การเรียนหมอเหมือนกับการวิ่งมาราธอน
หลังจากอ่านชื่อ Topic ของบทความนี้ หลายๆคนอาจจะสงสัยค่ะ ว่าทำไมเราถึงตั้งชื่อ Topic นี้ว่า การเรียนหมอเหมือนกับการวิ่งมาราธอน ก่อนอื่นเลยเราขอออกตัวก่อนนะคะ ว่าเป็นการเปรียบเทียบในมุมมองความคิดของเราเท่านั้นนะคะ 

เราไม่ได้เขียนบทความเล่าเรื่องราวของเรามาเกือบ 1 ปีแล้วค่ะ 1 ปีที่ผ่านมานี้มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นกับเรามากมายเลยค่ะ ทั้งเรื่องทุกข์ เรื่องสุข เรื่องเศร้า เรื่องตลก ชีวิตนักศึกษาแพทย์ปี 2 ที่ใครหลายๆคนบอกว่าเป็นปีของการเปลี่ยนแปลงนั้น ใช่ค่ะ เป็นปีของการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรามากๆเลย เปลี่ยนความคิดของเราหลายๆอย่างด้วยค่ะ 

ขอย้อนความไปนิดนึงนะคะ ชีวิตนักศึกษาแพทย์ปี 1 ก็คงเหมือนกับ Freshy ทั่วไป ที่ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เรียนๆ เล่นๆ ชีวิตแฮปปี้ มีความสุข แต่พอขึ้นปี 2 แล้ว พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ เรียนหนักขึ้น เนื้อหามากขึ้น สอบบ่อยขึ้น มีความรู้สึกหลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมาย เริ่มต้นด้วยการที่เมื่อเปิดเทอมขึ้นปี 2 เทอม 1 นั้น คณะอื่นคงได้หยุดกัน 3 เดือน แต่สำหรับคณะเรานั้น ได้หยุดแค่ 9 วันค่ะ เป็นช่วงเวลาที่สั้นมากๆ 

พอเปิดเทอม บล็อกแรกที่เรียนก็ยังคงเรียนไม่หนัก เหมือนกับหลอกให้เราดีใจว่า ปี 2 ที่ใครๆบอกว่าหนักนั้น มันไม่ได้หนักเลย (ที่มหาวิทยาลัยของเรา คณะแพทยศาสตร์เรียนเป็นบล็อกนะคะ) แต่พอสอบวิชาแรกเสร็จ เปิดบล็อกที่ 2 นั้นแตกต่างจากบล็อกแรกเลยค่ะ เริ่มเลคเชอร์ช่วงเช้า 8 โมง ถึงเที่ยง ตอนบ่ายมีแลปปฏิบัติการถึง 5โมงเย็น เราก็เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว เนื้อหาเยอะขึ้นมากๆ แต่ด้วยความที่ติดความชิวจากบล็อกแรกมา ก็กลับหอมาอ่านหนังสือบ้าง ไม่อ่านหนังสือบ้าง พอสอบปิดบล็อกนั้น เราจำได้เลยค่ะ ว่าเราทำข้อสอบด้วยความไม่มั่นใจเลย กลัวสอบตกมาก จากการทำข้อสอบวันนั้นก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราจะเล่นๆแบบนี้อีกไม่ได้แล้วนะ แต่พอเปิดบล็อกที่ 3 เป็นบล็อกที่ใช้เวลาเรียนสั้นมากค่ะ เรียน 4 วัน แล้วสอบเลย บล็อกนี้มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากรุ่นพี่และอาจารย์บอกว่า บล็อกนี้เป็นบล็อกที่สามารถบอกเกรดของเราในบล็อกถัดๆไปได้เลย ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อนะคะ ว่ามันจะตัดสินได้ขนาดนั้นได้เลยหรอ ช่วงนั้นมีกิจกรรมมากมายเลยที่ต้องทำ ทำให้เราแบ่งเวลาได้ไม่ดี ทำให้เราติด F บล็อกนี้ค่ะ ตอนนั้นเราช็อคมาก ในชีวิตไม่เคยติด F เลย นั่นเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตนศพปี2ของเราอันแรกเลยค่ะ เราพยายามทำให้ดีขึ้นในบล็อกถัดๆไป พอเปิดบล็อกใหม่ เป็นบล็อก Skin & Musculoskeletal System เป็นบล็อกที่พีคมาก จาก 2 บล็อกที่แล้วที่เราเคยบ่นว่าเหนื่อยนั้น เทียบทับบล็อกนี้ไม่ได้เลยค่ะ เนื้อหาเยอะมาก ตอนเช้าเรียนเลคเชอร์ ตอนบ่ายไปผ่ากรอส ออกจากห้องกรอสมาไม่เคยเห็นตะวันตกดินเลยค่ะ ออกมาก็เจอแค่แสงจากหลอดไฟ และท้องฟ้าที่มืดสนิทแล้ว สำหรับเราตอนนั้นแค่ผ่ากรอสก็เหนื่อยมากแล้วค่ะ กลับมาที่หอถ้าวันไหนเหนื่อยมากเราก็อาบน้ำนอนเลย ไม่ได้อ่านหนังสือทบทวนหรืออ่านหนังสือล่วงหน้าเลย เหมือนช่วงนั้นเราเหมือนเอาชีวิตรอดไปวันๆ ทำให้เมื่อสอบmid block เราทำคะแนนออกมาได้ไม่ดีเลยค่ะ อาจารย์เรียกมาคุยว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงนั้นมันมีความรู้สึกถาโถมเข้ามาที่ตัวเรามากมาย ทั้งผิดหวังในตัวเอง เสียใจ โกรธตัวเอง รู้สึกแย่ที่ทำให้พ่อแม่หรืออาจารย์ผิดหวังในตัวเรา เรารู้สึกว่าเราเป็นตัวถ่วงของเพื่อนในกลุ่ม ช่วงนั้นเราเฟลมากๆค่ะ เหมือนตกลงไปในก้นเหว ร้องไห้ทุกวัน โทษตัวเองตลอด จำได้ว่าหลังจากผ่ากรอสเสร็จ เรากลับมาที่หอเรานั่งร้องไห้ทุกวันเลย เราพยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้น อ่านหนังสือไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย ความรู้สึกแย่ของเรามันก็เหมือนคอยตอกย้ำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองไปอีก โทษตัวเองเยอะมากๆในช่วงนั้น โทษตัวเองในทุกๆเรื่อง ไม่ค่อยยิ้ม ไม่หัวเราะ ความคิดแบบNegativeมันก็เริ่มค่อยๆมาแทนที่ความคิดแบบPostive มองอะไร คิดอะไรก็แย่ไปหมด เรียกได้ว่าชีวิตช่วงนั้นพังมากค่ะ จนเราเริ่มทนไม่ไหว เข้าไปปรึกษาอาจารย์ อาจารย์เลยให้เราลองปรับความคิดและวิธีการอ่านหนังสือค่ะ อาจารย์บอกว่า วิธีที่เราใช้อยู่มันอาจจะยังไม่ใช่สำหรับมากที่สุดเลยให้เราพยายามหาวิธีการอ่านหนังสือของตัวเองค่ะ เราลองปรับมาหลายวิธี ลองมาเยอะมาก แต่ก็ยังไม่เจอวิธีการอ่านที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองสักที จนเราเริ่มกลับมาท้ออีกแล้วค่ะ ช่วงนั้นเป็นบล็อกสุดท้ายของเทอม 1 พอดี เรารู้สึกแบบไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เราทำอะไรอยู่ มีคำถามมากมายเข้ามาในหัวเราตลอดเลยค่ะ เราทำอะไรอยู่ ที่ทำอยู่มันคุ้มกับความเครียดที่เราต้องแลกแล้วหรอ ทำไมเราต้องเหนื่อยขนาดนี้ ช่วงนั้นเราท้อไปเลยค่ะ แบบเหนื่อยแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่สู้แล้ว ความรู้สึกพวกนี้แหละค่ะ ทำให้เราติด F อีกตัวนึง กลายเป็นว่าเทอมแรกนี้ เราติด F ไป 2 ตัว ทำให้เกรดเราแย่มากๆค่ะ 1.88เรียกว่าเกรดต่ำสุดในชีวิตก็กว่าได้ พระเจ้า! เกิดมาไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าจะเห็นเลข 1 ในผลการเรียนของเรา เราร้องไห้หนักมากเลยค่ะ เสียใจมากๆ ทั้งผิดหวังในตัวเอง เสียใจที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังในตัวเรา เรียกว่าเรารู้สึกแย่จนถึงขั้นคิดว่าอยากจะลาออกค่ะ แต่เราไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ เรานั่งร้องไห้ทุกวัน 

จุดเปลี่ยนครั้งที่2 ของชีวิตปี 2 เริ่มจากตรงนี้ค่ะ เราร้องไห้จนเหนื่อยแล้วก็หลับไปทุกคืนเลยค่ะ เป็นแบบนี้เกือบ 2 อาทิตย์ จนถึงจุดที่เราคิดได้แล้วว่าเราควรจะสู้สิ นี่เป็นความฝันและความหวังของครอบครัวเราเลยนะ เราลองมาสู้อีกสักตั้ง ผลจะเป็นยังไงก็ช่างมัน ทำให้ดีที่สุดให้เราไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็พอ หลังจากนั้นเราก็พยายามสู้อีกครั้ง เปลี่ยนวิธีการอ่านหนังสือใหม่ทั้งหมด ให้เพื่อนติวให้ เพื่อนเราก็นิสัยดีมากๆค่ะ จริงๆมีเพื่อนหลายคนที่ช่วยเหลือเรานะ แต่เราขอยกเพื่อน 2 คนนี้เป็นผู้ผลักดันให้เราพยายามสู้ต่อค่ะ เพื่อนคนแรกเลยค่ะ เธอชื่อฟ้า เธอเป็นคนจังหวัดพิจิตร ฟ้าเรียนเก่งมาก เป็นผู้หญิงที่ตลก ใจดี นิสัยน่ารักค่ะ ฟ้าคอยเตือนเราให้อ่านหนังสือ เนื้อหาตรงไหนที่เราไม่เข้าใจ ฟ้าจะคอยช่วยอธิบายช่วยสอนให้เราเข้าใจค่ะ ฟ้าจะคอยถามคำถามเรา พยายามให้เราจำได้ค่ะ เราเป็นคนที่อ่านหนังสือช้ามากและต้องใช้การอ่านซ้ำหลายๆรอบเพื่อให้จำได้ บางเนื้อหาเราก็ชอบลืมค่ะ ต้องให้ฟ้าช่วยสอนใหม่ให้ตลอด ซึ่งฟ้าก็ไม่เคยบ่นเลย ช่วยสอนเราทุกครั้งที่เราขอ เราก็แอบเกรงใจเพื่อนนะ ช่วงใกล้สอบเพื่อนหลายๆคนคงจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเพื่อทำให้คะแนนสอบของตัวเองออกมาดีที่สุด แต่ฟ้ายอมเสียสละเวลาอ่านหนังสือของตัวเอง มาช่วยสอนคนเข้าใจยากแบบเรา ฟ้าเป็นทั้งเพื่อน และก็ครู ในบางครั้งก็เป็นเหมือนแม่คนที่่ 2 ของเราเลยค่ะ นอกจากจะสอนเนื้อหาเราแล้ว เรายังได้วิธีคิดหรือข้อคิดจากฟ้าในการใช้ชีวิตประจำวันมาปรับใช้กับตัวเราเยอะมากค่ะ จนตอนนี้ฟ้ากลายเป็นเพื่อนที่เราสนิทมากที่สุด มีอะไรก็เล่าให้ฟ้าฟังทุกอย่างเลย คนที่สอง เธอชื่อว่าแคทค่ะ แคทเป็นเด็กเตรียมอุดม แต่เธอเป็นคนจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อนคนนี้ไม่ได้เป็นเพื่อนในแก๊งเราหรอกนะคะ ตอนแรกที่รู้จักแคท เราขอออกตัวก่อนเลยว่าเรากลัวแคทค่ะ เพราะตอนแรกที่เจอเหมือนแคทเป็นคนพูดตรงมาก เหมือนรู้สึกหรือคิดยังไงก็จะพูดออกมาเลย แต่พอได้รู้จักแคทมากขึ้นแล้ว เรากลับพบว่าแคทเป็นผู้หญิงคนนึงที่นิสัยดีมากๆ คอยสังเกตและใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนมากๆ แคทคอยมาถามเราเสมอว่าเรียนเข้าใจมั้ย ช่วยเราติวหนังสือก่อนสอบ ตอนแรกที่เราไปติวด้วย 1 เลคเชอร์ พวกเราใช้เวลาติวเกือบ 3 ชั่วโมง ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่ามันเสียเวลามากๆ ประกอบกับช่วงเวลาติวเป็นช่วงกลางคืน ทำให้เราขี้เกียจค่ะ เวลาแคทชวนเราจึงตอบบ่ายเบี่ยงไปว่าเราไม่ว่าง อ้างปัญหาร้อยแปดมาอ้างค่ะ ทำให้แคทกับฟ้าเลยติวหนังสือกันอยู่สองคน แต่พอเรากลับมาอ่านเองเราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี เราเลยลองเปิดใจอีกครั้งค่ะ ครั้งนี้เรากลับไปติวกับแคท แคทไม่เป็นฝ่ายอธิบายแล้ว เธอให้เราเป็นฝ่ายอธิบายให้เธอฟังค่ะ ว่าเราเข้าใจว่ายังไง ถ้าตรงไหนเราเข้าใจผิด แคทกับฟ้าจะช่วยอธิบายให้เราเข้าใจใหม่ค่ะ ซึ่งวิธีที่แคทและฟ้าให้เราอธิบายสิ่งที่เราเข้าใจนั้น ทำให้เราค้นพบวิธีการอ่านหนังสือที่ดีที่สุดของเราค่ะ นั่นก็คือการอธิบายให้คนอื่นฟังในสิ่งที่เราเข้าใจว่ามันถูกหรือไม่ ต้องขอบคุณแคทกับฟ้าที่ทำให้เกรดเทอม 2 ของเรา จากเลข 1 กระโดดขึ้นมาเป็นเลข 2 ถึงแม้มันจะไม่ได้ขึ้นมาตามที่พ่อแม่เราหวังไว้ แต่เราก็รู้สึกภูมิใจนะ ต้องขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ ยอมลุกขึ้นสู้ต่อในวันนั้น ทำให้เรามีพัฒนาการไปอีกระดับนึง ขอบคุณนะ

แน่นอนค่ะ ว่าในเมื่อกราฟชีวิตกำลังค่อยปีนขึ้นไปนั้น กลับสะดุดอีกครั้งนึง เมื่อเพื่อนๆของเราได้ขึ้นชั้นปีที่ 3 แต่เรายังคงต้องอยู่ชั้นปีที่ 2 เพื่อแก้ F ของเราค่ะ เราเสียใจและเสียดายมากๆที่ไม่ได้ไปต่อกับเพื่อนๆ เรารู้สึกใจหายเลย จำได้ว่าเคยพิมพ์ข้อความไปหาฟ้า พร้อมกับน้ำตา เราเสียใจมากจริงๆ เราอยากไปต่อกับเพื่อนดีๆแบบนี้ ซึ่งเราคิดว่ามันหายากนะเพื่อนที่ดีแบบนี้ แต่ในวันนี้เราไปต่อกับเพื่อนไม่ได้ เราว่ามันก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอนแหละค่ะ ที่เริ่มต้นจุด Start พร้อมกัน แต่อาจถึงเส้นชัยไม่พร้อมกัน ในตอนนี้ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับว่า เพื่อนกำลังค่อยๆวิ่งไปเรื่อยๆ แต่เรากำลังอยู่จุดพัก ยังไม่วิ่งต่อ เพื่อนเราอาจะใช้เวลาน้อยกว่าเรา แต่แน่นอนค่ะว่าเราจะต้องถึงเส้นชัยแน่ๆ อาจจะใช้เวลามากกว่าคนอื่นหน่อยก็เท่านั้นเอง ในวันข้างหน้าเราก็ไม่รู้ว่าจะเจอเพื่อนร่วมทางดีๆแบบนี้อีกมั้ย แต่สำหรับแคทและฟ้านั้นยังคงเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีและเราเชื่อว่าสองคนนั้นต้องยืนรอเราที่เส้นชัยแน่ๆค่ะ รอก่อนนะเพื่อน เรากำลังจะออกตัววิ่งอีกครั้งหนึ่ง เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ :) 

ปล. ช่วงนี้เรามีเวลาว่างอาจจะมาเล่าเรื่องราวบ่อยมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะมีคนอ่านอยู่หรือเปล่านะ ^^
ปล.2 ถ้าแคทและฟ้ามาอ่านก็อยากขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่ทำให้เราเข้มแข็งและโตขึ้นเยอะเลย 
                                                                                                    @coconut_tofu

SHARE
Writer
Coconut_tofu
Medical Student,Daughter
มนุษย์ที่มีแต่เรื่องราวสีเทา 👤 ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวอักษร 🖋

Comments

berrystarry
4 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ จากนศพรุ่นเดียวกัน :-)
Reply
Coconut_tofu
4 months ago
ฮือออ ขอบคุณนะคะ 🥰🥰