เดดไลน์คือแรงบันดาลใจ
1
เคยมีคนถามศิลปินคนหนึ่งว่า "แรงบันดาลใจในการทำงานของคุณคืออะไร"
แล้วเขาก็ตอบว่า "เดดไลน์คือแรงบันดาลใจ"


ไม่รู้ว่าน้องๆ บางคนจะคิดแบบนี้หรือเปล่า ว่าเดดไลน์คือแรงบันดาลใจ
คือไม่ว่าอาจารย์หรือหัวหน้าจะสั่งงานโดยให้เวลาเป็นอาทิตย์ยังไง แต่สุดท้ายเราก็จะมาปั่นงานเอาวันสุดท้าย หรือคืนสุดท้าย เพื่อส่งงานให้ทันเดดไลน์

แต่ก่อนผมก็เป็นเหมือนกัน ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า มีเวลาให้ทำตั้งเยอะ ทำไมไม่ทำ ต้องรอไฟลนก้นก่อน แล้วสุดท้ายผลงานก็ไม่ดี เพราะเผาส่งตลอด เกรด A หรือเกียรตินิยมนั้นเลิกหวังไปได้เลย

2
มีผลวิจัยทางการแพทย์หนึ่งบอกว่า คนที่ทำงานตอนใกล้เดดไลน์ จริงๆ แล้วเสพติดความตื่นเต้น เขาบอกว่าคนที่ทำงานเสร็จก่อนจะไม่ได้รับความตื่นเต้น

ต่างจากคนที่ทำงานใกล้เดดไลน์ สมองจะหลั่งสารอะดรีนาลีน เป็นฮอร์โมนที่ทำให้คึกคัก หัวใจเต้นแรง มักเกิดในช่วงตกหลุมรัก ทีมบอลที่เชียร์ยิงประตูได้ หรือขนของตอนไฟไหม้บ้าน เป็นฮอร์โมนสำคัญที่หลั่งแล้วจะเกิดการเสพติด อยากได้ปริมาณเพิ่มขึ้น

ได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นความจริงไม่น้อย ว่าคนที่ชอบปั่นงานใกล้เดดไลน์น่าจะเป็นพวกเสพติดความตื่นเต้นจริงๆ

3
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เสพติดความตื่นเต้น ผมคิดว่าการปั่นงานใกล้เดดไลน์ก็คือนิสัยของคน Reactive ที่จะเลือกใช้ชีวิตโดยการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาเป็นหลัก(ผมเป็นบ่อยๆ)

คือในเมื่องานที่สั่งอีก 7 วันค่อยส่งก็ได้ จึงยังไม่สำคัญ เพราะระหว่างนั้นยังมีเรื่องที่ต้องทำมากมาย ทั้งดูซีรีย์ คุยกับเพื่อน อ่านการ์ตูน อ่านหนังสือ เล่นเกม ทำงานอื่นที่ต้องส่งก่อน ฯลฯ

คน Reactive จึงมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประมวลผลและรับมือสถาณการณ์เฉพาะหน้าอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งข้อเสียก็คือถ้าช่วงไหนมีสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป ก็อาจเกิดความเครียดได้

เพราะไม่มีทางที่เราจะรับมือกับทุกเรื่องที่เข้ามาหาพร้อมกันได้ตลอด ซึ่งส่งผลให้คนที่ทำงานใกล้เดดไลน์หลายคนส่งงานไม่ทัน

4
ต่างจากคนที่มีนิสัย Proactive ที่ใช้ยุทธศาสตร์การดำเนินชีวิตในแบบตรงข้าม คือ ถ้าอาจารย์หรือหัวหน้าสั่งงานมา ก็จะไม่คิดว่าเหลือเวลาอีกตั้ง 7 วันค่อยทำก็ได้ แต่จะทำทันที หรือถ้าไม่ทำ เขาจะเอามาวาง Plan ในชีวิต

บางคนจะมีสมุด Plan ตารางการใช้เวลาในแต่ละวันหรือสัปดาห์( มักพบได้บ่อยในคนที่เรียนสายบริหารหรือบัญชีิ)

แม้จะมีซีรีย์ที่อยากดู หนังสือที่อยากอ่าน แต่เขาก็จะกำหนดเวลาที่จะดูซีรีย์ลงไปในแต่ละวัน เช่น ดูได้แค่วันละ 1-2 ตอน (โคตรเก่ง) โดยไม่ปล่อยให้สิ่งแวดล้อมภายนอกหรือความอยากดูของตัวเองมีอิทธิพลมากเกินไป

คน Proactive จึงไม่ได้รอเดดไลน์หรือสิ่งที่ต้องทำมาถึงแล้วค่อยจัดการเฉพาะหน้า แต่เขาจะวางแผนเพื่อจัดการกับเดดไลน์หรือสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าเป็นระยะ โดยไม่รอตอบสนอง (Reaction) อยู่ฝ่ายเดียวตลอดเวลา แต่จะถามตัวเองว่าจะจัดการกับสิ่งที่เข้ามาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดยังไง หรือมีอะไรที่เราต้องทำล่วงหน้าหรือเปล่า

เดดไลน์จึงเป็นแค่วันส่งงาน
ไม่ใช่แรงบันดาลใจอีกต่อไปครับ

SHARE
Writer
Porglon
Editor & Writer
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments

Aomjakkawan
3 months ago
พอเป็นวันส่งงาน ออกมาแย่ทุกทีเลย เป็นแรงบันดาลใจดีกว่าค่ะ ฮ่า
Reply
Porglon
3 months ago
เดดไลน์เป็นแรงบันดาลใจไหมก็แล้วแต่ชอบครับน้องทิพย์
Aomjakkawan
3 months ago
พอเป็นวันส่งงาน ออกมาแย่ทุกทีเลย เป็นแรงบันดาลใจดีกว่าค่ะ ฮ่า
Reply