...ความเปล่งประกายของเธอจะดึงดูดความรักดีๆ เข้ามา
กระแสหาคู่ช่วงนี้มาแรงมากในวงการเพื่อนฝูง รุ่นพี่เราบอกว่ามันเพราะว่าช่วงวัย เราจะสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เป็นพิเศษช่วงเรียนมหาวิทยาลัย กับช่วงใกล้เลข 3 เห็นจะจริง

รูปแบบการหาคู่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ถ้าไม่นับที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่เจอกันและรักกันเอง ก็มีหลายรูปแบบ เมื่อก่อนพ่อแม่หาให้ เดี๋ยวนี้เขาเรียกคลุมถุงชน คนไม่ชอบแล้ว ก็เลยเกิดการนัดบอร์ด การจับคู่เพื่อนของเพื่อนให้มาเจอกัน การเอาเพื่อนที่โสดมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวในงานแต่ง ไปจนถึงการคุยกันผ่านแอ๊พหาคู่ ตอนนี้มีกลุ่มคนโสดเกิดขึ้นในเฟสบุ๊ค เพื่อนผู้หวังดีก็พากัน invite ชาวโสดเข้า join กลุ่มนี้ เผื่อว่าเพื่อนเราจะได้ไม่ขึ้นคานอีกต่อไป
 
คนเราคิดเห็นเรื่องนี้แตกต่างกันไป มีประชากรส่วนหนึ่งบนโลกใบนี้ (อาจจะส่วนน้อย) ที่ไม่ได้สนใจว่าจะมีคู่หรือไม่ เพราะชีวิตก็ปกติดี และถ้าจะมีถึงเวลามันจะมีมันก็มีเอง ไม่ต้องดิ้นรนอะไรกับเรื่องนี้มากนัก
โดยส่วนตัว มุมมองเรื่องการมีความรักของเราเปลี่ยนไปสักพักใหญ่แล้ว เพราะโตขึ้น ผ่านอะไรมามากขึ้น และก็อาจจะเป็นเพราะว่าเราเห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมากๆ ของคำว่า ‘โหยหาความรัก’ ซึ่งทำเอารู้สึกเอือมระอา อยากจะบอกว่า “ช่วยดึงสติหน่อย” แต่ว่าไม่สนิท เลยได้แค่มองและยิ้มอ่อน — เพราะเราเคารพตัวเองพอสมควร และเชื่อว่าถ้าเรารักและให้เกียรติตัวเองจนพอแล้ว เราไม่จำเป็นต้องง้อขอความรักจากใครที่ไม่ได้ชอบสิ่งที่เราเป็น ไม่ได้รับความร้ายกาจของเราได้ หรือไม่ได้อดทนกับเราได้มากพอๆ กับที่เราสามารถอดทนกับข้อเสียของตนเองได้
เราไม่ต้องเสแสร้งเป็นคนที่คนอื่นชอบเพื่อให้ใครมาตกหลุมรักเรา
อกหักก็ทำให้เราโตขึ้น จนรู้ว่า “ความรักมักเป็นอะไรที่อุ่นๆ ปลอดโปร่ง และสบายๆ” — ความรักควรให้ความรู้สึกแบบเวลานั่งจิบกาแฟร้อนๆ ในหน้าหนาว ชมวิวที่จุดชมวิวสูงๆ เห็นภูเขาสีเขียว กับท้องฟ้าสีคราม
...อุ่นพอๆ กับกาแฟที่จิบเข้าไป
...ปลอดโปร่งเหมือนท้องฟ้ายามนั้น
...สบายเหมือนที่ได้นั่งเอนหลังบนเก้าอี้เบาะนุ่ม

ถ้ามันต้องลำบาก ต้องขวนขวายจนเราสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ก็คงไม่ใช่ความรักแล้วล่ะ 

“ถ้าเธอรักตัวเอง ดูแลตัวเอง กินอาหารดีๆ รักษาสุขภาพ ทำงานที่รัก หรืออย่างน้อยก็ทำงานเต็มที่ตามหน้าที่ แบ่งเวลาไปเที่ยวบ้าง พักผ่อนกับงานอดิเรก ทำสิ่งที่ชอบ มีเพื่อนดีๆ คบหาผู้คนที่จะทำให้ชีวิตเธอก้าวหน้า คุยกับพวกที่ attitude ดีๆ เรียนรู้จากพวกเขา เธอก็จะเปล่งประกาย...”  — ดูเป็นเรื่องในอุดมคติมากเลย แต่มีคนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตได้แบบนี้และมันน่าอิจฉามากนะ ...นั่นแหละที่มีแรงดึงดูด เพราะเมื่อคนคนนึงรักตัวเอง ดูแลตัวเอง และมีชีวิตดีๆ เขาคนนั้นดูดีมากๆ และเปล่งประกายสุดๆ 

“ความเปล่งประกายของเธอจะดึงดูดความรักดีๆ เข้ามา” — คนเรามักมองหาคนแบบเดียวกันโดยไม่รู้ตัว เราจะสะดุดตาคนที่มีอะไรคล้ายๆ กัน ชอบเรื่องที่เราชอบ สนใจเรื่องที่เราก็สนใจ และดึงดูดซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นคนที่เปล่งประกายในตนเองไม่จำเป็นต้องแสวงหาความรักเลย ความรักต่อตนเองนั้นจะดึงดูดความรักดีๆ เข้ามาเอง 

อย่าไปโฟกัสที่จะมีหรือไม่มี ไม่ต้องไปพยายามทำอะไรที่มันฝืนธรรมชาติ มันจะทำให้เราเหนื่อยเกินไป 

ขอให้โฟกัสที่เรื่องดีๆ ที่เราจะทำให้ตนเอง รักตัวเองมากๆ ซึ่งในที่นี้ก็ต้องไม่เบียดเบียนหรือไม่ได้เดือดร้อนใคร (ถ้ามีคนเดือดร้อน เขาเรียกเห็นแก่ตัว คนละอย่างกัน) และเปล่งประกาย เพื่อดึงดูดคนที่เปล่งประกายเช่นเดียวกันเข้ามาในชีวิต 

#แด่เธอผู้เปล่งประกาย 
SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments

Beshy
3 months ago
ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีเพื่อนมาช่วยดึงสติ เพราะช่วงนี้ดูขาดความรักเอามากๆ 😊
Reply
SmileWithEE
3 months ago
✌️😁✌️