A Reader Or A Listener ? (คุณเป็นนักอ่านหรอนักฟัง?)
ฉันเป็น
นักอ่าน
 หรือ
นักฟัง

ผมหยิบเนื้อหาที่น่าสนใจจากหนังสือ Managing Oneself(ปัญญางาน จัดการตน)
เป็นหนังสือของคุณ Peter F. Drucker(นักคิดที่บุกเบิกแนวคิดด้านการบริหารจัดการขององค์กรธุรกิจสมัยใหม่)
สำหรับคนที่อยากพัฒนาตนเอง 
นี่เป็นหนังสือที่ตั้งคำถามในเรื่องใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ควรรู้



นักอ่าน หรอ นักฟัง
อีกสิ่งหนึ่งในชีวิตที่คุณควรรู้ถ้าอยากพัฒนาตัวเอง
คุณต้องรู้ว่าคุณเป็นนักอ่านหรือนักฟัง 
น้อยคนที่รู้ว่าโลกมีทั้งนักอ่านและนักฟัง
และน้อยคนนักที่จะเป็นได้ทั้งสองประเภท
(ที่น้อยกว่าคือคนที่รู้ว่าตนเป็นบุคคลแบบไหน)

และนี้เป็นตัวอย่างความ "หายนะของการไม่รู้จักความจริงดังกล่าว"

ขณะที่ Dwight D. Eisenhower(ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวร์)
ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังสัมพันธมิตรภาคพื้นยุโรป
เขาเป็นขวัญใจสื่อมวลชน
ลีลาการแถลงข่าวของเขา 
สร้างชื่อเสียงกระฉ่อน
ท่านนายพลไอเซนฮาวร์ แสดงถึงการกุมสภาพได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ในทุกข้อสงสัยที่ถูกถาม

เขาสามารถบรรยายสถานการณ์
และอธิบายถึงนโยบายที่ต้องใช้
ด้ววยประโยคที่ไพเราะเพียงสองสามประโยค

สิบปีต่อมา..
เมื่อไอเซนฮาวร์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่34ของสหรัฐอเมริกา
เหล่าผู้สื่อข่าวกลุ่มเดิมที่เคยชื่นชอบเขา
กลับกลายเป็นผู้เหยียดหยามเขา

ทำไมละ

พวกผู้สื่อข่าวบ่นว่า
ท่านนายพลไม่เคยตอบคำถามได้ตรงประเด็น
ชอบไหลลื่นไปกับเรื่องอื่นได้อย่างไม่รู้จบ
และมักล้อเลียนว่า คำตอบของท่านนั้น
ทั้งกระท่อนกระแท่นและผิดไวยากรณ์
จนแทบจะต้องฉีกตำราอังกฤษทิ้ง

เห็นได้ชัดว่า ไอเซนฮาวร์ไม่รู้ว่า
ตนเองเป็นนักอ่าน ไม่ใช่นักฟัง 
นั้นก็เพราะ

สมัยเมื่อเขาบัญชาการทหารสูงสุดในยุโรป
ผู้ช่วยของเขาต้องแน่ใจว่าสื่อต่างๆ
จะส่งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร
ให้ล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
ก่อนการแถลงข่าวจะเริ่มต้น
นั่นทำให้ไอเซนฮาวร์สามารถควบคุม
สถานการณ์ได้อย่างดเบ็ดเสร็จ

เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี
เขาดำรงตำแหน่งต่อจากสองนักฟัง
คือ แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์
และ แฮร์รี่ ทรูแมน
ทั้งสองรู้จักตัวเองดีว่าเป็นนักฟัง
จึงสนุกกับการแถลงข่าว
แบบเปิดรับทุกคำถาม

ไอเซนฮาวร์อาจรู้สึกว่า
ต้องทำเช่นเดียวกับ
ประธานาธิบดีสองคนก่อนหน้า
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า
เขาไม่เคยได้ยินที่นักข่าวถามเลย
นี่คือความเลวร้ายของการไม่รู้ว่าตัวเองไม่ใช่นักฟัง

ต่อมา จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John Fitzgerald Kennedy)
เขามารับหน้าที่ประธานาธิบดีคนที่ 35
เคนเนดี เป็นนักอ่าน
เคนเนดีรวบรวมนีกเขียนที่เฉียบแหลม
มาเป็นผู้ช่วย และก่อนที่จะถกกันส่วนตัว
นักเขียนเหล่านั้นต้องร่างสุนทรพจน์
มาให้เขาอ่าน
ไม่แปลกเลยที่เขาจะมีวาทะที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
นั้นเป็นส่วนนึงที่ทำให้เขาเป็นหนึ่งในประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่คนนึง
จากนั้นก็เกิดเหตุลอบสังหาร

ประธานาธิบดีคนต่อไป ?

และแล้วหายนะของการไม่รู้ว่าตัวเองก็กลับมาอีกครั้ง ....

ลินดอน บี. จอห์นสัน(Lyndon Baines Johnson)
ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่36
ต่อจากเคนเนดี
จอห์นสันยังคงใช้งานนักเขียนกลุ่มนี้
แต่เห็นได้ชัดว่า เขาไม่เคยเขาใจ
ในสำนวนภาษาที่นักเขียนเหล่านี้ใช้
จอห์นสันได้ทำลายความเป็นประธานาธิบดีของตน
ด้วยเหตุแห่งความไม่เข้าใจว่าตนเองเป็นนักฟัง

แต่จอห์นสันยังถือว่ามีผลงานยอดเยี่ยม
เพราะสำหรับสภานั้น
สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในการทำงาน
คือการเป็นนักฟัง

มีนักฟังน้อยมากที่จะถูกสร้าง
หรือสร้างตัวเองให้กลายเป็น
นักอ่านที่มีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับที่มีนักอ่านน้อยมาก
ที่จะถูกสร้างหรือสร้างตนเอง
ให้กลายเป็นนักฟังที่ดีได้

นักฟังที่พยายามจะทำตัวเป็นนักอ่าน
จะประสบชะตากรรม
เช่นเดียวกับ ลินดอน บี. จอห์นสัน
ขณะที่ผู้อ่านผู้พยายามจะทำตัวเป็นนักฟัง
จะต้องผจญชะตากรรม
เช่นเดียวกับ ดไวท์ ไอเซนฮาวร์

คนเรามักจะทำได้ดี
ในสิ่งที่ตนเองถนัดที่สุดฉันนั้น ..

นี้เป็นแค่ส่วนนึงของหนังสือ 
มีส่วนที่น่าสนใจอีกมากไว้ผู้เขียนจะนำมาแบ่งปัน
หากใครสนใจหรออยากอ่านเพิ่ม 
สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป

ในส่วนตัวผู้เขียน ...
ยังคอยสังเกตุตนเองบ่อยๆว่าตนเองถนัดอะไร
บางครั้งก็มโนว่าเราถนัดทั้งสองปะว้า(555)
แต่ส่วนตัวผู้เขียนน่าจะเอียงไปทางผู้อ่านมากกว่า(จากการสังเกตุตัวเอง)

แล้วคุณละคิดว่าถึงเวลาตั้งคำถามกับตัวเองหรอยัง 

                                                ฉันเป็น ?

                                                นักอ่าน
                                                  หรอ
                                                 นักฟัง
 












SHARE
Writer
iamPER
Input
turn on , tune in , drop out

Comments