ความรักของฉัน มันสีเขียว
แฟนเก่าคนเดียวของฉันพูดแบบนั้น
และมันทำให้เขาค่อนข้างอึดอัดด้วยนิยามความรักของเราที่มันช่างต่างกันเหลือเกิน..

ความรักของคุณสีอะไร?
ที่ฉันบอกว่ามันสีเขียว เพราะ
ฉันเองรู้สึกว่า ความรักควรเป็นสิ่งสบายใจ
คือสิ่งที่ช่วยเยียวยาทั้งวันที่ต้องพบเจอกับเรื่องแย่ๆ
คือสิ่งฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กันและกัน มีพลังบวกให้กัน

มันต่างกับฉันที่อยู่กับเขา แล้วมีแต่คำถามมากมาย
สงสัยแต่กับเรื่องของความสัมพันธ์ ว่ามันจะคงอยู่ไปได้ถึงเมื่อไหร่ เราจะมีความสุขมั้ย เพราะตอนที่คุยกับเขาฉันช่างทุกข์ใจแต่เรื่องของเราทั้งนั้นเลย

แม้เขาพยายามจะปลอบโยน และดูจะเข้าใจ
แต่มันไม่ใช่ ...เขาก็เพียงแค่รับฟังเท่านั้น

เรื่องของเรามันไปต่อไม่ได้ เลยต้องจบแค่นั้น
ด้วยความรักของเขามันสีชมพูจนฉัน 'เลี่ยน'
ไปกับหลายสิ่งที่เขาทำเล็กๆน้อยๆ
.. ที่ฉันเองก็บอกให้เขา 'เลี่ยง'
ฉันไม่อยากเปลี่ยนเขาไปอีกแล้ว บางทีอาจมีใครสักคนที่ชอบแบบที่เขาเป็น สิ่งที่ฉันควรทำคือปล่อยให้เขาไปเจอคนแบบนั้น ให้เขาได้มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้

ความรักที่หวานหยาดเยิ้มในภาพยนตร์ ละคร
หรือซีรีส์ ฉันยังคงทนรับกับมันได้ บางทีก็อินไปกับสิ่งเหล่านั้นด้วยซ้ำ
.. แต่เมื่อตัดมาที่เหตุการณ์ในชีวิตจริงแล้วมันไม่ใช่ มันคนละรสชาติกัน เรื่องแบบนั้นคงมีแต่นิยายที่ผู้เขียนสาธยายมันเพื่อความจรรโจงใจ

ฉันไม่สามารถมีรักแบบนั้นได้ บางสิ่งอาจถูกปลูกฝังจากครอบครัวและการเลี้ยงดู ที่พ่อแม่ไม่ได้แสดงความรักกันเป็นเรื่องปกติ ...

มันอาจมาจากหลายเหตุผล ซึ่งฉันเองในตอนนี้คงไม่อาจจะรู้ ถ้ารู้ว่าจะกลายเป็นคนที่ไร้ซึ่งความรักแบบนี้
คงพยายามเรียนรู้มันตั้งแต่ในจังหวะที่มีคนเข้ามา
ฉันคงคบกับทุกคนเพื่อให้ตัวเองได้รู้ว่าชอบรักแบบไหน ...แต่แน่สิ ฉันกลับไปแก้ไขมันไม่ได้แล้ว

ถ้ากลับไปจะได้เรียนรู้อะไรกลับมา อาจบอบช้ำยิ่งกว่าไม่รู้ก็ได้ .. มันดีแล้วแหละที่เป็นแบบนี้ คิดในแง่ดีว่าฉันก็ยังมีเวลาทั้งชีวิตนี่นา ที่จะได้เรียนรู้ต่อไป



เรื่องต่อที่จะเล่าอาจจะยาว แต่ฉันไม่อยากขึ้นเรื่องใหม่
และฉันเพียงต้องการเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้
ก่อนที่มันจะเลือนไปตามกาลเวลา..

ฉันเคยเจอกับคนที่มีความรักสีม่วง
จริงๆสีม่วงมันอยู่ตรงกลางระหว่าง ร้อน และ เย็น
เขาก็เป็นเช่นนั้น แม้จะดูใจร้อน รีบเร่ง แต่กลับสุขุมและเก่งที่จะยับยั้งอารมณ์ เขาตัดสินอย่างมีเหตุผล
เขาชอบทั้งเรื่องเวทย์มนตร์
แม่มดลึกลับ และ เขาชอบเพศเดียวกัน..

การเจอกันของเรามันเป็นสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าจะทำ
และในตอนนี้ก็ยังมองว่าเป็นเรื่องไม่ค่อยสมเหตุสมผล
เอาสะเลยด้วย แต่ไม่มีเรื่องร้ายอะไร มันก็แค่
'ความชอบ' ในการวาดรูป ทำให้เรามาเจอกัน
ในสถานที่ที่ไม่คิดว่าจะได้พบใครแบบนี้ ..ในเกมๆนึง

ฉันคุยกับเขาในฐานะเพื่อนที่มีอวตารเป็นสัตว์
เราไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยรู้จักใดๆมาก่อน
เมื่อเริ่มสนิทจึงได้รู้อะไรหลายๆอย่าง ที่เขาชอบ
ที่เขาอยู่ เหตุการณ์ที่เขาเจอ ส่วนใหญ่เขาเป็น
ฝ่ายเล่าเรื่อง และฉันได้แต่อือ .. อ่อ.. ตามไป

มากไปกว่านั้นคือฉันเองอยากให้เขารู้สึกว่าไม่เหงา
บางทีจึงต้องหาเรื่องมาเล่า ทั้งที่ตัวเองเล่าเรื่องไม่เก่ง
และ ไม่ถนัดที่จะสนทนากับใครยาวๆ ..
(แต่การพูดคนเดียวฉันถนัดมากเลยล่ะ5555)
มันทำให้ฉันต้องฝืนตัวเองสักหน่อย
แต่ก็คุ้มนะ ที่ได้มีเรื่องมาคุยกับเขาต่อ

( และบางทีที่ฉันชอบพิมเล่าเรื่องแบบนี้
อาจจะเพราะเขาด้วยก็ได้...)

จริงๆก็คิดว่าเขาคงเบื่อฉันบางแล้วที่เป็นแบบนี้ เราไม่มีความจำเป็นต้องคุยกันเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้เขาทักมาทุกวัน คงเป็นความเป็นตัวเขาเอง ที่ดูอัธยาศัยดี เข้าถึงผู้คนง่าย แต่กลับดูหยิ่ง และเงียบ เมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คน ซึ่งเขาเองมักบ่นเรื่องนี้บ่อยๆ

ฉันเริ่มหลงลืมไปบ้างแล้วว่าเราเอาเรื่องอะไรมาคุยกันเยอะแยะนะ บางทีฉันเองก็ไม่ได้ชอบที่จะฟังเรื่องที่เขาเล่าด้วยซ้ำ มันไม่มีอะไรที่ดูน่าสนใจและซ้ำซากไปบ้าง

แต่พอช่วงนึงที่เขาหายไป มันเงียบมากเลย..
มันทำให้ฉันคิดถึงแปลกๆ แม้เราไม่ใช่คนในสถานะที่ควรจะคิดถึงกันได้เลย

วันนึงเขากลับมา ปรึกษาฉันเรื่องความรักของเขา
เขารู้สึกเบี่ยงเบนไปมา ระหว่าง ผญ-ผช
ฉันเองก็มีเพื่อนที่เป็นแบบเขา และเพื่อนคนนั้นก็มีประโยคนึงที่ทำให้นิยามความรักมันกระจ่างชัดขึ้น
มันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะอยู่เพศสภาพอะไร เราก็แค่คนๆนึงที่ตกหลุมรักใครสักคน เท่านั้นเอง...
                                            ฉันก็เช่นกันนะ..

โดยปกติเขาอยู่กับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง เพราะ ผู้ชายมักแกล้งเขาที่เป็นแบบนั้นเสมอ และเขาเกลียดทุกความรุนแรงที่ผู้ชายเล่นกัน

ซึ่งการที่เขาอยู่กับผู้หญิงมันทำให้เขามาปรึกษาฉัน
ที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ว่าเขาชอบเพื่อนในกลุ่มเขา
สะแล้ว ..แต่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน

ฉันไม่ได้ห้าม ฉันได้แต่ถามเขาว่าแน่ใจรึยัง
ลองคิดดีๆก่อนจะเสียเพื่อนนะ แต่ไม่แน่ว่าเธอคนนั้นอาจจะชอบเขาเหมือนกันมานานก็ได้นี่

พยายามแล้ว.. มันให้กำลังใจเขาได้รึป่าว ฉันเองก็ไม่รู้
แต่สิ่งที่รับรู้คือความเสียใจในหัวใจฉัน...
.
.

ที่เขาคงไม่มีวันรับรู้มันหรอก รู้ไปจะเกิดอะไรขึ้น
เพราะเขาเป็นสถานะที่ฉันเองไม่อาจบอกได้

เขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจฉันในช่วงหนึ่ง ที่ย้ำแย่
แม้เขาจะไม่รู้ตัวเลย..

เขาเป็นพี่ชาย(เก้)ใจดี ในช่วงที่พี่ชายแท้ๆฉันต้องห่างไกลจากบ้าน ไปอยู่หอที่มหาลัย

เขาเป็นอาจารย์ ที่คอยชี้แนะฉันเรื่องทักษะการวาด
ช่วยปรับ ช่วยวิจารณ์ ช่วยหาผลงานคนเก่งๆมาให้ดู

เขาเป็นนักสืบ ตามขุดคุ้ยข่าว มาเม้ามอยให้ฉันทันกระแสบ้าง ได้รับรู้ ได้สนใจคนอื่นเขาบ้าง
..มันสนุกดีนะ เป็นสิ่งที่ฉันไม่คิดจะทำเลย ถ้าไม่มีเขา

เขาเป็นเพื่อน ที่ช่วยฉันปรับทุกข์ เมื่อทะเลาะกับเพื่อนมา และบอกให้ฉันหาวิธีที่สันติที่สุด จัดการกับมัน
บางทีเขาเองก็สายนินทาด้วยเหมือนกัน

มันดีจริงๆที่ช่วงนึงเคยได้รู้จักกับเขา
ได้คุยกันนานมากๆ ผ่านไปเป็นปี สองปี สามี
แต่ก็ไม่ได้บ่อยทุกวันหรอก และความสัมพันธ์ก็ไม่เคยคืบหน้า มันอยู่ในแบบนั้น ในที่ของมัน ที่ๆควรเป็น

และแล้วเหตุการณ์ที่ทำให้เจอเขาครั้งแรกมันก็มาถึง
ฉันได้พบเขาเพราะค่ายๆนึงที่จัดโดยมหาลัยที่เราต่างหมายปอง ตอนนั้นฉันไม่ได้เล็งคณะเดียวกับเขาหรอก พึ่งมาสนใจการวาดจริงๆก็เพราะเขาอีกนั่นแหละ..

แอบน่าเสียดายที่เราถูกจับกลุ่มแยกกัน
ฉันบ่นว่าอิจฉาเขาที่ได้อยู่สีเขียว แต่ฉันดันอยู่สีชมพู
... ความจริงแล้วฉันอิจฉาคนในสีเขียวต่างหาก ที่ได้อยู่กับเขา แถวเดียวกับเขา ตรงนั้น มันน่าอิจฉาจัง :(

ฉันได้ให้ของขวัญวันเกิดกับเขาที่ค่าย
มันผ่านมาแล้วราว 4 ปี
และปีนี้ก็พึ่งผ่านวันเกิดเขามา 1 วัน

ฉันอวยพรวันเกิดเขาเหมือนที่คนอื่นๆเขาทำกัน
แต่ความจริงแล้วไม่ว่าวันเกิดใคร แม้ขนาดเพื่อนในคณะ ฉันก็ไม่สนใจที่จะไปอวยพรด้วยซ้ำ

        " มันอาจดูธรรมดาสำหรับเขา
               แต่แน่นอนว่าพิเศษสำหรับฉัน "


ขอให้พี่มีความสุขในทุกๆวัน
ยิ้มแย้มแจ่มใส คิดบวกเสมอๆเหมือนที่พี่เป็น
แม้โลกมันจะแย่แค่ไหนก็ตาม อย่าปล่อยให้มันกัดกร่อนตัวเองเลย

ยิ้มเข้าไว้นะ :)

จากคนที่จะคอยรับฟังพี่เสมอ

SHARE
Writer
Kotcha_P
Salamander
ชอบเก็บทุกอย่างมาเป็นบทเรียน คิดเล็ก คิดน้อย และไม่คิดอะไรเลย

Comments