2) เขา, 4th floor

ชั้นสี่เหรอ
สูงไปนิดนะ

ฉันไม่สันทัดสถานที่สูง ๆ สักเท่าไหร่
เป็นเรื่องฝังใจส่วนตัวตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ
แม้ผ่านมานานนับสิบปี ฉันก็ยังลบความกลัวออกไปได้ไม่หมดอยู่ดี

แต่ที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้
คงเป็นเพราะเสียงบ้า ๆ นั่นเรียกร้องบอกฉัน

"ต้องไปให้ได้นะ"

ฉันไม่สนใจคำคนสักเท่าไหร่ เพราะใครจะอยู่ใครจะไปก็ช่าง ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงแค่ฉันอยู่ดี

แต่เสียงนั้น 
ดูเหมือนจะเป็นเสียงจากก้นบึ้งหัวใจของฉันเอง 
ดันเป็นอย่างนั้นไปเสียได้ 
ดังมาจากความลึกเท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่รู้
ทั้งที่เข้าใจตัวเองมาตลอดแท้ ๆ 

ฉันมาถึงจุดนัดหมายก่อนเวลาโดยไม่ได้บอกเขา แค่อยากมาทำความคุ้นชิน ฉันจะได้วางตัวให้เหมาะกับพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

อันที่จริง ฉันคุยกับคนไม่ค่อยเก่ง เพราะวันทั้งวันฉันอยู่แค่กับตัวเองและเสียงเพลงผ่านเอียร์โฟนคู่นี้ ฉันขอเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรอีก

แต่ทำไมกันนะ

ทำไมฉันถึงต้องหลงกลคนเจ้าเล่ห์อย่างเขา






...

เขามาแล้ว




...
แล้วทำไมถึงได้มายืนชิดขนาดนี้

กะด้วยสายตามันแค่หนึ่งไม้บรรทัดเหล็กเองด้วยซ้ำ

คนเราที่ไม่เคยได้พูดคุยซึ่งหน้ากันเลย อยู่ ๆ จะเข้าถึงตัวด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้โดยไม่รู้สึกอะไรได้จริงดิ

ฉันว่าแล้ว เขามันเจ้าเล่ห์

แต่ช่างเถอะ ฉันไม่ได้หวั่นไหวอะไรขนาดนั้น

ต้องถอดเอียร์โฟนอีกแล้ว ยากจะทำใจทุกครั้ง ฉันพกมันไว้ติดตัวตลอด พร้อมเสียบติดหูอยู่ประมาณเศษสามส่วนสี่ของวัน โลกที่ไม่มีเสียงเพลงนี่มันน่าเบื่อชะมัด 

แต่ก็นะ ฉันต้องรักษามารยาทหนิ

หลักจากกล่าวทักทายกันตามปกติ ฉันสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนถึงท่าทีและคำพูดที่ดูจะเกร็งนิดหน่อยของเขา

อย่ามาแสดงหน่อยเลย คนอย่างเขาคงผ่านการคุยกับผู้หญิงมานักต่อนัก ฉันไม่ได้ถูกหลอกง่ายขนาดนั้น ฉันมีหัวใจที่จะต้องปกป้อง คงไม่ลดการ์ดลงอย่างงายดายด้วยลูกไม้ซื่อ ๆ ของเขา

บรรยากาศเงียบสงบลง สายลมจากชั้นสี่ ถึงจะบางเบาแต่ก็มีมากระทบหน้าอยู่ไม่ขาดช่วง ไม่ว่าจะสาเหตุใด แต่การเลือกที่นี่ บ่งบอกได้ว่าที่จริงเขาเองก็รสนิยมดีอยู่เหมือนกันนะ

เขาเงียบไปอย่างไม่มีประโยคใด ๆ ต่อ
ก้มลงมองดูบริเวณด้านล่างของตัวตึก สายตาและท่าทีดูนิ่งลงเหมือนกำลังหวนคิดถึงเรื่องราวอะไรสักอย่าง

ท่าทีเป็นธรรมชาตินั่น แอบเท่อยู่เหมือนกันหนิ



   "..............
........................................................................................................................
............................................................
.............................................."

...


หลังจากปล่อยบรรยากาศให้เงียบไปสักระยะหนึ่ง
นั่นเป็นคำพูดของเขา
ประโยคสามสี่วรรคนั่น ราวกับได้ดึงฉันเข้าไปในโลกอีกใบที่มีเขาเป็นเจ้าของ

ดูเป็นประโยคแสนธรรมดา แต่ฉันว่าฉันเข้าใจความหมายลึก ๆ ที่ซ่อนไว้นั่น ไม่ว่ามันจะถูกใช้เพื่ออะไร ตอนนี้ฉันชักสนใจเขาแล้ว

แต่ฉันไม่เข้าใจ ถ้าเป็นฉันคงไม่หยิบเรื่องลึก ๆ ในใจแบบนั้นออกมาพูดเป็นแน่ แต่ทำไมเขาถึงได้กล้าพูดมันด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่จริงใจขนาดนั้น

ถึงจะยอมรับได้ยาก

แต่ฉันว่า

ก้นบึ้งหัวใจของฉัน

ค่อนข้างหลงเขาอยู่พอสมควร




เอาล่ะ คราวนี้ก็คงเป็นตาฉันสินะ
ถ้าจะมัดใจคนแบบเขาให้อยู่หมัด ฉันก็คงต้องต่อยทำแต้มบ้างให้พอหอมปากหอมคอ

...

ฉันเงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่มันไม่ยากเลย ฉันว่าฉันเข้าใจมากขึ้น ทั้งตัวเขาและตัวฉันเอง 

...

"หนึ่งในยี่สิบคน
ห้าเปอร์เซ็นต์เองเหรอ

น้อยจัง

จะมีจริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้

...

ไว้วันที่คุณอยู่บนนี้
ฉันจะมองขึ้นมาจากด้านล่าง
ไว้วันนั้น เราค่อยมาสบตากันก็ได้"

...

หึ ฉันไม่ได้พูดกับใครแบบนี้บ่อยนักหรอกนะ จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีล่ะ 

วันนี้ของฉันพอแค่นี้

ฉันยังอยากจะเป็นความล้ำค่าของเขาอยู่ เพราะฉะนั้น ลูกไม้ทั้งหมดในคลังสเน่ห์ของฉัน คงต้องเก็บไว้ใช้เมื่อเวลาที่ใช่มาถึง

ฉันนึกขอบคุณออกมาจากก้นบึ้ง แอบยิ้มอยู่ในใจตลอดเวลา ถึงเขาจะมอบโลกอีกใบให้ แต่ฉันคงไม่แสดงออกไปอย่างหนักหน่วงว่าฉันชอบมัน จะทำให้เขาได้ใจจนเบื่อไปก่อนไม่ได้หรอก เพราะใจของฉันชักอยากมีเขาอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ แล้วสิ

ไว้วันหนึ่งที่ฉันเชื่อใจเขามากพอ ฉันจะแบ่งเพลงของฉันให้ฟัง ช่วยอดทนพยายามต่อด้วย สำหรับวันนี้ เท่านี้ก็คงเพียงพอแล้ว

ฉันหยิบเอียร์โฟนคู่เดิมขึ้นมาเสียบหู กดเล่นเพลงต่อจากจุดที่พักไว้ 

เป็นฮุคเพลง Hello Tutorial ของ Zion.T, SEULGI พอดิบพอดีกับความรู้สึกและบรรยากาศตอนนี้ เหมือนเข้าใจฉันอยู่ตลอด ฉันล่ะรักเสียงเพลงยิ่งกว่าอะไร

เย็นมากจนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ดวงอาทิตย์ก็คงอยากพักผ่อนเพื่อกลับมาเจิดจ้าต่อในวันพรุ่งนี้ ในส่วนของวันนี้นายทำงานหนักมาพอแล้ว

ครั้งนี้คงถึงคราวบอกลา
ครั้งหน้าจะได้เจอกันอีกไหม 

จะเจอหรือไม่เจอ ใจของเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ฉันก็เดาใจเขาไม่ได้หรอก ถ้ามันจะต้องเปลี่ยนไป ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ฉันมีความสุขพอสมควรเลย

...


ไว้วันที่คุณแอบเปล่าเปลี่ยวหัวใจ ฉันจะมองขึ้นไปหาคุณนะ-








4th floor 
: เรื่องเล่าจากด้านล่าง

-นาธาเนียล










































SHARE
Written in this book
4th floor
จากบนนี้ในวันนั้น
Writer
Nathaniel
obliviate'
นาธาเนียลขอโตขึ้นผ่านตัวหนังสือนะ

Comments