รีวิว Little Women (2019)
—— by nn🐰🌈

  

     ตั้งใจจะดูเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสได้ดู ความรู้สึกหลังดูจบ ดีใจมากเลยที่เลือกดูเรื่องนี้ มีค่ากับใจเรามากๆ

*** ทุกอย่างที่เราเขียนเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัว ***

เราเลือกดูเรื่องนี้เพราะเราชอบcostume สี และฉากเลย ซึ่งพอได้ดูก็ไม่ผิดหวังเลยกับทั้งสามอย่าง 💖


     Little Women เป็นภาพยนตร์ที่เขียนบทรีเมคอิงจากนิยายคลาสสิค ที่เราก็เคยเห็นผ่านๆตานะ แต่ไม่เคยได้อ่านเลย เพราะฉะนั้นเราจะขาดความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาในนิยาย ขอพูดถึงเฉพาะในตัวหนัง

     หนังแสดงถึงแนวคิด ค่านิยม และมุมมองที่สังคมสมัยนั้นมองผู้หญิง การแต่งงาน โดยเล่าผ่านชีวิตของโจเซฟีน ลูกสาวคนที่สองของบ้านมาร์ช โจเป็นตัวละครกลม อุดมการณ์แน่วแน่ เรารู้สึกว่าโจเป็นคนที่ชีวิตต้องมุ่งไปข้างหน้าจนบางครั้งโจลืมหันกลับมามองรายละเอียดเล็กๆ จะมีบางประโยคในหนังที่อธิบายความเป็นโจ เช่น มาร์มีผู้เป็นแม่บอกโจให้ทำเพื่อคนอื่นบ้าง หรือบางครั้งโจเองก็ไม่ได้ควบคุมอารมณ์ตามคำพูดของเธอที่บอกว่า ตัวเธอเองเป็นคนมีอารมณ์โกรธและหงุดหงิด แต่ถ้ามองในองค์ประกอบรวมๆ โจเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย รักและใส่ใจครอบครัว โจอาจจะไม่เก็บอารมณ์โกรธ แต่โจเก็บอารมณ์เสียใจหรือน้อยใจไว้ เพื่อไม่ให้คนในบ้านรู้สึกแย่ตามเธอ


เรื่องเล่าถึงชีวิตของสี่พี่น้อง เม็ก ซึ่งเป็นคนโต โจ เอมี่ และเบธ คนสุดท้อง ทุกๆคนมีความฝัน ความถนัดของตน เม็กอยากเป็นนักแสดง โจอยากเป็นนักเขียน เอมี่อยากเป็นจิตรกร และเบธมีความสามารถด้านดนตรี แต่เพราะพวกเธอเป็นผู้หญิง กรอบของสังคมในสมัยนั้นให้ค่าผู้หญิงเพียงแค่เรื่องความรัก หากอยากประสบความสำเร็จต้องแต่งงานกับผู้ชายรวย ทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี ซึ่งโจเอง ไม่เห็นด้วยกับค่านิยมนี้ นอกจากเรื่องกรอบของสังคม อีกเรื่องที่หนังนำเสนอคือ coming of age การเติบโตของตัวละคร เพราะหนังเล่าเรื่องโดยการตัดสลับปัจจุบันกับอดีต นำเสนอชีวิตทั้งปัจจุบันและเมื่อตอนพวกเธอยังเป็นเด็กและวัยรุ่น ถึงแม้โจจะปฏิเสธแนวคิดการแต่งงานและตัวเธอเองก็รักในอิสระ มีความสดใสและเป็นเด็ก สุดท้ายหนังก็ยังบอกเราได้ว่า การแต่งงานไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่แบบที่โจมอง แค่ในตอนนั้นโจเองยังเป็นเด็ก



หนังดำเนินไปเรื่อยๆแต่เราไม่รู้สึกเบื่อเลย มันยิ่งน่าติดตามต่อๆไปในแต่ละฉาก และข้อดีของการตัดสลับไปมาระหว่างปัจจุบันกับอดีต ตรงนี้ทำได้ดีมาก เมื่อจุดพีคของเรื่องคือการสูญเสีย ในอดีตโจผ่านมันมาได้และมีความสุข แต่เมื่อตัดมาปัจจุบันตัวละครต้องพบกับความสูญเสีย และเสียใจ เทคนิคการตัดสลับกันของช่วงเวลาจึงเล่นกับอารมณ์ของคนดูได้ดี และหนังสามารถพาเราเศร้าไปกับโจได้ หลังจากจุดพีค ตัวโจมีความสั่นคลอนในอุดมการณ์ที่แน่วแน่ว่าโจยังไม่อยากแต่งงาน โจจะต้องเป็นนักเขียน โจจะต้องยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะยังไง หนังยังคงสาระของเรื่องได้ด้วยการที่เราจะแต่งงานกับใครสักคนหนึ่ง มันไม่ใช่เพราะเขารวยหรือพาเราไปสู่ความสำเร็จ แต่เราควรจะแต่งงานกับคนที่เรารัก ถึงโจจะรู้สึกอยากจะกลับไปหาโอกาสในการได้แต่งงาน แต่ว่าเวลากับความรู้สึกที่ไม่ตรงกัน โจก็เลยอดเป็นเจ้าสาวไปในตอนนั้น ให้น้องตัวเองเป็นแทน


ถึงแม้ความสูญเสียจะทำให้โจเกือบทิ้งอุดมการณ์ของตัวเองไป สุดท้ายโจก็ยังลุกขึ้นสู้ เขียนนิยายซึ่งเป็นเรื่องของตนเองกับพี่น้อง และพาตัวเองมาถึงจุดที่ได้ยืนมองนิยายของตัวเองตีพิมพ์ มันคงเป็นความภูมิใจ และจุดเริ่มต้นความสำเร็จของผู้เป็นนักเขียน เราไม่มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วโจได้แต่งงานหรือไม่ได้แต่งงาน ในนิยายอาจจะใส่ว่าแต่งงานเพื่อยอมคุณบก.ที่อยากจะให้โจแต่งนิยายรักโรแมนติก ขายเรื่องรักๆใคร่ๆของหญิงสาว แต่ไม่ว่าจะยังไง ตัวหนังยังคงชูแก่นเรื่อง และสามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระที่ผู้แต่งนิยายและผู้เขียนบท ต้องการจะสื่อ ไม่มีตกหล่นและไม่มีข้อบกพร่องเลยในเรื่องการถ่ายทอดแก่นของเรื่องออกมาให้ผู้ที่ชมได้รับ



     Little Women ละเอียดมาก ละเอียดทุกฉาก และทำให้เราประทับใจได้ทุกฉากเลยตั้งแต่ต้นจนจบ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราประทับใจมากคือนักแสดง โดยเฉพาะ Saoirse Ronan ที่รับบทเป็นโจ แสดงได้น่ามองมาก ทุกฉากมีเสน่ห์และเข้าถึงบทบาท จริงๆชอบทุกคนเลย หนังค่อนข้างมีความสำคัญทุกฉากจริงๆ อยากแนะนำให้ทุกคนได้ดูเองมากกว่า 

     มีตัวละครนึงที่ประทับใจมาก โดยส่วนตัวเป็นคนเอ็นดูคนสูงอายุอยู่แล้ว ก็คือฉากที่มีคุณป้า มาร์ช ไม่ได้ชอบในสิ่งที่ป้าแกพูดออกมาหรอก ป้าแกก็คือคนสมัยก่อนที่คิดว่า ชีวิตของผู้หญิงยังไงก็ต้องไปจบลงที่แต่งงาน ส่วนแกไม่แต่ง เพราะป้าแกรวย;——; ป้าแกก็ไล่ปลูกฝังความคิดให้หลานๆไปแต่งงานได้แล้วนะ แน่นอนว่าตัวละครหลักอย่างโจก็คงไม่มีทางเชื่อฟังคำสอนของป้า โจก็เลยไม่ใช่หลานรักสักเท่าไหร่ แต่พอป้าแกเสีย ป้าแกกลับยกบ้านหลังโตสุดหรูให้โจ มันตีความได้หลายแบบเลยนะ ส่วนตัวเราเข้าใจว่าเขารักหลานและไม่อยากให้หลานลำบากเลยบอกให้หลานแต่งงานกับคนรวยๆ แล้วป้าแกก็มั่นใจว่าโจคงไม่แต่งงานแล้วล่ะ งั้นก็เอาบ้านหลังนี้ไปอยู่สวยๆ รวยๆ จะได้สบายตอนอยู่คนเดียว และทุกครั้งที่ป้าแกออกมันทำให้อารมณ์ของหนังน่ารักขึ้นเลย



บทสรุปของเรื่อง
      ส่วนตัวรู้สึกว่าหนังถ่ายทอดได้ดี และประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดแก่นเรื่องออกมาอยู่แล้ว หนังดำเนินไปตามนิยาย โดยที่นิยายเองก็เขียนออกมาจากประสบการณ์จริง เพราะฉะนั้นบทสรุปมันไม่ได้หวือหวา หรือเค้นอารมณ์เราออกมามากๆให้ดีใจมากเกินไป หรือเสียใจมากเกินไป แต่บทสรุปของหนังทำให้เรามีความสุขที่ได้ดู แบบรู้สึกโชคดีจังเลยที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วค่านิยมพวกนั้นมันใช้ไม่ได้หรอก ไม่ว่าใครก็สามารถยืนหยัด หาเลี้ยงชีวิตได้ด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวว่าเป็นเพศอะไร ทุกๆเพศมีคุณค่า และคุณค่าในที่นี้หมายถึง การมีโอกาสจะได้เฉิดฉายในสายงานที่ตัวเองรัก มีโอกาสที่จะได้ทำงานอย่างที่ตัวเองทำ เพศไหนก็เป็นคนเก่งได้ จุดจบของเรื่องคือการที่โจได้ตีพิมพ์นิยายที่เธอตั้งใจเขียน ได้เปิดโรงเรียนสอนเด็กๆ ส่วนพี่น้องของเธอ เม็กแม้จะไม่ได้เป็นนักแสดง แต่ก็ยังมีความสุขกับครอบครัวและลูกๆ เอมี่อาจจะไม่ใช่จิตรกรผู้โด่งดัง แต่เธอก็ยังได้วาดรูป พร้อมกับสอนเด็กๆวาด




ดูจบแล้วอยากขอบคุณผู้กำกับ โดยผู้กำกับเรื่องนี้เป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เองด้วย คุณ Greta Gerwig ขอบคุณจริงๆที่เขาเล็งเห็นเรื่องสิทธิสตรี ปัญหาที่ผู้หญิงต้องเจอ โดยถ่ายทอดออกมาทางภาพยนตร์ ( เขากำกับ Lady Bird ด้วย🥺 ) ขอบคุณผู้เขียนนิยาย Louisa May Alcott และขอบคุณตัวละครโจที่ไม่ลดละความพยายาม มัน encourage ให้เรามีกำลังใจมากขึ้น เป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุขมาก💛🌈


สิ่งที่ชอบในหนัง
1. การแต่งกาย เสื้อผ้า ทรงผม มันทำให้ตัวละครมีคาร์แรคเตอร์ มีความเฉพาะตัวและมีเสน่ห์
2. โทนสีในเรื่อง สบายตาและน่ามองมาก ฉากดี สถานที่ดี ดูแล้วอิ่มเอมใจสายวิชวล
3. เทคนิคการเล่าเรื่อง สามารถพาเราเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้ อาจต้องตั้งใจดูนิดนึงจะได้ไม่สับสนระหว่างอดีตกับปัจจุบัน
4. เป็นหนังประเภทที่ชอบ ส่วนตัวชอบดูหนังแนวชีวประวัติ หรือหนังประเภทเกี่ยวกับชีวิตคนอยู่แล้ว
5. ชอบทุกอย่างเลยตั้งแต่เปิดเรื่องจนจบ ชอบมากๆ และดูซ้ำแน่นอน


SHARE
Written in this book
nnwannabecritic
#whatisnnwatchingtoday

Comments