ขอบคุณที่มองเห็น
เสียงโทรศัพท์ดังในวันหยุด 
ปลายสายบอกว่า คุยได้ไหมคะ 
เรา : คุยได้ค่ะ

ปลายสายคืออาจารย์ที่สอนเราเอง
หลังจากเกรดออกไปแล้ว 
ซึ่งเราก็ลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว

อาจารย์ : ดูเกรดแล้วยัง 
เรา : ดูแล้วค่ะ
อาจารย์ : เป็นไงบ้าง โอเคไหม
เรา : (หัวเราะ) ก็ต้องโอเคอะคะ 
เรา : เป็นเพราะอะไรคะอาจารย์ 
หนูทำพลาดตรงไหน 

ต้องบอกก่อนว่าวิชานี้
มีอาจารย์สอนทั้งหมด 8 คน
(จะแอบบอกว่า เรายังไม่รู้จักอาจารย์ทั้งหมดเลย
และเราก็จำชื่ออาจารย์บางท่านไม่ได้ด้วย)

แต่ที่โทรหาเรา เป็นหัวหน้าประจำรายวิชา 

แล้วอาจารย์ก็เล่าว่าทำไมอาจารย์ถึงให้เกรดเท่านั้น
อ่อ! เพราะเราได้เกรดน้อยสุดในห้อง 
นั้นก็คือเกรด B 
เกรดเท่านี้ถือว่าน้อยที่สุด สำหรับเรียนปริญญาโท

เราพยายามหาเหตุผลก่อนหน้านี้
ว่าเพราะอะไรถึงได้น้อย
หนึ่ง อาจจะเพราะเราไม่ได้พยายามมากพอ
สอง อาจจะเพราะเราไม่ได้เข้าเรียน 
เพราะเราต้องทำงานไปด้วย 
สาม เพราะลายมือเราตอนทำข้อสอบ
อาจจะทำให้บางประโยคมันเพี้ยนไป
เพราะลายมือเราโคตรแย่เลยหละ 
เรายังบอกอาจารย์เลยว่า ขอโทษที่ลายมือ
อ่านยาก เราพยายามแล้ว เราก็ทำไม่ได้ 
เราเป็นคนเขียนเร็ว แต่ลายมืออ่านยาก 
หลายคนบอกแบบนั้น
เราพยายามเขียนช้าๆ แต่ทำไม่ได้ มันยิ่งแย่ทั้งลายมือและความคิด

ในความรู้สึกส่วนตัว เราไม่ได้รู้สึกนอยด์
ในการได้เกรดน้อยเลย
เพราะเป้าหมายของเรา ไม่ใช่ได้เกรดดีๆ 
ขอแค่ให้ผ่าน และเรียนจบก็พอแล้ว 

เป้าหมายของเราคือ.... 
เดี่ยวค่อยเล่าให้ฟังในงานเขียนต่อไป

อาจารย์ก็เล่าต่อว่า หนูได้คะแนนน้อยสุดในห้อง
ไม่ใช่อาจารย์จะไม่ช่วยนะ แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ แต่ที่อาจารย์โทรมาวันนี้ อาจารย์จะบอกว่า 
จุดเด่นของหนูที่อาจารย์ดูจากการทำข้อสอบคือ
หนูเก่งข้อสอบ แบบวิเคราะห์มากกว่าความจำ
ซึ่งการตอบวิเคราะห์ได้ จะต้องเข้าใจเรื่องนั้นจริงๆ 

ดังนั้น อาจารย์อยากให้เก็บจุดเด่นนี้ 
และเป็นกำลังใจในการเรียนต่อไปนะคะ 

เมื่อเราย้อนกลับไป ถึงข้อผิดพลาดคือ
จริงอยู่ เราไม่มีความสามารถในการจำเลย 
และไม่ชอบท่องจำด้วย ถึงแม้จะเรียนสายวิทย์มาตลอด ที่ต้องท่องจำสูตร ช่ื่อวิทยาศาสตร์
ชื่อพืช ชื่อแมลง บลาๆ แต่เรามีความจำไม่ค่อยดี ท่องแปปเดียว เดินไปก็ลืมแล้ว

ทำให้เรามองไปก่อนหน้านี้ว่า 
ข้อสอบส่วนใหญ่ เป็นความจำ เช่น จำชื่อสารอันตราย จำชื่ออุปกรณ์ในการเก็บตัวอย่าง 
จำสูตรในการคำนวณ 
เออ! ก็จริง มันต้องจำหมดเลย ซึ่งเราเองก็ไม่มีความพยายามในการจำด้วยสิ 

อันนี้อาจจะเป็นเหตุผลในการเข้าข้างตัวเองก็ได้นะ 555 แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลสำคัญสำหรับเรา
และไม่ได้นอยด์ในการได้เกรดน้อยขนาดนั้น

แต่เราจะบอกว่า ขอบคุณอาจารย์มากๆ 
ที่เห็นข้อผิดพลาด และเห็นจุดเด่นของนักศึกษา
มีอาจารย์น้อยคนมาก ที่จะโทรมาบอกแบบนี้

สำหรับเราเป็นการเอาใจใส่ถึงความเป็นลูกศิษย์
และความเป็นมนุษย์มากๆ อาจารย์เลือกที่จะให้เกรด แล้วก็จบที่เกรดเลยก็ได้ ไม่ต้องมานั่งอธิบายว่าเพราะอะไร

ก่อนหน้านี้ เรารู้สึกไม่ชอบอาจารย์ท่านนี้เลย
เพราะวิธีการสอนของอาจารย์ ที่ทำให้เราอึดอัด
ก็คือ ชอบให้เราตอบ ทั้งที่เราไม่อยากตอบ
เพราะเป็นคำถามที่ต้องจำ และอย่างที่บอกเราไม่ชอบ บางชั่วโมง เราจึงไม่เข้าเรียน เพราะไม่ชอบวิธีการสอน

แต่ที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่า อาจารย์เป็นคนเอาใจใส่ลูกศิษย์มาก ถามไถ่ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โอเคไหม ตลอดเวลา ในวันที่เราไม่เข้าเรียน และมาเจออาจารย์โดยบังเอิญ อาจารย์ก็ถามว่า เป็นยังไงบ้าง งานเรียบร้อยดีไหม

ในวันที่เราทำการบ้านไม่ทัน 
ไปขอร้องอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่า ไม่เป็นไร
เลื่อนส่งไปก่อนได้ มันทำให้กำแพงอคติของเรา
ที่มีต่ออาจารย์ก่อนหน้านี้ ค่อยๆ ทลายลง

จนมาถึงวันนี้ ถึงแม้ว่าเกรดยังคงน้อยเหมือนเดิม
แต่ความคิด ความรู้สึก ที่มีต่ออาจารย์ 
มันได้เปลี่ยนแปลงไป และดีขึ้นด้วย 
ถ้าเราให้เกรดอาจารย์ได้ เราคงให้อาจารย์ได้ A 

ขอบคุณที่มองเห็นกันและกัน 







SHARE

Comments