ข้างกัน
แสงแดดอ่อนไล้ขอบหน้าต่างสีขาวบานใหญ่ บางส่วนลอดผ่านผ้าม่านฉลุลายลูกไม้สีเดียวกันกับหน้าต่าง ตกกระทบเข้าที่ใบหน้าพร้อมสร้างความร้อนแผ่วเบา ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นรับเช้าวันใหม่ หันมองข้างกายที่ปรากฏร่างของใครอีกคนนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ บางทีเมื่อคืนอาจจะมีฝันดีเกิดขึ้น 

กรอบหน้าได้รูปรับกับดวงตาเรียว จมูกรั้นโด่งเป็นสันและริมฝีปากรูปกระจับ ทั้งหมดนั่นเข้ากันได้ดีราวกับถูกจับวาง ฉันพิจารณาองค์ประกอบบนใบหน้าของใครอีกคนอยู่สักพัก มันเป็นแบบนี้ทุกวันเหมือนกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว 

ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี 
มันก็ยังเป็นเธอคนนี้เสมอที่อยู่ ข้างกัน ไม่ไปไหนและยังเป็นเธอคนนี้เสมอที่ฉันรักอย่างสมบูรณ์ทั้งใจ

ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการขยับตัวลุกขึ้นของฉันจะไม่รบกวนการนอนของเธอจนทำให้เธอตื่นจากฝันดี ผ้าห่มที่เคยคลุมกายฉัน บัดนี้ถูกมอบให้เธอทั้งหมดด้วยเจตนาหวังดีอยากให้เธออบอุ่นเหมือนเคย ฉันเหลือบมองเวลาผ่านนาฬิกาไม้บนผนัง เป็นเวลาเก้าโมงปกติธรรมดา แต่ปฏิทินตั้งโต๊ะตรงทีวีที่เป็นเครื่องบอกวันเดือนปีกลับพิเศษขึ้นมา ไม่ใช่เพราะวันนี้เป็นวันหยุดตามกำหนดราชการ แต่เป็นเพราะวงกลมสีแดงได้เข้าห้อมล้อมเลขวันที่ของวันนี้ไว้ด้วยนัยสำคัญบางอย่าง


6 พฤษภาคม


ฉันยิ้มเล็กน้อยก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว พลางคิดวางแผนไว้ในใจว่าวันนี้ควรจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อประกอบร่างแผนทุกอย่างเสร็จสรรพ ฉันเดินออกจากห้องน้ำตรงมาที่ห้องครัว ทำอาหารเช้าง่าย ๆ อย่างไข่ดาว แฮม ไส้กรอกและขนมปัง รวมถึงไม่ลืมที่จะคั้นน้ำส้มสดจากส้มที่คุณแม่ฝากมาให้ใส่แก้วใบใส

อาหารเช้าพร้อมแล้ว พอดีกับที่คนที่นอนหลับสบายบนเตียงลุกขึ้นนั่ง บิดขี้เกียจและขยี้ตาพอให้ตื่นจากอาการง่วงนอน ฉันเดินตรงไปที่เตียงพร้อมกับจานอาหารเช้าในมือ วางจานลงบนตักและตัดแฮมออกเป็นชิ้นพอดีคำวางไว้บนช้อน เธออ้าปากอย่างรู้ทัน อันที่จริงเธอรู้ทันมาตลอด ฉันส่งยิ้มให้กับเรื่องเล็กน้อยนั่นแล้วส่งของโปรดเข้าปากเธออย่างไม่ลังเล แก้มที่ขึ้นก้อนกลมจากการเคี้ยวอาหารของเธอทำให้ฉันอดเอ็นดูไม่ได้เลยส่งมือไปลูบหัวหนึ่งทีแก้หมั่นเขี้ยว

วันนี้เป็นวันหยุดตามกำหนดราชการ พอกินอาหารเช้าเสร็จ เราสองคนตัดสินใจว่าจะใช้เวลาทั้งวันนั่งดูหนังที่โซฟาเรื่อยเปื่อย เรายังเถียงกันเรื่องหนังที่จะดูเหมือนเดิมเลย ฉันชอบดูหนังรัก แต่เธอชอบดูหนังไซไฟไม่ก็สืบสวนสอบสวน แค่ประเภทของหนังก็คนละขั้วแล้ว เราเถียงกันอยู่นานกว่าจะตกลงกันได้ และคราวนี้เราตกลงกันว่าจะดูหนังไซไฟแบบที่เธอชอบ แล้วค่อยดูหนังรักที่ฉันชอบ อันที่จริงฉันกับเธอไม่ได้เถียงกันเพราะอยากจะเอาชนะและเพื่อให้ได้ดูหนังแบบที่ตัวเองชอบหรอก แต่การเถียงกันแบบไม่เคยจริงจังเลยสักครั้งนั่นทำให้ชีวิตเรามีสีสัน สร้างชีวิตชีวา และเราทั้งคู่รักมันอย่างไม่มีเหตุผลเลยสักนิดเดียว

หลังจากดูหนังจบไปหลายเรื่อง เวลาก็ล่วงเลยมาจนจะหกโมงเย็น เธอเหลือบมองฉันพร้อมเสนอว่าวันนี้เธอจะเป็นคนทำอาหารเย็นเอง โดยเมนูนั้น เราเลือกเมนูโปรดที่ตัวเองชอบมาคนละสองอย่าง เธอชอบสลัดอกเป็ดรมควันกับสปาเกตตี้ทะเล ส่วนฉันชอบสเต็กเนื้อกับผักโขมอบชีส สำหรับเครื่องดื่มเราเห็นเหมือนกันว่าควรเป็นไวน์แดง เมื่อตกลงกันเรียบร้อยเธอก็แยกไปทำอาหารส่วนฉันเดินมาหยิบของในห้องนอน



กรอบรูปไม้อัดขนาดไม่ใหญ่มากบนหัวเตียงเผยภาพของฉันกับเธอยืนยิ้มให้กันในชุดสวยงามตามพิธี และภายในห้องยังมีกรอบรูปเล็ก ๆ อีกหลายอันที่บรรจุรูปถ่ายหลากหลายอิริยาบถ หลากหลายสถานที่ของเราทั้งคู่ไว้ บางรูปก็เหลืองและซีดจางไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน แต่ถ้าถามว่าความทรงจำในรูปนั้นเลือนหายไปกับเวลาไหม คงต้องตอบเลยว่า ไม่แน่นอน เอาจริง ๆ ฉันยังรู้สึกเหมือนความทรงจำพวกนั้นเพิ่งเกิดขึ้นและรูปเหล่านั้นเพิ่งถูกถ่ายไปเมื่อไม่นานมานี้เอง

เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ฉันเคยสงสัยนะ เวลาที่เงยหน้ามองรูปแต่งงานของป๊ากับแม่ มองแหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วนางข้างซ้าย มองรอยยิ้มจากใจที่ส่งถึงกันเสมอ หรือแม้แต่ฟังแม่อ่านจดหมายฉบับเก่าที่ป๊าเขียนถึงแม่เมื่อสมัยอายุยี่สิบปลาย ๆ ฉันสงสัยว่าอะไรทำให้คนสองคนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยตกลงใจมาใช้ชีวิตร่วมกันและแบ่งปันเวลาอีกครึ่งชีวิตที่เหลือไปด้วยกัน 

“มันมีอยู่จริงนะ คนที่ทำให้เรายอมสละเวลาครึ่งชีวิตที่เหลือให้โดยไม่หวังอะไรมากไปกว่าแค่ได้มีเขาอยู่ ข้างกัน ตรงนี้ ต่อให้เราจะไปเจอใครอีกมากมายขนาดไหน แต่สุดท้ายมันก็จะยังเป็นเขาที่อยู่ในใจ ไม่ใช่คนอื่น”

แม่เคยพูดประโยคนี้กับฉันเมื่อนานมาแล้ว แต่ฉันกลับจำมันได้ขึ้นใจจนทุกวันนี้ ฉันเองทำงานฟรีแลนซ์ปกติ ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไปในเมืองใหญ่เมืองนี้ วันหนึ่งได้พบคนมากมายนับไม่ถ้วน แต่ฉันก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองตามหาอะไรบางอย่างอยู่ดี และด้วยความที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว บางทีฉันก็แอบรู้สึกเหงาใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันชอบไปไหนมาไหนคนเดียวก็จริง แต่มันจะมีบางวันที่รู้สึกเหมือนไม่สมบูรณ์ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน

“วันนี้ไปกินข้าวเย็นบนดาดฟ้ากันไหม” 

เสียงที่เอ่ยแหวกมวลอากาศนั่นเหมือนพุ่งเข้าครอบครองความคิดฉันเข้าอย่างจัง ครอบครองตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ และก็เป็นเจ้าของเสียงนั้นที่ได้เข้ามาทำให้หลายสิ่งในชีวิตเปลี่ยนไป เข้ามาตอบสิ่งที่ฉันสงสัยในตอนเด็กและทำให้ฉันเข้าใจความหมายทั้งหมดในประโยคนั้นของแม่ ตอนนี้ฉันไม่ได้รู้สึกเหงาเท่าเมื่อก่อนอีกแล้วตั้งแต่มีเธอเข้ามาอยู่ด้วยกันตรงนี้

เอาจริง ๆ ฉันไม่เคยคาดคิด ไม่เคยแม้แต่จะฝันเหมือนกันว่าจะได้พบใครสักคนที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์มากขึ้น อาจจะฟังดูคลั่งรักนะ แต่อยากให้รู้ไว้ว่ามันมีอยู่จริง ๆ 


คนที่เราจะรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข 
คนที่ทำให้เรารู้ว่าการเจ็บปวดกับความรักที่ผ่านมามากมายในอดีตไม่สำคัญเท่ากับการยินดีเพียงแค่ได้เจอเขาในปัจจุบัน
คนที่เรามองเข้าไปในดวงตาเขาแล้วพบสิ่งที่เรียกว่า ตลอดไป 



ในเมืองที่แสนกว้างใหญ่เมืองนี้ มีผู้คนหลายล้านคนรอบตัว แต่ฉันกลับได้พบเธอ และเพราะเธอทำให้ฉันหยุดตามหา ฉันไม่มองหาอะไรอีกแล้วนับตั้งแต่วันนั้น ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เราได้พบ ได้รัก และได้ใช้เวลาอีกครึ่งชีวิตที่เหลือด้วยกันแบบนี้



“อร่อยไหม” เธอเอ่ยถามหลังจากที่เราพากันขึ้นมากินข้าวเย็นบนดาดฟ้า

“อร่อยมาก อร่อยเหมือนเดิมเลย” ฉันตอบทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวอาหารไปด้วย

“ค่อย ๆ กิน กินให้เสร็จค่อยพูดก็ได้” เธอพูดพลางรินไวน์แดงใส่แก้วใสทรงสูง แล้วเลื่อนมาให้ฉันด้วยความหวังดีเผื่อฉันเกิดผิดพลาดแล้วอาหารติดคอขึ้นมา จะได้ดื่มมันได้ทัน 

“ขอบคุณนะ” 

“แค่นี้เอง สบายมาก”

“ไม่ได้ขอบคุณแค่ที่รินไวน์ให้นะ แต่ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลย” ฉันเอ่ยจากใจ แม้จะบอกเธอแบบเดิมทุกปี แต่ฉันก็ยังอยากจะบอกให้เธอรับรู้

“อือ เหมือนกันนะ” เธอยิ้มสดใสกลับมา

“มีอะไรจะให้ด้วย” ฉันหยิบถุงสีแดงปรากฏชื่อแบรนด์สีครีมทองที่แอบซ่อนไว้ตั้งแต่เดินขึ้นมาบนดาดฟ้าออกมา และหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงด้านในส่งไปให้เธอ

“อะไรเนี่ย” เธอหัวเราะพลางเปิดดูของที่อยู่ด้านใน เมื่อกล่องถูกเปิดออก กำไลสีเงินสลักลายเอกลักษณ์ของแบรนด์ปรากฏสู่สายตา 

“ชอบไหม” ฉันถามแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเธอชอบอยู่แล้ว ก็นี่เป็นแบรนด์โปรดของเธอนี่ 

“โห ไม่เห็นต้องซื้ออะไรขนาดนี้เลย เราไม่มีอะไรจะให้เลยเนี่ย ขอบคุณมาก ๆ เลยนะ” 

“ก็ไม่เห็นเป็นไร เราอยากให้ อีกอย่างแค่ทำอาหารอร่อย ๆ ให้กินทุกวันเท่านี้ก็พอแล้ว” ฉันหยิบกำไลออกจากกล่องแล้วบรรจงใส่ไว้ที่ข้อมือซ้ายของเธอ บนนิ้วนางข้างเดียวกันนั้นถูกครอบครองโดยแหวนกลมเกลี้ยงแบรนด์เดียวกันกับกำไล สีเงินโอบอุ้มทั่วตัวแหวนและมีเพชรเม็ดเล็กบรรจุรายล้อมทรงกลมของแหวนไว้

“ดูวิวกัน” เธอเอ่ยปากชวนและฉันพยักหน้ารับอย่างยินดี

เราสองคนยืนอยู่บนความสูงสี่ชั้นของตัวบ้าน เท้าแขนทั้งสองข้างของเรากับกำแพงกปูนเปลือยเตี้ย ๆ ที่กั้นล้อมรอบพื้นที่ทั้งสี่ด้านของดาดฟ้า จากตรงนี้เห็นวิวเมืองใหญ่ได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านเต็มพื้นที่ถนน บรรดาร้านรวงต่าง ๆ พากันเปิดไฟสว่างไสวดูคึกคัก สายลมเย็นพัดมาปะทะที่ใบหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

“รอนี่แปปนะ” ฉันเอ่ยขึ้นแทรกความเงียบ ก่อนจะเดินลงไปในตัวบ้าน หยิบลำโพงขึ้นมาเพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าบรรยากาศดี ๆ แบบนี้ควรเปิดเพลงสักเพลง 

“อยากฟังเพลงอะไรไหม” ฉันถามก่อนจะได้รับคำตอบที่ทำให้มุมปากทั้งสองข้างยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ข้างกัน” 

ลำโพงไร้สายถูกเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเป็นที่เรียบร้อย เพลงที่ถูกขอเริ่มบรรเลงทำนองแสนไพเราะให้เราทั้งคู่ได้ดื่มด่ำและจดจำช่วงเวลาเหล่านี้เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีของเรา


เหมือนว่าโลกของเราได้เปลี่ยนสีไป
มันสวยงามเกินกว่าจะพบได้ที่ใด
โอ้เวลา ดังหยุดเคลื่อนไหว
เมืองนี้ไม่เหงาอีกต่อไป ต่อจากนี้ฉันมีเธอ



เราหันมองหน้ากันท่ามกลางวิวของเมืองใหญ่ สายลมเย็นที่พัดไหว และท่วงทำนองของเพลงโปรด 


เธออยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ข้างฉัน
ฉันไม่เคยแม้แต่ฝัน ว่าจะได้พบเธอท่ามกลาง
คนทั้งเมืองอีกเป็นล้าน โดยไม่ต้องตามหาใคร
เมื่อเธอครอบครองฉัน



“อยู่ด้วยกันมาสองปีแล้ว ขอบคุณมากเลยที่ผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันต่อไปอีกทุกปี อยู่ด้วยกันไปตลอดนาน ๆ เลยนะ” 

“อือ อยู่ด้วยกันไปตลอด อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ เลย”









ข้างกัน (City) -Three Man Down Feat.ออม TELEx TELEXs 












































ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาเสมอเลยนะคะ เราเองแค่เขียนในสิ่งที่เราอยากเขียน บางครั้งก็เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ บางครั้งก็เพื่อปลอบใจ และทุกครั้งที่เราเขียน เราหวังเสมอเลยว่าเรื่องราวของเราจะช่วยสร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข ความลึกซึ้งอบอุ่นหัวใจให้แก่ทุกคน ตอนนี้เราเขียนเรื่องราวต่าง ๆ มาได้สองปีแล้วและวันนี้เป็นวันครบรอบสองปีของการเป็นนักเขียนใน storylog ของเรา เราเลยตั้งใจเขียนเรื่อง ข้างกัน แทนคำขอบคุณจากใจส่งให้ทุกคนที่คอยอ่านและคอยอยู่ข้างกันมาตลอด เราจะยังเขียนเรื่องราวต่าง ๆ แบบนี้ต่อไปอีกเรื่อย ๆ และเราอยากให้ทุกคนอยู่กับเราตรงนี้ไปด้วยกัน ไปตลอด ไปนาน ๆ เลยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ

รักและขอบคุณจากใจเสมอ ;-)
- junejayy 




SHARE

Comments

Nwongs
2 months ago
เราก็เคยอินกับเพลงนี้มากๆเลยแหละ แต่ตอนนี้คนในเพลงเค้าไม่อยู่แล้ว แย่จังเนอะ
Reply
แงไม่เป็นไรนะคะ เราเชื่อว่าสักวันคุณจะได้เจอความรักที่ดีที่คู่ควรกับคุณแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ;-)