี
เพราะเธอคือคนที่อยู่ด้วยกันตรงนี้นี่นา...

แฟนเธอพูดถึงความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ
แล้วเธอก็เอาแต่พูดคำขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น
ร้องไห้ทั้งคืน ร้องจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว..

พอตื่นมาก็ตาบวม อย่างกับโดนต่อยมายังไงยังงั้น

ถ้าความรักมันทำพิษขนาดนี้ ฉันก็หวังว่าสักวันเธอจะปล่อยมันไปได้บ้าง อย่าให้มันทำร้ายเธอจนกลายเป็นแบบนี้อีกเลย..




นั่นแหละ ..ตลกที่พวกเราก็อยู่กันมาแค่ปีเดียว
แต่จริงๆฉันก็มีความรู้สึกผูกพันธ์กับพวกเขานะ
เหมือนอย่างกับว่ามันนานมาก ..
 นานจนจำไม่ได้ว่าวันแรกเป็นยังไงแล้ว

และตอนนี้ฉันกลับเป็นคนเดียวที่กลับมาเรียนที่กรุงเทพตามหลักสูตรของมหาลัย

ปล่อยให้พวกเธออยู่ที่นั่น แต่ดูเหมือนปีต่อไป
พวกเธอจะแยกห้องกันไปตามทางของตัวเองนะ

บ้างก็ไปหอนอกเพราะความสะดวกของพื้นที่
บ้างก็ไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนบ้าง

ไม่ว่ายังไงก็ขอให้พวกเธอดูแลตัวเอง
ให้สุขภาพแข็งแรง เรียนจนใน 4 ปีล่ะ

อย่าไปซักผ้าตอน 3 ทุ่มอีก..

อย่าลืมเช็ดตูดหม้อหุข้างก่อนจะต้มมาม่านะ..

อย่าห้อยหัวลงมาจากเตียงชั้น 2 ล่ะ 
เพื่อนจะขวัญเสียเอา...

แล้วก็สนใจคนรอบข้างบ้างนะ :)

ฉันคิดถึงพวกเธอจัง คิดถึงห้องของเราด้วย

#7506




SHARE
Written in this book
ฉันคือนักศึกษา
ช่วงชีวิตที่เป็นนักศึกษา ผู้หาความรู้ด้านการออกแบบมาประดับประดาศรีษะเอาไว้
Writer
Kotcha_P
Salamander
ชอบเก็บทุกอย่างมาเป็นบทเรียน คิดเล็ก คิดน้อย และไม่คิดอะไรเลย

Comments