Inner Journal : ความอิจฉาบังตา
เมื่อวานเกิดภาวะสะเทือนใจ และได้เห็นอารมณ์ภายในตัวเองที่ชัดเจนมาก
"อิจฉา" "น้อยใจ" มันพุ่งขึ้นติดๆกัน ตามหลอกหลอนเราต่อไปอีกตลอดวัน
หลังจากได้ฟังข่าวดีของคนใกล้ตัว..

น้อยคนนักที่จะยอมรับว่าตัวเองอิจฉาเวลาเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จมากกว่าตัวเอง
พอสืบค้นลงไปดูสภาวะอารมณ์นั้นโดยละเอียดก็เห็นว่ามันคือความรู้สึกว่าเราด้อยกว่าคนอื่นนั่นแหละ เราอิจฉา เพราะเขาได้รับการยอมรับมากกว่า (ดูเหมือน)มีชีวิตที่ดีกว่าเรา

ยังเห็นความคิดของตัวเองเลยไปถึงว่า "ทำไมนะ ฉันก็ทำได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเธอเลย ฉันทำหลายอย่างเก่งกว่าเธอด้วยซ้ำ ทำไมถึงไม่เป็นฉัน..." นั่นไง..ความอิจฉาตัวร้ายมันพากันสุมไฟอารมณ์ให้ยิ่งมัวหมอง

เพิ่งเห็นตัวเองชัดเจนว่าขาด "มุทิตา" มากแค่ไหน มุทิตา ก็คือหนึ่งในหลักธรรมพรหมวิหาร 4 ที่ว่าด้วยการยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี หลักธรรมง่ายๆที่เราเรียนกันมาตั้งแต่มัธยม เรียนแบบท่องๆจำๆ ไม่เคยได้ซึมซับความจริงเหล่านั้นกับชีวิตเลย จนเมื่อได้เรียนป.โท ที่จิตตปัญญาศึกษา ทำให้เห็นธรรมได้จากการเห็นทุกข์หลายครั้ง

รอบนี้ก็เหมือนกัน "ความอิจฉา" ที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นทำให้เราได้เห็นอัตตาตัวเป้งของตัวเองอีกครั้ง มันเข้ามาปกคลุมจิตใจเราให้มืดมัวอย่างง่ายดาย กล่อมเราให้ท้อ รู้สึกเบิร์นเอาท์
ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรต่อ เกลียดตัวเอง โทษตัวเอง โทษคนอื่น พาลไปหมด จนอยากจะหนีปัญหาเริ่มต้นชีวิตใหม่กันเลยทีเดียว

วันนี้ได้ตกผลึกมากขึ้น ได้เห็นความรู้สึกของตัวเองชัดเจนขึ้น ถึงแม้ท้องฟ้าในใจจะยังเป็นสีมัวหมองไม่ต่างกับฟ้าทึมเทาของพายุฤดูร้อนในตอนนี้ แต่ก็เริ่มเห็นสัจธรรมบางอย่างของตัวเรา
เราไม่ได้ดีเหนือกว่าใครทั้งนั้น เราเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนนึง กิเลสยังหนา อยากให้คนรัก อยากให้คนชื่นชม อยากเป็นที่ยกย่อง หนทางในการฝึกยังยาวไกล เราต้องฝึกตัวฝึกใจอีกมาก อุปกรณ์สำคัญยังคงเป็น "ศรัทธา" ในชีวิต ศรัทธาเสียงลึกๆ เสียงแห่งพุทธะภายในตัวเรา ว่าจะพาเราก้าวเดินไปในทางที่ถูกที่ควร และมี "สติ" คอยช่วยเป็นดาวเหนือคอยเตือนเราอยู่เป็นเนืองๆ 

รอบนี้ความอิจฉามันบดบังสติจนมืดมิด ผ่านไปหนึ่งคืนกับอีกครึ่งค่อนวัน
ในที่สุดม่านหมอกนั้นก็จางหายไป เราเห็นทางชัดขึ้น ดาวเหนือแห่งสติกลับมาอยู่ประจำที่แล้ว
ชีวิตก็เช่นนี้ ตกหลุมบ้าง พลาดบ้าง ร้องไห้บ้าง เจ็บแค้นบ้าง น้อยใจบ้าง อิจฉาบ้าง
เราห้ามมันไม่ได้ และเราก็ไม่ควรจะห้ามด้วย เพราะเราคือมนุษย์ มนุษย์คือจิตวิญญาณที่อุดมไปด้วยคลื่นแห่งความคิด ความรู้สึก จินตนาการ และความคาดหวัง
เพียงตามดู ตามรู้มันไป เท่านั้นก็พอ...
SHARE
Writer
pimmier
Moment collector
คุยเรื่องปรัชญา ศาสนา การรู้จักตัวเอง สติ ความฝัน และความคิดที่วาบขึ้นมาระหว่างวัน

Comments