ในวันที่ฉันป่วย #2
การใช้ชีวิตในฐานะคนป่วย
ที่ป่วยเป็น "โรคซึมเศร้า"
ว่ายากแล้ว ยังต้องป่วยเป็นภูมิแพ้อีกมันคือความทรมานคูณสองดีๆนี่เอง
2 วันก่อนฉันป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา
หมอบอกว่าจริงๆแล้ว ฉันอาจจะแพ้อากาศ
แหงล่ะ.... อากาศแปรปรวนขนาดนี้
ร่างกายที่จากเดิมก็อ่อนแออยู่แล้ว
มีหรอจะสู้ภัยธรรมชาติได้ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก
หมอก็ยังคงจ่ายยาตัวเดิมๆที่ใช้ป้องกันไข้หวัด
มันทำให้ฉันต้องกินยามากขึ้นมากกว่าปกติ
บางครั้งก็หงุดหงิดตัวเองเหมือนกันนะ
ที่ร่างกายเป็นแบบนี้........

หลังจากทานยาทั้งหมดตามที่หมอสั่ง
ยังไม่ถึงชั่วโมง ฉันก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
ของร่างกาย สายตาฉันเริ่มพร่ามัวเป็นบางครั้ง
และแน่นหน้าอก ใจสั่น ฉันรู้สึกใจเต้นแรง
เหมือนมันจะระเบิดออกมายังไงยังงั้น
นี่ว่าทรมานแล้วนะ ....!!
แต่ที่หนักยิ่งกว่าคืออาการของฉัน
เริ่มแย่ลงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากทานยา
ฉันอาเจียนออกมาเป็นอาหารที่เพิ่งทานเข้าไป
และมีสิ่งแปลกปลอมปะปนออกมาด้วย
ฉันพยายามเพิ่งเลิงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่นาน
ใช่แหละ...ตาไม่ได้ฝาดหรอก "มันคือเลือด"
           
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะกินข้าว นอกจากน้ำ กลายเป็นคนเบื่ออาหารไปเลย มันโคตรจะทรมานจนคิดว่าตัวเองเหมือนจะตาย อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ใจสั่นแรง แน่นหน้าอก และนอนไม่หลับ
วันรุ่งขึ้นฉันจึงนำยาทั้งหมดที่ทานไป
ให้ร้านขายยาใกล้บ้านได้ตรวจสอบ
บวกกับการหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทุกช่องทาง แผลคือ.....ยาซึมเศร้าตัวใหม่ที่จิตแพทย์จ่ายให้
มันจะมีผลกระทบกับยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด
ที่แพทย์อีกโรงพยาบาลนึงจ่ายให้
คือเอาง่ายเลย มันไม่ควรทานด้วยกัน -..-

หลายครั้งที่ตื่นขึ้น...
มาพร้อมกับความอ่อนเพลีย
แค่อื้มไปหยิบมือถือยังยากเลย
สายตาฉันเริ่มพร่ามัวเป็นบางครั้ง
จนไม่สามารถอ่านหรือแชทไลน์ในมือได้
พยายามพิมพ์แต่กลับกดพลาดอยู่หลายครั้ง
ฉันเห็นเพียงตัวอักษรที่เหมือนโดน
จับวางซ้อนๆกันและส่ายไปมา
           
และในขณะที่ต้องลุกจากที่นอน...
เพื่อพยายามที่จะประครองตัวเองไปเข้าห้องน้ำ
จากสายตาที่พร่ามัวเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดลง....แบบวูบลงไปเลย
พอรู้สึกตัวอีกทีตัวฉันก็นอนอยู่บนพื้น
ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าฉันเป็นลม หรือหมดสติ
หรือจริงๆแล้วง่วงนอนกันแน่...
เพราะนอน 7 โมงเช้ามาสองคืนแล้ว
นาฬิกาชีวิตคงจะแปรปรวนน่าดู

บ่อยครั้งที่รู้สึกสับสน
และอารมณ์แปรปรวน
หวาดระแวง อ่อนเพลีย ..... 
ฉันจำเป็นต้องหยุดกินยาแก้หวัดที่แพทย์สั่ง
แต่อาการใช่ว่าจะดีขึ้นในทันที
เหมือนยังมีพิษอยู่ในร่างกาย
รู้สึกทรมานเจียนตาย..ในบางครั้ง

ตายไปจะเหลืออะไรนะ...
ในห้วงเวลานั้นภาพต่างๆในอดีต
ก็ผลุดขึ้นมาในหัว เป็นภาพลางๆที่บอกว่า
สามสิบกว่าปีมานี้ เจออะไรมาบ้าง
และผ่านอะไรมาบ้างในชีวิต เห้อ.....
ก็คงอารมณ์คล้ายคนกำลังจะตาย
และเห็นภาพทุกอย่างลอยเข้าในหัวนั่นแหละ
ทั้งชีวิตในวัยด็กจนโต ความสุขในวัยเด็ก...ความเศร้าในวัยผู้ใหญ่ ช่างแตกต่าง .. เหมือนอยู่กันคนละโลกฉันคงได้แต่หัวเราะในใจ
ว่าถ้าตายก่อนจะอายุ 40
ฉันควรจะทำอะไรดีนะ?,,,
ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะใครๆ
ก็ต้องใช้เวลาในทุกนาทีให้มีค่าให้มากที่สุด
ตอนนี้..ฉันได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
ครบทุกอย่างแล้วหรือยังนะ?
แต่อย่างน้อย..สิ่งเดียวที่รู้สึก ความเจ็บป่วยทางกาย ยังไม่เท่าความเจ็บปวดทางจิตใจเป็นคนป่วยเต็มตัวแล้วสินะเรา
ฉันอาจจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง
โดยที่ไม่ได้ทำให้ใครต่อใครต้องมาเดือดร้อน
หรือเป็นห่วงให้มากมาย ฉันต้องอยู่ให้ได้!
ตอนนี้ฉันมีความจำเป็นต้องหยุดยาแก้หวัด
หรือยาแก้ภูมิแพ้ทั้งหมดทั้งมวลที่เพิ่งได้มา
ฉันหวังว่ามันจะดีขึ้นนะ
แต่ถ้ามันจะแย่ลงก็คงไม่เป็นไรหรอก

ความตาย...
อาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิด 
อย่างน้อยๆฉันก็ไม่ต้องมานั่งร้องไห้
กับเรื่องเดิมๆ เพราะคนเดิมๆ
คนที่เค้าไม่เคยมองเห็นคุณค่าของเราเลย

อีกไม่กี่วัน...
ก็จะได้ไปอยู่กับธรรมชาติแล้ว
อดทนหน่อยนะร่างกาย
ฉันรู้ว่าไม่มีใครหนีความตายได้
ชีวิตนี้เกิดมาก็แค่ "ชดใช้กรรม"
ไม่ช้าก็เร็วก็หนีความตายไม่ได้อยู่ดี
ตอนนี้ฉันคิดอยากจะใช้ชีวิตในแบบที่ฉันต้องการ และทำเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย
ของชีวิตน่าจะดีกว่า
อย่างน้อยๆตอนนี้ ฉันก็รู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่ กอดใครก็ไม่อุ่นเท่ากับกอดตัวเองจริงๆนั่นแหละ กับความรักที่ผ่านมา ฉันว่าฉันทำเต็มที่แล้วนะตลอด 20 ปี กับการใช้ชีวิตรักกับแฟนทั้ง "สาม" คน
และอีกหลายคนที่เป็นทางผ่านซึ่งนับไม่ถ้วน
(ถ้าบังเอิญได้พบเจอก็อยากจะขอโทษนะ)
รวมทั้ง.... คนล่าสุดที่ฉัน "อาจจะ" ยังรักอยู่

ฉันเคยคาดหวังนะ....
ว่าอยากจะให้เธอเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะรัก
ใครจะคิดล่ะ...
ทว่าสุดท้ายแล้วตอนจบปลายทาง
ของความรักครั้งนี้ มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดไว้ กับระยะเวลาสั้นๆ .. แต่ก็สุขใจ
เธอเองก็ไม่ผิดที่ขอไม่ไปต่อในความสัมพันธ์นี้
ฉันเองก็ไม่ผิดที่จะต้องหยุดรักเธอสักที

หากลองมองดูดีๆ....
ระยะเวลาของความสัมพันธ์
ไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าของความรัก
"จุดเริ่มต้น"
"ระหว่างทาง"
"กลางทาง"
"และปลายทาง"
การเดินทางของความรัก..
จะเป็นไปตามเวลาของมันเอง
มากกว่าการครอบครอง คือการได้มองคนที่เรารักใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
เราก็ทำได้แค่ยอมรับ เมื่อมันหมดเวลาเท่านั้นเอง

เสียใจแค่บางเวลา น้ำตามีไว้ปลดปล่อย
เหลือแค่ความทรงจำ ซึ่งเดี๋ยวก็เลือนลางไปเอง
ตามกาลเวลา......
SHARE
Written in this book
นักสะสม
Writer
IMP8
Writer
i'm Freelance

Comments