อยากกลับไปเป็นฉันตอนอายุ 15
ฉันยืนคิดตอนล้างจาน ข้างหน้าระดับสายตาเป็นชั้นวางจาน
การล้างจานกลายเป็นroutineตั้งแต่ที่ประกาศพรกฉุกเฉิน

ฉันอายุ 21 แล้ว สถานะตอนนี้คาบเกี่ยวระหว่างนักศึกษาจบใหม่และนักศึกษาตกงาน
เพราะไปไหนไม่ได้ ทำให้ฉันเอาข้ออ้างนี้มาเป็นเหตุผลให้ได้อยู่บ้าน
แต่ถ้าอยู่บ้าน แต่ไม่ทำอะไรเลย ก็คงโดนแม่ด่าทุกวัน เลยต้องหาอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันสักหน่อย

ทุกวันนี้อยู่บ้าน นอกจากตรวจแก้ไขเล่มจบ ที่อาจารย์ต่างพลิกลิ้นกลับคำไปมากันเอง
อีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นเพื่อนเล่นน้องตอนที่พี่เลี้ยงไม่สนใจน้อง แต่น้องก็เอาแต่ใจพอตัว

กิจกรรมที่ฉันชอบทำระหว่างนี้ คือ ระบายสีน้ำ 
กิจกรรมที่แม่ส่งเสียให้เรียนพิเศษตั้งแต่เด็ก ด้วยความชอบทำให้ฉันพอมีทักษะติดตัวจนถึงตอนนี้

ตอนม5 ฉันได้ไปแลกเปลี่ยนเนเธอร์แลนด์ ระหว่างนั้น  ว่างๆก็ชอบวาดรูป สเก็ตพี่แทยอนจนน้องตกใจ บอกว่าคนไทยมีฝีมือทางศิลปะจริงๆ หลังจากนั้น แม่ไปคุยกับโรงเรียน เพื่อให้ได้เรียนวิชาศิลปะทำมือเพิ่ม คิดว่าน่าจะชอบแน่นอน ซึ่งก็ชอบจริงๆ ตื่นเต้น ดีใจทุกครั้งที่จะได้เรียนวิชานี้

ศิลปะทำมือ (Hand vaardigheid)
คุณครูน่ารักมาก วิชานี้ไม่มีโจทย์อะไรเลยนอกจาก "อยากทำอะไร"
คงจะกว้างไป ครูเลยเข้ามาถามความถนัดความสนใจ งานชิ้นแรกจึงเป็นภาพแคนวาส ตัว K แบบ serif ประดับด้วยใบไม้เลื้อยๆและพระจันทร์ที่ชอบ ครูไม่ได้เสียดายหรือกั้กของเลย ครูแนะนำตลอด อยากได้อะไรบอก หาไม่เจอบอก ไม่กล้าเริ่มบอก แต่เพราะไม่เคยทำภาพใหญ่ขนาดนี้เลยเกร็งๆกลัวจะเละ แต่ก็ออกมาด้วยดี 

ในห้องมีนักเรียนไม่เยอะ เพราะคนคนนึงใช้พื้นที่ตนเองเยอะมาก อยากทำอะไรก็ทำ บางคนตัดไม้ บางคนหล่อเหล็ก บางคนโมเดล ตลอดคาบคือความสร้างสรรค์ อยากเปิดเพลงอะไรก็ไปกดเอา เป็นชั่วโมงที่สบายใจมาก อยากให้เวลาเดินช้าๆ จะได้ทำชิ้นงานให้เสร็จแล้วจะได้ทำชิ้นต่อไปเร็วๆ

งานชิ้นสองคือโมเดลตึกทีี่ชอบ (คล้ายๆโมเดลบ้านคณะสถาปัตยกรรม แต่คงเทียบชั้นไม่ได้) ครูให้หาเรฟทรงตึกที่ชอบ ประกอบกับชอบทำบ้านกระดาษให้ตุ๊กตา เลยคิดว่าทำได้ ครูหยิบแผ่นพลาสติกอย่างนึงมาให้ที่ไม่เคยเห็นมันในประเทศไทย ละบอกจัดการเลยจ้า ความเกรงใจเกิดขึ้น แต่ก็ประกอบจนเสร็จเป็นตึกสวยตามที่ตั้้งใจ

รอบห้องของครูเป็นชั้นวางผลงานทั้งที่เสร็จแล้วและยังไม่เสร็จ ครูสังเกตุได้ว่าฉันชอบดูเต่าตัวนึงมากๆ เป็นโมเดลเต่าจากพลาสติกนุ่มๆและน้ำหนักเบาที่ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อนอีกแล้ว ทาสีเขียวไล่สีน่ารักมากๆ ฉันชื่นชมมันทุกครั้งที่เข้าเรียน จนวันสุดท้ายของการเรียน ครูเดินมาบอกว่าอยากได้ก็เอาไปสิ เอามาให้คนที่ชอบมันคงจะดีกว่าจะต้องทิ้งไป ฉันรีบฝากขอบคุณไปถึงเจ้าของ ในที่สุดฉันก็ได้เต่าตัวนี้กลับบ้าน ลูบคลำได้เรื่อยๆเลย

ระหว่างนั้น มีเทศกาลมากมายเกิดขึ้น และฉันเป็นคนเดียวที่ทำการ์ดทำมือ ทั้งสีไม้ สีน้ำ สีเมจิก จริงๆฝีมือฉันก็ไม่ได้อลังการมากมาย ฉันระบายโคปิกไม่เป็น พยายามแล้วแต่ยังทำไม่ได้ แต่ถนัดสีพวกน้ีและรูปวาดก้อกแก้กมากกว่า เพราะการ์ดจำนวนมากทั้งของตัวเองและพี่น้องไหว้วานให้ทำ ทำให้เกิดความไม่ละเอียดบ้าง แต่ทุกคนที่ได้การ์ดล้วนตอบกลับมาว่าน่ารักมาก ชื่นชม ทุกคน

หรือเทศกาลที่ต้องได้ของขวัญ 70% ที่ฉันได้ เกี่ยวกับงานศิลปะ เช่น ปากกา สีเพ้นท์แก้ว เพราะทุกคนรู้ว่าฉันชอบและทำมันได้ดี ถ้าไม่มีความคิดอะไรพิเศษอื่นๆ ก็ซื้อของขวัญเกี่ยวกับศิลปะให้เธอเถอะ

หลังจากนั้น ฉันสอบไม่ติดในคณะที่ฉันต้องการ ฉันจึงแอดมิชชันเข้าเรียนเกี่ยวกับการใช้ศิลปะ คอมพิวเตอร์กราฟิกท่คิดว่าพอทำได้แทน ฝีมือของฉันตกหล่นลงเรื่อยๆ เพื่อนมีความสร้างสรรค์มาก ผลงานต่างๆสวยงาม ทันสมัย มีชั้นเชิง เมื่อเทียบกันแล้ว งานของฉันธรรมดามาก จึงผันไปในสายที่ไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ครีเอทีฟใดใด เพราะฉันไม่สร้างสรรค์เลย

แต่ฉันก็ยังเป็นฉัน ยิ้มใหญ่ สนุกสนาน และชอบระบายสีน้ำงานศิลปะมาตลอด จนกระทั่งปี 3 ฉันเริ่มเก็บตัวมากขึ้น เหตุผลส่วนหนึ่ง เพราะการไปแลกเปลี่ยนของฉัน ทำให้ฉันเป็นคนกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น ทำให้ฉันเป็นคนพูดตรง คิดแบบไหนพูดแบบนั้น ไม่ชอบบอกไม่ชอบ ไม่เห็นด้วยก็บอกไม่เห็นด้วย ถ้าฉันผิด ฉันพร้อมจะขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ผิด ฉันไม่ยอมแน่นอน

ฉันกลายเป็นคนพูดขวานผ่าซาก ทำให้ฉันพยายามที่จะพูดน้อยลง เพื่อไม่ให้คำพูดไปกระทบจิตใจเพื่อนนั่นเอง เหตุผลอีกส่วนหนึ่ง คือ เพื่อนๆเริ่มละเลยฉัน ฉันจึงรู้สึกว่าการไม่มีฉัน น่าจะทำให้เพื่อนสนุกกันมากกว่า จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ฉันจำได้แน่นอน และแน่นอนว่าฉันถูก แต่การกระทำของเพื่อนที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้ฉันเกลียดเพื่อนคนนึงไปเลย ฉันหยุดพูดตั้งแต่นั้น และแยกตัวเองออกมาเองโดยสมบูรณ์ ไม่มีคำทักใดใดหรือขอโทษจากเพื่อนสักคนนึงเลย

ปี 4 ของฉันจึงเป็นปีที่เดียวดายโดยสมบูรณ์แบบ ไม่มีเพื่อนคบ ไม่มีเพื่อนนั่งเรียนด้วย โชคดีที่มีวิชาเรียนน้อย ฉันรีบๆเข้าเรียนและรีบเดินออกมาเมื่อเลิกคาบ ฉันไม่อยากอยู่ในจุดที่เพื่อนทุกคนถามกันว่าไปกินข้าวที่ไหนดีแต่ไม่มีฉันอยู่ในนั้น ฉันอดทนมันมาได้ตลอด จนตอนนี้

ฉันล้างจานเสร็จ ฉันกลับเข้ามาระบายภาพ The Swing ของ Fragonard บนกระดาษขนาด A6

ฉันอยากกลับไปเป็นฉัน K ตอนที่อายุ15 
ตอนที่มีความสุขกับงานศิลปะ 
ตอนที่ชื่นชมโมเดลเต่าอยู่อย่างนั้น
ตอนมีความคิดสร้างสรรค์ อยากทำนู่นทำนี่
ตอนที่ยิ้มง่ายๆ คุยง่ายๆ คุยกับเพื่อนแล้วสบายใจ
ตอนที่ยังมีเพื่อนอยู่ข้างๆ
ตอนที่ฟังเรื่องตลกกับเพื่อน
ตอนฉันอายุ 15 ฉันมีความสุขมากจริงๆ



SHARE
Writer
Krismn
Blue moon
alles

Comments

RunOutOfZone
19 days ago
เราเชื่อว่าชิ้นงาน ผลงานทุกชิ้นมีความพิเศษในตัวเองนะคะ 😊 บางทีความธรรมดาอาจทำให้ใครบางคนหลงรัก ความธรรมดาทำใหัใครสักคนผ่อนคลาย มีความสุข
Reply
Kritsana_Chaisri
19 days ago
นึกว่าเป็นคนเดียวที่ต้องหากิจกรรมทำ เพื่อไม่ให้แม่บ่น555 นี่นั้งอ่านไปก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมคุณต้องพยายามเป็นใครก็ไม่รู้เพื่อคนอื่นด้วย? นี่นั้งคิดนะว่าก่อนคุณจะตีตัวออกห่างคุณทิ้งระเบิดลงใส่เพื่อนคนนั้นคุณคงจะโล่งน่าดู อินๆ55 ที่คุณบอกว่าไม่มีเพื่อนให้เกียรติผมเป็นเพื่อนคุณจะได้มั้ย ละไอ้ที่คุณเรียกว่าผลงานธรรมดา ถ้าไม่รังเกียจให้เพื่อนคนนี้ดูจะได้มั้ย ถึงจะธรรมดาก็อยากดูแหละ55
Reply