ทำไมทุกคนควรไปพักที่ ‘บ้านสวนอุ้ยคำ’ - โฮมสเตย์ประจำชุมชนปางห้าง จังหวัดเชียงราย

          ภาคเหนือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เพราะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ผู้คนชนบท และสภาพอากาศอันดีงามต่างลิบลับกับในเมืองกรุง หนึ่งในสถานที่ที่เป็นจุดขายของภาคเหนือจึงเป็นที่พักใกล้ชิดธรรมชาติและชนบทแบบเน้นๆ อย่างโฮมสเตย์ของคนพื้นที่ แต่ด้วยความฮอตฮิตนี้เอง บ่อยครั้งนักท่องเที่ยวที่มาถึงจึงต้องผิดหวัง เพราะเมื่อดั้นด้นขึ้นมาถึงที่หมาย กลับพบเจอกลุ่มคนเบียดเสียดจนต้องยอมแพ้ไปพึ่งโรงแรม หรือถ้าจะฝืนอยู่ ก็คงจะได้อยู่ในโฮมสเตย์ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและไม่เจริญหูเจริญตา แถมหาความสงบไม่ได้ อาจดูเหมือนไม่มีหวังแล้วที่จะเจอโฮมสเตย์ดีๆ แต่! อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะเพื่อนๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้เอง เราได้ค้นพบโฮมสเตย์ลับๆ ใกล้ธรรมชาติแสนสงบอันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของชนบทแท้ๆ แห่งหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อย่าง ‘บ้านสวนอุ้ยคำ’ที่บอกเลยว่า ถึงจะไม่ได้เด่นดังและอยู่ติดดอยแบบใครเขา แต่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้อย่างเหลือเชื่อจนไม่อยากกลับบ้านกลับช่องกันเลย
          เพื่อนๆ รู้มั้ยว่าถนนพหลโยธินสายหลักที่คุ้นเคยสามารถนำพาเราจากตัวเมืองเจริญรุ่งเรืองไปยังชนบทที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและผู้คนแปลกตาเหมือนอยู่คนละโลกได้? การเดินทางจากถนนใหญ่สู่ทางเล็กๆ จนถึงจุดหมายปลายทางอย่างโฮมสเตย์บ้านสวนอุ้ยคำนั้น เราไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากกว่าการขึ้นดอยตุงสักนิด ออกจะสบายกว่ามากด้วยซ้ำ นั่งรถชิวๆอยู่ดีๆ ก็ถึงที่หมายซะแล้ว โดยความประทับใจแรกที่มาถึงนั้นก็คือ รอยยิ้มของผู้คนชนบทที่ส่งมาเหมือนว่าเป็นญาติพี่น้องกันยังไงยังงั้น นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลย
          ที่นี่มีบ้านพักอยู่ 2 หลังด้วยกัน หลังแรกมีชื่อว่า ‘เฮือนบ้านสวน’ ซึ่งเป็นบ้านไม้สักสไตล์ล้านนาหลังใหญ่สองชั้นที่เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อนหลายคน เพราะบ้านหลังนี้จุคนได้ถึง 14 คน บริเวณชั้นล่างเป็นบริเวณเปิดกว้างที่ไม่มีผนังปิดด้านหน้า ฉะนั้นเมื่อมองบ้านหลังนี้ เพื่อนๆ จะเห็นบันไดที่เชื่อมจากชั้นบนลงมาทางด้านหน้าของตัวบ้าน และสามารถมองเห็นบริเวณชั้นล่างได้ทั้งหมด ดูโล่งสบายเหมาะแก่การนั่งชมธรรมชาติมากๆ

          บริเวณชั้นล่างมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหาร โซฟา ทีวี (พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีและไมค์สำหรับร้องคาราโอเกะ) และห้องน้ำที่บอกเลยว่า โรงแรมหรูยังต้องอาย เพราะไม่เพียงแต่มีเครื่องสุขภัณฑ์เพียบพร้อม แต่ยังมีหน้าต่างกว้างที่มองออกไปแล้วจะเห็นธรรมชาติเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาจนต้องร้องว้าว!
          ระหว่างทางขึ้นไปยังชั้นบน เมื่อเงยหน้ามองเพดาน จะเจอโคมไฟระย้าสวยงามสว่างไสว ทางด้านข้าง จะมีหน้าต่างหกเหลี่ยมหลากสีคล้ายหน้าต่างโมเสกในโบสถ์คริสต์ที่เพิ่มความสดใสให้ตัวบ้านเป็นอย่างดี แถมเมื่อมองกลับไปยังผนังด้านหลัง จะเห็นภาพแกะสลักไม้นูนสูงสีเข้มขนาดใหญ่ชวนหลงใหลอีกด้วย
          ห้องแรกของชั้นบนเป็นห้องนั่งเล่นที่มีเก้าอี้สาน โต๊ะ พร้อมทั้งทีวีให้นั่งสังสรรค์กันได้อย่างสะดวกสบาย และมีประตู 3 บานเชื่อมไปยังห้องนอนทั้ง 3
          ห้องนอนทางซ้ายเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีเตียงไม้ 2 ชั้น ถึง 2 เตียง ซึ่งแต่ละเตียงจะอยู่ติดกับหน้าต่างด้านบนและล่าง การสร้างหน้าต่างแยกเพื่อตอบโจทย์คนนอนเตียง 2 ชั้นแบบนี้บ่งบอกถึงความใส่ใจรายละเอียดของโฮมสเตย์ได้ดีทีเดียว นอกจากเตียงกับหน้าต่างที่เพอร์เฟคแล้ว ยังมีห้องน้ำซึ่งมีลักษณะเหมือนกับชั้นล่าง เพิ่มเติมก็แค่พอมองวิวจากชั้นบนแล้ว ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนบ้านต้นไม้กลางป่าเขียวชอุ่มยังไงยังงั้น! แค่เข้าห้องน้ำยังมีความสุขได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
          ส่วนอีกสองห้องที่เหลือเป็นห้องนอนสไตล์ล้านนาที่มีฟูกนอนพร้อมมุ้งผ้าลูกไม้สีขาว ห้องน้ำ แถมยังมีโต๊ะเครื่องแป้งไม้เตี้ยๆ ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในบ้านหรูยุคล้านนาโบราณเลยล่ะ
          อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะมีคำถามกันว่า ถ้าแขกเป็นกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนหรือเป็นคู่จะพักที่ไหนดี? ซึ่งก็ไม่ต้องห่วง อย่างที่บอกว่าที่นี่เค้ามีบ้านอีกหลังหรือ ‘เฮือนฮิมบัว’ ที่เหมาะสำหรับ 2-4 คน บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้เล็กๆ น่ารักริมสระบัวห่างออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่แค่มองไปก็ดูสงบและรู้สึกอบอุ่นใจ แถมก่อนจะเข้าบ้านหลังนี้ เพื่อนๆ จะเห็นระเบียงไม้หน้าสระบัวพร้อมที่นั่งและร่มสไตล์ล้านนาให้ออกมานั่งซึมซับธรรมชาติกันได้อย่างเต็มที่
          เมื่อเข้ามาในตัวบ้าน จะพบห้องนั่งเล่นที่ประกอบไปด้วยโซฟา โต๊ะ หน้าต่าง ทีวี พัดลมเพดาน ของตกแต่งต่างๆ และ ประตูซึ่งนำไปยังห้องนอนที่มีฟูกสไตล์ล้านนาเหมือนในเฮือนบ้านสวน 1 ฟูก (ขอเพิ่มได้อีก 1 ฟูกถ้ามากัน 3-4 คน) และห้องน้ำในตัว เป็นบ้านที่ไม่ใหญ่แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจริงๆ
          นอกจากบ้านพักและธรรมชาติสวยงาม ที่นี่ยังมีร้านอาหารให้แวะเติมพลังกันอีก ร้านอาหารนี้ไม่ต่างจากคาเฟ่ฮิปสเตอร์ในเมืองกรุงเลย เพราะเป็นร้านอาหารสองชั้นสุดเก๋ที่ถูกตกแต่งด้วยแผ่นไม้สีฟ้าและขาวให้สวยสะดุดตาจนกลายเป็นมุมแชะภาพยอดฮิต แถมข้างๆ ร้านยังมีแปลงปลูกผักเล็กๆ น่ารักที่เจ้าของโฮมสเตย์บอกกับเราว่า เธออยากปลูกผักสดใหม่และปลอดสารพิษมาเสิร์ฟลูกค้ามากกว่าไปซื้อตามตลาด ช่างเป็นความคิดที่น่าชื่นชมอะไรขนาดนี้!
          ภายในร้านมีสินค้าที่ผลิตโดยชาวบ้านในชุมชนมากมาย เช่น เสื้อผ้าและกระเป๋าทอมือจากผ้าฝ้าย (ประณีตและสวยงามมาก) แถมยังมีสินค้าที่ผลิตโดยทางบ้านสวนอุ้ยคำเอง เช่น สับปะรดภูแลและลำไยอบแห้ง ที่เคี้ยวเพลินและหวานอร่อยจนเราต้องชิมไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ
          จริงๆ แล้ว ที่นี่สามารถเรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ เพราะถ้าพูดถึงอาหาร ก็เสิร์ฟตั้งแต่อาหารตามสั่งปกติไปจนถึงอาหารเหนือแท้ๆ ซึ่งจานที่ยกให้เป็นที่ 1 ก็คือ แกงฮังเลหมู เพราะมันเข้มข้น กลมกล่อม แถมหมูยังนุ่มละมุนลิ้นจนละลายในปาก! และถ้าพูดถึงเครื่องดื่ม ร้านนี้เค้าก็เสิร์ฟมันทุกอย่าง ตั้งแต่ชากาแฟทั่วๆ ไป จนถึง เซตน้ำชาใหญ่ที่มาพร้อมสโคน แยม เนย และคุกกี้งาขี้ม่อน (งาพื้นเมืองของภาคเหนือ) แถมยังมีชาหอมหมื่นลี้อันเป็นชาซิกเนเจอร์ของภาคเหนือด้วย
          สำหรับที่นั่งของร้าน ชั้นล่างจะเป็นเซตโต๊ะเก้าอี้ตามปกติ แต่บริเวณด้านนอกจะเป็นแคร่ ที่อาหารจะถูกเสิร์ฟใส่ขันโตกให้กับแขกผู้มาเยือน ส่วนชั้นบนของร้าน ลูกค้าจะได้นั่งกับพื้นพร้อมกินอาหารบนขันโตก และเนื่องจากชั้นลอยนั้นเปิดกว้างไร้กำแพง จึงจะได้ชมบรรยากาศธรรมชาติไม่ต่างกับคนที่นั่งชั้นล่างหรือบริเวณรอบนอก
          มากันที่โซนสุดท้ายที่เป็นไฮไลต์หรือเอกลักษณ์ของโฮมสเตย์นี้ ซึ่งก็คือ ลานกิจกรรมที่มีอะไรให้ทำเยอะเหลือเกิน เมื่อตกดึก ที่นี่จะมีกองฟางให้แขกได้นั่ง และมีเตาไฟพร้อมตะแกรงให้นำอาหารมาปิ้งย่างได้ตามใจชอบ แถมมันยังเป็นสถานที่เรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กๆ ช่วงซัมเมอร์ โดยจะมีกิจกรรมชนบทให้เด็กๆ ทำ เช่น ทำขนมและอาหาร กิจกรรมเหล่านี้จะสอนความรู้พื้นฐานรวมถึงทำให้เด็กๆ รู้จักอนุรักษ์ความเป็นชนบทเหมือนกับคนพื้นที่ และเชื่อสิว่า ทุกคนจะไม่มีวันหาอะไรแบบนี้ได้ง่ายๆ จากโฮมสเตย์ที่อื่นแน่ๆ
          จบทริปท่องเที่ยวภาคเหนือไปเรียบร้อย แต่ความประทับใจในโฮมสเตย์ ‘บ้านสวนอุ้ยคำ’ ยังคงอยู่ เรารู้สึกว่าที่นี่อาจจะไม่ได้เด่นดังและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอย่างที่อื่นๆ แต่ก็สิ่งเหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเข้าถึง ‘ความสงบ’ และ ‘ความชนบท’มากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ สุดท้ายนี้ ถ้าเพื่อนๆคนไหนกำลังมองหาโฮมสเตย์ที่สงบ เพรียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ในขณะเดียวกันก็ใกล้ชิดธรรมชาติและชนบทแท้ๆ ไม่ควรพลาดที่นี่เลย โฮมสเตย์ ‘บ้านสวนอุ้ยคำ’ ที่จะตอบโจทย์เหล่านั้นและทำให้ทุกคนลืมโฮมสเตย์ที่อื่นไปอย่างแน่นอน 




SHARE

Comments

Lovelycat
10 months ago
อ่านแล้วอยากกินแกงฮังเลเลย
Reply