ขอให้ที่ตรงนั้นมีดอกไม้ผลิบาน
เรือนกระจกขุ่นมัวเพราะไอฝน เทียนหอมที่เริงระบำตัวเองจากน้ำตาเทียน ปลายนิ้วที่กำลังพลิกกระดาษเหลืองกรอบ อาจจะเป็นงานของโจโจ โมเยส หรือไม่ก็วรรณกรรมรักสุดโศกสักเรื่อง เธอมักจะอ่านมันเสมอ

ข้างนอกนั่นมีสวนดอกไม้ ที่กำลังชุ่มฉ่ำไปกับฝนแรกของปี หากพืชพันธุ์เหล่านั้นมีชีวิตและส่งเสียงออกมาได้ อาณาบริเวณของสวนคงจะอึกทึกไปด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี “สุขสันต์วันฝนตก” อะไรทำนองนั้น

เลยออกไปที่สุดรั้ว บ้านข้างๆกำลังเปิดเพลงอะไรสักอย่างที่ยังจับทำนองไม่ได้ อย่างน้อยก็อย่าเป็น River flows in you อีกเลย แค่ฝนตกก็เศร้าพอแล้ว เธอคำรามในคอเสียงต่ำเมื่อมันถูกเปิดขึ้นมาจริงๆ


พ า ยุ ก ำ ลั ง ม า


และขีดฆ่าทิ้ง 

มาแล้ว . 


มันเริ่มต้นขึ้นมาสักพักแล้ว ไม่ใช่แค่พายุฝนข้างนอก แต่เป็นพายุฝนในหัวเธอเอง ราวกับมีแมงมุมยักษ์หรือสัตว์ประหลาดในเรื่อง stranger things เลื้อยไหลและส่งผลให้ความเศร้าโหมกระหน่ำเป็นพายุ 

ไม่รู้สิ เหมือนตอนขีดสีเทียนบนกระดาษสัมผัสลื่น เนื้อสีสดหลุดออกมาจากแท่งของมัน ไม่เป็นส่วนนึงส่วนใด ของอะไร หรือของใคร มันแค่ทิ้งก้อนสีสะเปะสะปะของมันอย่างนั้น ถือดีแต่ก็แตกสลาย 

ในสมุดสักเล่มที่เธอเพิ่งคว้าเจอ มีข้อความที่ถูกเขียนขึ้นแล้วลบอยู่เกือบเต็มหน้ากระดาษ ทั้งหมดเป็นฝีมือของเธอเอง แม้เธอจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือสมุดของใคร มันแค่วางตัวอย่างสันโดษอยู่ใต้กระถางต้นไม้ เหมือนดำรงมายาวนาน รอวันให้ใครมาถูกค้นพบ 



อย่างน้อยมันก็รับฟังคำสบถของเธอ ตัวอักษรพวกนั้นพาดทับกันราวกับเศษกิ่งไม้ที่ถูกกองกันไว้หลังสวน ใจความมันก็แค่ นี่มันไม่ใช่ฤดูกาลของฉัน/ จะมีชีวิตอยู่ต่อทำไม / เคยเป็นที่รักบ้างไหมตั้งแต่เกิดมา 




หลงทางล่ะมั้ง ไม่ก็กำลังจะเสียสติ ถ้าวัยเยาว์มันยุ่งเหยิงขนาดนี้ คนเราจะเกิดมาและมีชีวิตยืนยาวไปเพื่ออะไรกัน เธอคิดเช่นนั้น 


บทเพลงของยิรูมะแผ่วเบาลงแล้ว ข้างบ้านปราณีมากพอที่จะเปิดเพลงของ 92914 
เป็นขณะเดียวกันกับที่เธอพลิกสมุดคร่ำครึนั่น เพื่อพบเจอความอ้างว้างที่ใครบางคนฝากทิ้งไว้ 

แม้ผมจะจากไปก่อน ก็ขอให้คุณอยู่ต่ออย่างแข็งแรง ที่ที่ผมไปมันต้องมีดอกไม้ผลิบานเหมือนที่คุณอวยพรให้ และเช่นเดียวกัน — ขอให้สวนดอกไม้ของคุณผลิบาน 

อย่างไม่คาดคิดมาก่อน ที่น้ำตาทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าครั้งไหน เพราะเธอจำได้ จำได้ยิ่งกว่าอะไรในชีวิต ว่านี่เป็นลายมือของปู่เธอ 

ร้องไห้เพราะเธอเพิ่งได้รู้สาเหตุของการปลูกต้นไม้เป็นบ้าเป็นหลังของย่า ร้องไห้เพราะย่ามักจะสอนให้เธอดูแลพืชพันธุ์เหล่านี้ต่อไป ร้องไห้เพราะในวันนี้ที่ย่าไม่อยู่แล้ว เธอไม่ได้เป็นเพียงนักทำลายพืชพันธุ์ นักทำลายความสัมพันธ์ นักแตกสลายรายวัน แต่เธอเป็นความผิดหวังของตัวเองเพียงเพราะหลงลืมความรักของคนรอบตัว 

เธอที่มักกล่าวโทษฤดูกาล เธอที่หันหลังให้ความอ่อนโยนแสนหวานของคนที่รักเธออย่างแท้จริง เธอที่ไม่แม้แต่ชื่นชมแสงแดดของความดีงามแต่กลับไปสดุดีความร้าวรานของหัวใจ 

เพียงแค่ลายมือตวัดงดงามของปู่ไม่กี่บรรทัด 

เธอได้รู้ในตอนนั้นเอง 

ได้รู้ว่ารอบตัวเธอเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ และมันไม่เคยมีวันเฉา มันจะยังคงผลิบานรอวันที่เธอจะผลิบานขึ้นมาเช่นกัน 

สวนดอกไม้ของเธอนั้นงดงาม 


งดงามแบบเดียวกับที่ข้อความเป็นห่วงเป็นใยส่งมาให้เธอ แบบเดียวกับที่อ้อมกอดของคนที่รักเธอไม่เคยปล่อยให้เธอเหน็บหนาว แบบที่ร่มทุกคันจะปกป้องเธอไว้จากเม็ดฝน หรือบ่าของใครสักคนที่คอยรองรับน้ำตาแห่งวัยเยาว์ของเธอ 

เธอรู้มาเสมอว่ามันมีอยู่ เพียงแค่หันหลังให้มันเพราะคิดว่าตัวเองไม่สมควรได้รับ 

และมันง่ายดายราวกับการที่เม็ดฝนจะหยุดตกและแดดจะส่องประกาย ฤดูกาลทำหน้าที่ของมันอย่างไร หัวใจที่แตกสลายคงจะผันเปลี่ยนและหายดีเช่นนั้นเหมือนกัน 

เธอกล่าวขอบคุณอย่างแผ่วเบาที่หัวใจของเธอยังคงไม่แข็งกระด้างจนหลงลืมความอ่อนโยน แม้ว่าเธอจะยังต้องเจอพายุฝนในวัยแห่งการเติบโตต่อไปอย่างไม่รู้จบ

ยังต้องเจอรสขมของน้ำตา ยังคงต้องหกล้ม หรือสะบักสะบักสะบอมจากการลุกขึ้นใหม่ไม่สำเร็จ ยังคงต้องปิดหูหนีจากสิ่งที่ไม่อยากได้ยินเป็นบางครั้ง หรือยังต้องก่นด่าโลกใบนี้ที่ส่งเสียงดังเพื่อตัดสินชีวิตมนุษย์แบบร้ายกาจในทุกวัน 

แต่ถึงอย่างนั้น 

เธอก็จะดูแลสวนดอกไม้ในหัวใจให้ยังคงผลิบาน 

และภาวนาเหมือนข้อความของปู่ 

หวังว่าสวนดอกไม้ในใจของใครคนอื่นที่กำลังเหี่ยวเฉาจะไม่ฉาบไปด้วยความเศร้านานไปนัก หวังว่ามันจะมีผีเสื้อหรือเต่าทองน่ารักไปเยี่ยมเยียน หวังว่าที่ตรงนั้นจะยินดีกับทุกฤดูที่ต้องเจอ หวังว่าจะไม่กล่าวโทษโลกใบนี้ที่บางครั้งก็เหวี่ยงเราให้ไปเจอกับอะไรที่ยากลำบาก


หวั่นไหวกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้เท่าที่ต้องการ 
ร้องไห้ให้กับความผิดหวังเท่าที่อยากร้อง 
เสียใจ ผิดหวัง รู้สึกมันไปให้หมดเลย 
แล้วเดี๋ยวเธอก็จะหายดี 


เธอแค่ต้องเชื่อว่าเธอจะโตไปเป็นคนที่เธออยากเป็น 
เธอแค่อย่ายอมให้เศษแหลมคมของการแตกสลายนั้นทำเธอเจ็บอีกเป็นครั้งที่สอง 

เธอแค่อย่าหลงลืมว่าเธอถูกรัก จากใครสักคน จากสิ่งใดสักสิ่ง หรือจากที่ใดสักที่ เธอถูกรักเสมอ อย่างน้อยก็จากตัวเธอเอง


แล้วเธอจะรู้ ว่าการเติบโตไม่ใช่การนับวันรอให้ฤดูอันโหดร้ายผ่านพ้นไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการรักที่จะอยู่ในความเหน็บหนาวนั้นด้วย เพื่อที่วันหนึ่ง วันที่สายรุ้งจะเดินทางมาถึง วันที่แดดแวะเข้ามาทักทายเธอ 

เธอจะขอบคุณที่ตัวเองเข้มแข็งและกล้าหาญ 


เพื่อจะผ่านทุกฤดูกาลไปได้อีกอย่างแข็งแรง

.



ขอให้ที่ตรงนั้นมีดอกไม้ผลิบานนะคะ 
จากเด็กสาวที่กำลังตั้งใจดูแลสวนของตัวเองเหมือนกัน 

ชาร็อตเอง 

#storylogcharrotss 



SHARE
Written in this book
𝑯𝑬𝑨𝑹𝑻 𝑶𝑭 𝑺𝑼𝑵𝑳𝑰𝑮𝑯𝑻
แสงเช้า แดดอุ่น ห้วงเวลาของการตกหลุมรัก
Writer
charrotss
kodaline — The one
let her (grow)

Comments

Meeyamiya
4 months ago
อ่านรอบที่8
Reply
danik
4 months ago
❤️
Reply
Tobeyours
4 months ago
นั่งร้องไห้กับบทความนี้อีกแล้ว
Reply
iwannadiemw
3 months ago
🤍
Reply
farasaway
2 months ago
🤍
Reply