กล้าที่จะลงมือทำ นำเสนอ และยอมรับคำปฏิเสธ : พี่เอ๋ นิ้วกลม
1
ถ้าพูดถึงนักเขียนที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย ในหมวดNon Fictionอย่างบทความ ความเรียง บันทึกการเดินทาง สารคดี ฯลฯ คงหนีไม่พ้นพี่เอ๋ นิ้วกลม

เพราะเขามีผลงานออกมากว่า 50 เล่ม ซึ่งหลายเล่มขายดี หลายเล่มเบสเซลเลอร์อยู่เสมอ มียอดขายรวมกันกว่า 600,000-700,000 เล่ม ทำให้เขากลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน ซึ่งผมคิดว่าการมีต้นแบบก็ดีนะ เพราะจะช่วยเป็นคนนำทางให้เราได้

2
สมัยทำงานที่สำนักพิมพ์ a book ใหม่ๆ วันหนึ่งขณะจัดห้องทำงานกันอยู่ ผมพบกล่องปริศนาอยู่ 1 กล่อง พี่จุฬเว็บมาสเตอร์อะเดย์ในขณะนั้นบอกว่า เป็นกล่องของพี่โจ้ วชิรา บรรณาธิการรุ่น 2 ของ a day ทิ้งไว้ยังไม่ได้เอากลับไป

ในกล่องมีหนังสือมากมาย พร้อมกับต้นฉบับเอสี่ปึกหนึ่ง เป็นบทความความ 30-50 บทความรวมกันร้อยกว่าหน้า โดยที่มุมขวาของแต่ละบทความจะมีลายมือดินสอเขียนกำกับอยู่ ผมจำได้ไม่ชัดเท่าไร แต่เขียนประมาณว่า

"บทนี้เขียนเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ครับ"
“บทนี้เขียนเกี่ยวกับเรื่องที่เห็น สิ่งที่เจอ"
“บทนี้เขียนเกี่ยวกับความรู้สึกครับ"

ที่แน่ๆ นี่ไม่ใช่ต้นฉบับของพี่เอ๋นิ้วกลมที่ลงคอลัมน์จนกลายเป็นหนังสือในภายหลัง ทำให้ผมรู้ว่านี่คือบทความแรกๆ ที่พี่เอ๋ฝึกเขียน เขียนเสร็จแล้วก็ส่งมาขอคำแนะนำจากพี่โจ้ วชิรา ที่เป็นบรรณาธิการในขณะนั้น

ซึ่งพอส่งมามากๆ เข้า ผมว่า พี่โจ้ วชิรา แกคงรำคาญ เอ้ยไม่ใช่ เห็นถึงฝีมือ+ความมุ่งมั่น และความพร้อมที่จะเรียนรู้ จึงกล้าเปิดคอลัมน์ในนิตยสาร a day ให้เด็กหนุ่มไร้ชื่อเสียง ที่ยังไม่มีใครรู้จักได้ปล่อยของ แต่ก็น่าเสียดายที่ 2-3 เดือนต่อมากล่องดังกล่าวก็หายไปเฉยๆ

3
ผมมีโอกาสเจอพี่เอ๋นิ้วกลมครั้งแรกก็ตอนเข้าไปทำงานที่ สนพ. a book ตอนนั้นเขายังทำงานโฆษณาและมีผลงานขายดีมาแล้วหลายเล่ม เช่น โตเกียวไม่มีขา อิฐ กัมพูชาพริบตาเดียว เนปาลประมาณสะดือ และนั่งรถไฟไปตู้เย้น ตอนนั้นเขากำลังเขียนหนังสือเรื่องหน่อไม้ร่วมกับพี่ก้อง ทรงกลด และพี่อัพทรงศีลอยู่ ทุกครั้งที่เจอพี่เอ๋มักจะใส่เสื้อยืดสีดำเสมอ

แต่ก่อนที่จะเจอกันจริงๆ นั้น ผมก็เคยเจอเขามาก่อนในหน้านิตยสาร a day คอลัมน์ E=MCยกกำลังสอง ตอนผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย นิตยสารa day ยุคแรกจะมีนักเขียนและคอลัมน์นิสมีชื่อเสียงมากมายมาชุมนุมกัน แล้วอยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีนามปากกา นิ้วกลม มาปรากฎ ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้เพียงว่าเขาเขียนหนังสือได้กวนตีนมาก

ประโยคแรกในบทความแรกของเขาผมยังจำได้มาถึงทุกวันนี้ คือ "ผมจะมาด่า บก.” คิดดูว่าคนอะไรเขียนบทความแรกโดยเปิดหัวโฉ่งฉ่างขนาดนี้กันว่ะ

4
แต่ก่อนคอลัมน์ดังกล่าว ผมก็เคยเจอพี่เอ๋นิ้วกลมมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเขา ยุคนั้นตอนที่ยังไม่มีโซเชียลมิเดียแบบนี้ คนหนุ่มสาวยุคที่แล้วหาทางแสดงออกและสร้างผลงานผ่านการทำหนังสือทำมือ ถ่ายเอกสารมานั่งขายกันตามเทศกาลต่างๆ หรือฝากขายตามร้านหนังสือ จนเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่กลายเป็นกระแสย่อมๆ (ปัจจุบันเรียกซีนแทน)

ตอนนั้นนิตยสาร a day จะมีคอลัมน์สนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเอาผลงานมาอวด ผมได้มีโอกาสเห็นหนังสือทำมือชื่อ DIM ที่ได้ลงในนิตสาร a day ซึ่งเป็นผลงานจากกลุ่มสถาปัตย์จุฬา โดยมีเนื้อหาและกราฟิกสวิงสวาย และมารู้ภายหลังว่าเป็นผลงานของพี่เอ๋นิ้วกลมกับเพื่อนๆ ส่งมาร่วมสนุก

5
หลายคนอาจคิดว่านามปากกานิ้วกลมประสบความสำเร็จโดยบังเอิญ โชคดี หรือเป็นเรื่องโชคชะตาฟ้าบันดาล แต่จากมุมมองของผม พี่เอ๋นิ้วกลมประสบความสำเร็จจากการลงมือทำ กล้านำเสนอ กล้าเรียนรู้ พร้อมที่จะรับคำปฏิเสธ พร้อมที่จะรับคำวิจารณ์เพื่อนำมาปรับปรุงตัวเอง และสร้างผลงานใหม่ไปให้บรรณาธิการอ่านเสมอ

เขาไม่กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ แต่สนุกสนานกับการเรียนรู้และทดลองในกระบวนการต่างๆ ของการเขียนหนังสือและการใช้ชีวิต ก็ลองคิดดูสิว่า ตอนอายุ 24-25 ยังมุ่งมั่นและบ้าเลือดขนาดนี้ โตขึ้นมาจะใช้ชีวิตด้วยความคึกคักและสนุกสนานขนาดไหน

จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเขาเป็นนักเขียนคนหนึ่งที่โด่งดัง และประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทุกวันนี้

ปล. ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ติดตาม เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันครับ
ปล. 2 อ่านบทความใหม่ได้ทุกบ่ายวันอาทิตย์
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Writer
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments