..จุดเปลี่ยนแปลง1.. [ The Rainhight สายฝนแห่งมนตรา]
     ฉันตื่นขึ้นมาในห้องที่ดูเหมือนห้องเก็บขยะ แต่ทว่ามันไม่ใช่ มันคือห้องเก็บหนังสือเก่าๆและหยากไย่เต็มห้อง เหมือนห้องนี้จะถูกปิดตายมานาน เพิ่งมาเปิดใช้ก็วันนี้เองล่ะ ฉันพยายามปรับโทนสายตาให้มองเห็นอะไรชัดมากขึ้น เมื่อพบว่าตัวเองกำลังนอนแผ่บนโซฟาตัวเก่าที่เกราะเต็มไปด้วยฝุ่นจนแขนเสื้อฉันกลายเป็นสีเทา
   “หึยย ไรเนี่ย เดรสตัวโปรดฉันน” ฉันพูดพลางลุกขึ้นนั่งก้มมองสภาพชุดเดรสสีขาวแขนยาว สั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ประดับไปด้วยลายลูกไม้เป็นหย่อมๆ ซึ่งใส่แล้วดูเป็นผู้หญิงสวยสง่าในความคิดของฉันต้องพลันหายไป ตรงกันข้ามฉันเหมือนผู้หญิงที่ไม่ได้ผ่านการอาบน้ำเป็นเวลานานซะมากกว่า ผมเผ้ายุ่งเหยิงตามไปด้วยไรฝุ่นจับตัวเป็นก้อนๆเหมือนรังแค ผมสีดำของฉันที่เพิ่งหนีบมาตอนเช้า กลายเป็นสีขาวที่เต็มไปด้วยฝุ่น ปลายผมช๊อต.....
   “บ้าชะมัด จะพาฉันไปห้องที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรอ ห้องอื่นๆมีตั้งเยอะ งกไม่เข้าเรื่องจริงๆ” ฉันพูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิด
   “อะ..แฮ่ม..!!” เสียงกระแอมทำให้ฉันตกใจพลันคิดว่า ฉันไม่ได้อยู่ห้องนี้เพียงคนเดียว ฉันหันไปหาต้นตอของเสียงที่ดังเมื่อครู่นี้ ก็พบว่า มียัยป้ากอเรียกับ ชายอีกคนที่ฉันไม่รู้จัก ..เขาคือใคร..
เขาคนนั้นอายุราวๆ 30 ต้นๆ มีผมสีบลอนด์ส้ม ตาสีน้ำข้าว สันจมูกโด่งรับกับทรงคิ้วที่เข้มดุ ขัดกับสีผมเขาที่ดูสดใสเป็นประกาย ปากหนาอมชมพูเป็นทรงกระจับได้รูป เขาใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กับกางเกงสแล็คสีดำ ดูรวมๆแล้วเขาหล่อบาดใจฉันมาก จะว่าไปท่าทางของเขาออกจะดูภูมิฐาน คงไม่ใช่คนระดับเดียวกับฉันอย่างแน่ๆ
    “..อะแฮ่ม..!!!” ในขณะที่ฉันเผลอสำรวจดูเค้าอย่างละเอียดจนลืมตัว จนฉันสะดุ้งตัวเพราะเสียงกระแอมไอของเขาอีกครั้ง
   “(เดี๋ยวนะ เขาเห็นฉันในสภาพนี้หรอออ บ้าชะมัด ผิดที่ผิดเวลาจริ๊งพ่อคูณณ)” ฉันคิดในใจ
“ตื่นแล้วก็ดี ถ้าตื่นก็ไปทำงานได้แล้ว ทีหลังก็ช่วยดูแลตัวเองหน่อยจะได้ไม่เป็นลมเป็นเผ้าไปอีก เสียเวลางาน!!” ยัยป้ากอเรียพูดอย่างเหน็บแหนมมีเศษความห่วงใยอยู่น้อยนิด ฉันจัดเผ้าผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง ปัดเศษฝุ่นออกพอเป็นพิธี เพื่อเตรียมตัวไปทำงานต่อ พลันก้าวขาได้ก้าวเดียวเป็นต้องหยุดชะงัก
   “เดี๋ยว!...ไม่คิดจะขอบคุณและทักทายกันหน่อยเหรอ” ฉันหันไปมองหน้าเขา ก็พบว่า เขามองฉันด้้วยสายตาที่ต่้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงดังเยือก..รับรู้ถึงความน่ากลัวของเขา
เขานั่นเองที่พาฉันมาห้องนี้ ฉันพอปะติดปะต่อเรื่องราวเองได้ “ขอบคุณท่านสิยะ ยืนบื้ออยู่ได้ เขาเป็นเจ้าของที่นี่นะ” กอเรียพูดตัดบทความคิดฉัน “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...คุณ” ฉันพูดพลางจ้องหน้าเขาถามชื่อ
   “เรียกว่าผมว่า ไดโรนิค ..ไดโรนิค ออลเรนเชส ต่อไปนี้ผมจะเข้ามาบริหารที่นี่แทนคนก่อนๆ หวังว่าคงทำงานร่่วมกันได้นะครับ”
    “ค่ะ” ฉันตอบเขา
    “แล้วเธอชื่ออะไร” เขาถามฉัน ฉันทำท่าจะอ้าปากตอบ แต่ก็มีเสียงพูดแทรกขึ้นมาว่า “โหย ท่านไม่ต้องสนใจเด็กคนกะโปโลคนนี้หรอกค่า เธอเป็นแค่พนักงานจ้างชั่วคราวของที่นี่เท่า....นั้นเอง” ก่อนเจ้าตัวจะพูดอะไรมากกว่านี้ ยัยป้าก้อเรียก็หยุดชะงัก เมื่อเขายกมือเป็นเชิงห้าม ว่าอยากให้เจ้าตัวแนะนำตัวเองซะมากกว่า ป้ากอเรียเสียหน้านิดๆ เธอก้มลงและเงยหน้าขึ้นมาใหม่ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แวบนึงฉันสงสารป้ากอเรียมาก ที่โดนหักหน้า แต่อีกแวบนึงฉันก็สะใจอย่างบอกไม่ถูก
    “ฉันชื่อ เอวิก้า เดลล์ เป็นพนักงานจ้างของที่นี่ตอนนี้ทำงานได้ครบ 6 เดือนพอดีค่ะ”
   “อ้อ” นั่นคือเสียงที่ฉันได้ยินจากผู้ชายตรงหน้า
  “ทำไมถึงเป็นลม” เขาถาม
เขาอยากรู้ไปทำไมนะ ถ้าจะบอกว่า ฉันเห็นลำแสงที่ไหนไม่รู้มาพุ่งตัวฉัน จนทำให้ฉันเป็นลม เขาจะเชื่องั้นเหรอออ... หึ ฉันคิดในใจ
   “เมื่อคืนนอนน้อยอะค่ะ” ฉันโกหกหน้าด้านๆ
   “ถ้างั้นขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” ฉันรีบพูดไม่อยากยืนตรงนี้นาน กะว่าจะเข้าห้องน้ำดูสภาพตัวเองซักหน่อย
   “ก่อนไปทำงาน ก็แวะเข้าห้องน้ำซักหน่อยนะ”
อะไรกัน..เขาสังเกตฉันงั้นหรอ พูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้น เตรียมจะออกไปจากห้อง “คุณ ไดโรนิค คะ? จะเข้ามาทำงานเลยมั้ยคะ ดิฉันจะให้ยัยเอวี่..จัดเตรียมห้องนี้ไว้ให้เลย” ฉันได้ยินอย่างนั้น ฉันหูผึ่งเลย!! ..นี่ฉันต้องทำความสะอาดห้องนี้นะเหรอ..โอ้!~ตายแน่ๆ
แต่เดี๋ยวนะ.. จากที่เขาเล่าสู่กันมา~ ห้องสมุดที่นี่ เจ้าของเก่าคือ คุณเซริค เบริกไม่ใช่เหรอ หรืออีตาเนี่ยเป็นโหลนเป็นเหลนกับคุณเขากันรึไง~ฉันคิด.. ..เมื่อ 100 ปีที่แล้ว คุณเซริคได้บริจาคคฤหาสน์ของตัวเองเป็นห้องสมุดส่วนรวมของเมือง Rainhight (เรนไฮด์) และก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน..ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรเลยแทบด้วยซ้ำ.. แต่ตอนนี้ใครก็ไม่รู้มาอ้างสิทธิ์ว่าตนเป็นเจ้าของที่นี่.. ฉันเริ่มงงเป็นไก่ตาแตก สงสัยคงต้องไปหาความรู้ประวัติศาสตร์ของที่นี่สักหน่อย...
ใช่..ฉันไม่รู้อะไรกับเมืองนี้เลย ก็ฉันเพิ่งย้ายมาได้ 7 เดือนเองหนิ...แต่ก็เกือบถึงปีแล้วนะ..จะว่าไปเวลาเดินเร็วไปเหมือนกัน..รึว่าฉันเป็นไม่รู้เหนือรู้ใต้อย่างที่ใครเค้าบอกจริงๆ..+_+
“ครับ เตรียมห้องไว้เลยก็ดีเลยครับ พรุ่งนี้ผมจะมาทำงาน บอกพนักงานทุกคน ว่าพรุ่งนี้มีประชุม 9 โมงเช้า ช่วยให้ทุกคนมาตรงต่อเวลาด้วยนะครับ” แล้วเขาก็เดินออกไป..โดยไม่พูดอะไรอีก..
“เห้อ! หยิ่งชะมัด” ฉันพูดกับตัวเอง แต่น้ำเสียงของเขาเมื่อกี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาซีเรียสแค่ไหนเรื่องเวลา..ฉันรีบเดินไปห้องน้ำ ..ก็พบกับยัยกลุ่มสาระแน ขี้นินทาได้ทุกวี่ทุกเวลากำลังหัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข คงจะนินทาเรื่องที่สนุกปากอยู่ละสิ ไม่พ้นเรื่องฉันอย่างแน่ๆ...
“เป็นไงบ้าง..เอวี่ ได้ข่าวว่าเป็นลมนิ่” ดาหลิงสาวบ๊อบผมสั้นสีน้ำตาลตากลมโตถาม
“เจ้านายคนใหม่ของเรา เป็นผู้ชายใช่มั้ย หล่อป้ะแกร” นอนนี่ สาวหมวยน่ารักผมสีแดงเพลิง ถามอีกคน
“วันนี้ปวดหัว ขอไม่ตอบนะ” ฉันตัดบทแบบไม่อยากร่วมวงสนทนาด้วย ฉันเลยตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป แต่ก็ไม่วายที่จะได้ยินเสียงคนใดคนหนึ่งในกลุ่มพูดว่า “อยู่จนไม่มีใครคบแล้วนี่ ยังจะเล่นตัวอีก” แล้วพวกนั้นก็หัวเราะอย่างคิกคักและเดินจากไป ยอมรับนะ ว่าได้ยินอย่างนั้นรู้สึกไม่โอเค..แต่พยายามคิดว่าเสียงพวกนั้นเป็นเสียงอากาศธาตุที่มีประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยในเรื่องหายใจกันอยู่บ้าง ฉันคิดได้นั้น.. ก็ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายยย...
“ให้ตาย!! ..นี่หน้าฉันใช่มั้ย” ฉันอ้าปากเหวอตรงหน้ากระจกห้องน้ำ ปากฉันซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม หน้าเต็มไปด้วยไรฝุ่น..บนเส้นผมมีหยากไย่ติดอยู่เป็นหย่อมๆ เหมือนมันกำลังทักทายฉันว่า.. มันได้ที่อยู่ใหม่แล้วละ ฉันรีบล้างหน้า ล้างตาพอประมาณกลัวเมคอัพจะหลุดเลอะ..แล้วปัดไรฝุ่นออกจากผมอย่างทุลักทุเล หลังจากนั้นเติมลิปสีโปรดของฉัน ซึ่งขาดไม่ได้เลย คือลิปสีแดงบ่มแดด~ ทาแบบไล่สี ช่วยขับผิวที่เหลืองของฉันให้ดูผ่องมากยิ่งขึ้น~~
...ฉันยืนมองหน้าตัวเองอยู่ในกระจก พลางคิดถึง เหตุการณ์เมื่อ 7 เดือนก่อนหน้านี้ สาเหตุที่ฉันต้องลงเอยทำงานอยู่ที่นี่.......












SHARE
Writer
Kungritaa
Writer
The Rainhight สายฝนแห่งมนตรา ลองแต่งนิยายแฟนตาซีผสมกับความโรแมนติกเล่นๆดู ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ🦋🙏🏼 สามารถคอมเมนท์ติชมได้เลยนะคะ😊🥰

Comments