Demian’s Equinox story

— 22 พฤศจิกายน คริสต์ศักราช 2046

Demian Coldwell, Dhampiar


เสียงปืนครั้งแรกดังขึ้น, มือกร้านข้างขวาที่ยังคงซัดหมัดซ้ำๆไปยังใบหน้าของสเตรียกอย กลับหยุดชะงักลงเพราะแรงกระสุนที่ถูกยิงเข้าตรงปีกไหล่

เสียงปืนครั้งที่สองดังขึ้น เดเมียนรับรู้ถึงความเจ็บปวดตรงบริเวณหน้าท้อง แต่ร่างกายกลับยังไม่หยุดที่จะพยายามต่อสู้กับพวกมันเพื่อถ่วงเวลา

เสียงปืนครั้งที่สามดังขึ้น กระสุนถากไปยังที่คอของแดมเปียร์ตัวโตเกิดเป็นบาดแผลเหวอะหวะ เลือดที่ค่อยๆไหลรินลงมาเรื่อยๆ มือข้างขวายกขึ้นทาบทามลงที่บาดแผลเพื่อห้ามเลือด

และเสียงปืนครั้งสุดท้ายดังขึ้น ร่างกายล้มลงพร้อมความรู้สึกเจ็บปวดที่แล่นไปทั่ว ดวงตาเรียววางสายตาลงไปยังมือที่สั่นเทา มันเต็มไปด้วยรอยแผลจากการต่อสู้และเลือดสีแดงฉาด

เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเราทั้งสองคนยังจับมือเต้นรำกันไปตามเสียงเพลง ใบหน้าที่เหมาะกับรอยยิ้มเต็มแก้ม ดวงตาสีฟ้าของตระกูลโอเซร่าที่เราสบตากัน เดเมียนยังคงนึกถึงคนที่เขาออกตามหา

เขาเคยได้ยินมาไม่น้อยเลย เวลาคนเราใกล้ชิดกับความตาย จะนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ติดค้างอยู่ในใจ


ขอโทษที่ปกป้องนายไม่ได้นะ, เคลม

ยังอยากเจอนายอีกสักครั้งจริงๆนะ



เดเมียนพยายามที่จะขยับร่างกายเพื่อลุกขึ้นสู้ต่อแต่กลับไม่เป็นผลเลย มันต้องจบลงแบบนี้จริงๆหรอ กลิ่นคาวคลุ้งเลือดที่รินไหลจากอาการสำลักเลือด ลมหายใจรวยรินราวกับว่ามันใกล้จะหมดลงในไม่ช้า

พระผู้เป็นเจ้า, ได้โปรดฟังคำขอของลูกที
หากนี่เป็นคำขอครั้งสุดท้ายที่ลูกจะได้เอื้อนเอ่ยต่อท่านแล้ว ขอให้ท่านช่วยปกป้องและคุ้มครองเคลเมนไทน์ที

น่าสมเพชสิ้นดี, เขาปกป้องเคลมเอาไว้ไม่ได้เลย 
ทำได้เพียงอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทั้งสองเริ่มพร่าจางลงจากการเสียเลือด ความมืดมิดจากเปลือกตาย่างกรายเข้ามา ก่อนที่สติจะดับสิ้นลง กลุ่มผมของเขาถูกดึงขึ้น ให้ได้จ้องหน้าและสบตากับพวกมัน

ดวงตาที่สบกัน รอยยิ้มที่น่ากลัว, และใบหน้าของพวกมันเป็นภาพสุดท้ายที่ดวงตาข้างซ้ายของเดเมียนได้พบเจอ สติเลือนลางลงเขารับรู้เพียงความเจ็บปวดที่เรียกเสียงร้องครั้งสุดท้ายของเขาได้ และดวงตาสีน้ำตาลอ่อนข้างขวาจะค่อยๆปิดลง

เดเมียน โคลด์เวล
, บาดเจ็บ

— 25 พฤศจิกายน คริสต์ศักราช 2046

เดเมียน

เดเมียน

เขาไม่รู้ว่าตัวเองจมลงไปกับห้วงนิทรานานแค่ไหนกัน,

เสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นก่อนที่เขาจะหลุดจากภวังค์, ความอบอุ่นจากมือที่ถูกกอบกุมเอาไว้ 
ดวงตาเรียวคมข้างขวาค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายที่ยังหลงเหลืออยู่ตอกย้ำถึงเหตุการณ์เลวร้ายในค่ำคืนอิควิน็อกซ์

ค่ำคืนที่ผู้คนรายล้อมรอบควรมีความสุขและรอยยิ้ม, กลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องและเหตุการณ์นองเลือด

เขารู้ว่าตัวเองกำลังออกตามหาโมรอยตัวจิ๋ว เข้าต่อสู้กับสเตรียกอย, เสียงปืน และใบหน้าที่แสนน่ากลัวของพวกมัน

ความเจ็บปวดที่ดวงตาซ้ายและภาพมืดดำที่ถูกบดบังจากผ้าพันแผล ดวงตาคมข้างที่เหลืออยู่ค่อยๆปรับตัวเพื่อมองใบหน้าของเจ้าของเสียง

เวยน์, เขาพบเจอใบหน้าของเพื่อนที่สนิทจับมือของเขาอยู่ที่ข้างเตียง เวยน์ชอบกอบกุมมือเพื่อเป็นการปลอบโยนมากกว่าคำพูด ความอุ่นใจที่ได้รับรู้ว่าเวยน์ยังคงปลอดภัยทำให้เขาดีใจไม่น้อย และคำถามแรกที่เดเมียนเอ่ยถามคนตรงหน้าทันทีที่ได้สติ

‘ เวยน์ เคลเมนไทน์อยู่ที่ไหน? ‘

‘ เขาปลอดภัยอยู่รึเปล่า ‘

เวยน์นิ่งเงียบไป ใบหน้าที่ดูไม่สู้ดีนักค่อยๆส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบ เขากระชับมือของเดเมียนเอาไว้

‘ ฉันก็อยากให้เขาปลอดภัย ‘

‘ แต่ในตอนนี้, ฉันไม่รู้ ‘

‘ คิดในทางที่ดีที่สุด ‘

‘ อย่างน้อยก็ไม่มีชื่อเคลเมนไทน์ ลาซาร์ในรายชื่อผู้เสียชีวิตนะ ‘

เดเมียนยังคงไม่เข้าใจที่แน่ชัดถึงสิ่งเวยน์บอกเล่าให้เขาฟัง จึงพยายามค้ำยันแขนทั้งสองที่เต็มไปด้วยบาดแผลเพื่อดันตัวเองขึ้นมา เขาตั้งใจจะออกตามหาโมรอยเชื้อพระวงศ์ที่เขายังไม่ได้พบ

แต่ทว่าร่างกายกลับหยุดชะงักลง, มือที่ยกขึ้นทาบไปที่บาดแผลบนใบหน้า ความเจ็บปวดจากบาดแผลขนาดใหญ่ที่ดวงตาซ้ายทำให้เขารู้สึกเจ็บร้าวไปหมด

‘ หมายความว่ายังไง? ‘

‘ ยังไม่เจอตัวเคลมหรอ? ‘

เวยน์ตกใจไม่น้อยกับภาพตรงหน้าที่เห็น เขาลุกขึ้นมาดูอาการของเพื่อนตัวโตด้วยความเป็นห่วง

‘ เดมี่ อย่าพึ่งลุก ‘

‘ เธอต้องมีสติและเข้มแข็งเอาไว้ ‘

ดวงตาตาสีน้ำตาลข้างขวาสบตาเข้ากับโมรอยเพื่อนสนิทข้างๆ แม้ในดวงตาข้างที่เหลืออยู่จะเหลือความหวังเพียงน้อยนิดแต่ยังคงเอ่ยถามออกไป

‘ เวยน์ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเคลม? ‘

ไม่เอาแบบนี้สิ ขอร้องล่ะ

เวย์นมองหน้าเดเมียนด้วยแววตาหม่นแสง เม้มปากเข้าหากันแน่น สิ่งที่จะพูดออกไปเขาไม่รู้ว่าจะมีผลอย่างไรกับคนบนเตียงนี้ที่มีสภาพย่ำแย่อยู่แล้ว กลัวว่าจะทำให้แย่ไปกว่าเดิม

‘ เดมี่ ตั้งใจฟังฉันนะ ‘

‘ ในคืนวันนั้นเคลมหายตัวไป ‘

‘ ไม่ใครพบตัว ไม่มีร่องรอย ‘

‘ พบเพียงแต่ ‘

‘ ร่างไร้วิญญาณของมิสเตอร์ลาแต็ง ‘

‘ ว่ากันว่าเขาทำอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเจ้าของ ‘

เดเมียนได้รับรู้ถึงเรื่องราวและความรู้สึกใจสลายมากกว่าครั้งใด ความรู้สึกเจ็บเจียนตายที่ปกป้องคนที่ตัวเองรักไม่ได้ มันไม่เกินจริงแม้แต่น้อยเลย

ขอโทษ, ขอโทษที่ปกป้องนายไว้ไม่ได้

ดวงตาข้างขวาที่ยังคงหลงเหลืออยู่คลอเคล้าไปด้วยน้ำตาจากความรู้สึกผิดและความเสียใจ ยิ่งมันเอ่อล้นมากเท่าไหร่ความรู้สึกที่ดวงตาอีกข้างก็ยิ่งเจ็บร้าวมากขึ้น 

ท่ามกลางความเงียบของบทสนทนา, มือเย็นที่ยังคงกอบกุมมือของเพื่อนตัวโตกระชับขึ้นเป็นการปลอบโยน เวยน์รู้ดีว่าเดเมียนไม่ชอบให้ใครเห็นเขาเวลาที่อ่อนแอ 

แผลที่ดวงตาซ้ายยังคงไม่สมานดีเท่าไหร่ ส่งผลให้ผ้าปิดตาสีขาวกลับมีของเหลวสีแดงที่ไหลซึมออกมา ในคราแรกเขาคิดว่ามันเป็นบาดแผลที่ไม่นานก็คงฟื้นตัวขึ้นได้ 

แต่ในตอนนี้เดเมียนได้รู้ตัวแล้ว

,เขาสูญเสียดวงตาข้างซ้ายไปแล้ว

ความมืดบอดและว่างเปล่าของดวงตาข้างซ้าย ทำให้เขาหวาดกลัวมันไม่น้อยเลย แต่ไม่อาจเทียบความรู้สึกผิดและเสียใจภายในจิตใจของเดเมียนได้เลย

อยากพบเจอนายเหลือเกิน เคลเมนไทน์
บทจะกล่าวถึง, ใจสลายกว่าครั้งใด

as long as you’re with me you’ll be fine
nothing gonna to hurt you

i can’t protect you
it’s my fault 








SHARE

Comments