ในความคิดของฉัน ฉันตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ถ้าฉันตาย พวกเขาจะรักฉัน

คุณคิดว่ามันจะจริงหรือเปล่า?
.
.
.
ตั้งแต่เด็กฉันคือคนเงียบๆ ไม่กล้าแสดงออกมากนักกับคนที่ไม่คุ้นเคย หรือแม้กระทั่งกับคนในครอบครัวฉันก็มักจะระวังคำพูดของตัวเองเสมอ
ฉันมีบทพูดมากมายหลายทางเป็นตัวเลือกในหัวในการจะตอบหรือถามสิ่งใดออกไป เพราะเมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มพูดอย่างใจนึกตรงไปตรงมา พวกเขาจะบอกกับฉันว่าฉันเป็นเด็กไม่ดี ปากเสีย พูดจาไม่น่ารักเลย ฉันไม่ควรทำอย่างนั้น นั่นเลยส่งผลให้ฉันมักพูดจาสุภาพนอบน้อม ชมเชยทุุุุกคนอ้อมไปอ้อมมาอยู่เสมอ
.
.
นี่จะถือเป็นข้อดีหรือเปล่านะ?
สุภาพและอ่อนน้อมคือค่านิยมที่ควรกระทำแล้วมิใช่หรือ?
.
.
.
ดีหน่อย เมื่อโตขึ้น ฉันเริ่มรู้วิธีการในการระบายสิ่งเหล่านี้ได้บ้างเมื่ออยู่กับเพื่อนสนิทและพี่สาว 
ฉันสามารถพูดอย่างที่ใจนึกจริงๆไม่ต้องสรรหาคำสวยหรูมาตอบคำถามหรือถามได้เฉพาะในสิ่งที่ดูสร้างสรรค์และออกแนววิชาการ 

มันเหนื่อยล้าเหลือเกินในการต้องเป็นอีกคนที่ไม่ใช่ฉัน แม้กระทั่งอยู่ในบ้านที่ควรผ่อนคลาย

เติบโตขึ้นอีกนิดในช่วงวัยเรียน วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ
ฉันตัดสินใจเดินตามทางที่พวกเขาปูไว้ให้อย่างสวยหรู(ในความคิดของเขา)มันค่อนข้างฝืนใจสิ่งที่ฉันเป็นหน่อยๆ การพบเจอผู้คนในสายการเรียนทำฉันอึดอัดเพราะอย่างที่บอกฉันค่อนข้างเก็บตัวอยู่มาก แต่ฉันเข้าใจดีว่าพวกเขาหวังดี 
ฉันรู้ดีว่าพวกเขารักฉัน ที่พวกเขาทำมันมาจากความคาดหวังและภูมิใจในตัวฉัน ฉันแค่ต้องพยายาม
.
.
แต่อะไรที่มันไม่ใช่มันจะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆเสมอ
ทั้งในความคิดและความรู้สึก
.
.
และฉันเริ่มก็รู้สึกได้ว่า
ความคาดหวังที่เขาฝากไว้มันเริ่มลดลงอย่างช้าๆ
.
.
ในตอนแรกฉันรู้สึกดีมาก มันไม่ได้รู้สึกกดดันอย่างเดิมแล้วแต่นั้นก็มาพร้อมความห่างเหินที่่ฉันสัมผัสได้อย่างแจ่มชัด
.
.
ฉันกลัว
ฉันคงถูกทิ้งใช่ไหม?
.
.
เหนือกว่าผิดหวังในตัวคนอื่น ฉันกลับรู้สึกผิดหวังในตัวเอง 
.
.
ถ้าฉันพยายามอีกหน่อยมันคงจะดีกว่านี้ใช่ไหม?พวกเขาคงไม่เหินห่างไปใช่ไหม?
ก็พวกเขารักฉันหนิ พวกเขาจะหายไปเพียงแค่ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาต้องการเหรอ?



หรือถ้าฉันตาย พวกเขาจะรักฉัน ต้องการฉัน
สิ่งนี้ผุดขึ้นมาในหัวอย่างกับบทนางร้ายตัวประกอบที่คิดจะเรียกร้องความสนใจจากพระเอกที่กำลังทอดทิ้งตนไปหานางเอกใสซื่อ
.
.ในความคิดของฉัน ความตาย คือการที่ฉันจะไม่ได้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ตอนเช้าของทุกวันไม่ได้กินอาหารจานโปรดหรือก็คือไม่ได้อยู่ในวันพรุ่งนี้อีกต่อไป ซึ่งฉันไม่กลัวซักนิด เพราะบางครั้งวันพรุ่งนี้ก็น่ากลัวกว่าจะรอคอยให้ถึึง

แต่ที่ฉันกลัวคือ ความเจ็บปวด
มันรู้สึกจากการประท้วงของเซลล์รับความรู้สึกในร่างกายช่างน่ากลัว จะเปรียบก็เหมือนการไม่รู้สึกเจ็บแผลจนกว่าที่เราจะรู้ว่ามีแผลอยู่

และใครจะกล้าพอที่จะมอบความเจ็บปวดให้กับตัวเองกันล่ะ?
ฉันจึงได้แต่คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในหัว


ในความคิดของฉัน 
ฉันตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ยิ่งเสียใจ ร้องไห้และคิดซ้ำไปซ้ำมามากเท่าไร
ก็มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นมาในความคิดของฉัน
.
ฉันรักพวกเขา และคิดว่าพวกเขาก็คงรักฉัน.     แต่สิ่งที่ฉันรักที่สุดคือตัวฉันเองถ้าฉันตาย ฉันไม่ได้้จะทำร้ายพวกเขา
แต่ฉันกลับทำลายตัวฉันเอง 
มันเจ็บปวดนิดหน่อยที่คิดว่าพวกเขาคงไม่รักฉันเท่าที่ฉันรักพวกเขาละมั่ง แล้วฉันจะเอาชีวิตไปแลกกับความไม่แน่นอนเหรอ? 
.
.
.
ฉันหวังว่าต่อจากนี้ฉันจะรักตัวเองมากกว่านี้
โลกคงไม่ใจดีกับฉันตลอดแต่ฉันหวังว่าตัวฉันเองจะรักและคอยใจดีกับตััวเองอยู่เสมอๆ
แค่หวังว่าละนะ มันคงดีขึ้นแน่ในซักวัน
.
.
.
.
.

คุณคนที่กำลังอ่านนี่ก็ด้วย
รักตัวเองมากๆน่ะ :)


 






SHARE
Written in this book
L I F E , M O O D Y
Writer
Redsneakers
A little reader
I really like to wear my favorite shoes and walk in to the same place. I like to look at the moon through a small window from my bedroom which is like my only shelter.

Comments

missbluejeans
1 year ago
รักตัวเองและอย่าลืมมอบความสุขให้ตัวเองด้วยนะคะคุณ 
Reply
Arancia
1 year ago
รักตัวเองเยอะๆนะคะคุณ ทางนี้ขอฝากความรักไปให้อีกแรงน้า

Reply
Meeyamiya
1 year ago
เก่งมากๆเลยค่ะ
Reply
Half_Blood
1 year ago
สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้น้าาาาา😊
Reply
juuhachi
1 year ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ♡♡♡
Reply