ฝันกลางวัน
จากตัวฉัน,
คนช่างฝัน—ผู้ฝันเฟื่อง



1
ระบาย


พักหลังมานี้ฉันมีโอกาสได้อ่านและเขียนมากกว่าที่เคย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน และตักตวงความ fancy จาก โลกเสมือนจริง บนโทรศัพท์มือถือ, โลกที่ทั้งลึกซึ้งและฉาบฉวยในเวลาเดียวกัน

อันที่จริงโลกเสมือนจริงเหล่านั้นก็ทำให้ตัวฉันได้เรียนรู้และเข้าใจตนเองมากขึ้นไม่น้อย เสมือนเป็นก้อนกรวดก้อนหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นเจียระไนด้วยเครื่องจักรหน้าตาทันสมัย เรียบๆ ดูมินิมอล,
ใช้เวลาเจียระไนอยู่นานสองนาน ก้อนกรวดกลายเป็นเพชรอย่างนั้นหรือ? เปล่าหรอก ยังคงเป็นก้อนกรวดเช่นเดิม เพียงแต่มีรูปเป็นร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป แหลมคมและมีผิวที่เรียบมากขึ้น
คงจะคล้ายกับก้อนกรวดก้อนอื่นๆกระมัง

ในขณะเดียวกัน โลกเสมือนจริงก็ชวนให้ฉันตั้งคำถามกับความเชื่อมั่น ความถูกต้อง และความจริง

ฉันมีความคิดและมุมมองต่อสิ่งต่างๆที่เปลี่ยนไปในหลากหลายด้าน ทั้งต่อสังคม การเมือง เพศ เชื้อชาติ รวมถึงต่อตนเองด้วย, ทุกสิ่งหาใช่ 1+1=2 แต่เป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น ไม่มีสูตรตายตัว และไม่สามารถมองเพียงผิวเผินได้

คำถามคือ อะไรกันเล่าคือความจริงบนโลกเสมือนจริงนี้?

ฉัน เยาว์ และ เขลา เกินกว่าจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างถ่องแท้, ความจริงในวันนี้อาจกลายเป็นเรื่องโกหกในวันหน้า เช่นเดียวกันกับตัวฉันที่หลงคิดว่าตนเข้าใจในหลายสิ่ง แต่ก็มาตระหนักได้ภายหลังว่าสิ่งที่ตนรู้นั้นเป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์เท่านั้น

กระนั้นตัวฉันก็ยังคงแสวงหาคำตอบของคำถามภายในใจอยู่ตลอดเวลา, แม้หลายครั้งการรับรู้จะนำมาซึ่งความผิดหวังและเจ็บปวด แต่ฉันยังคงเชื่อเสมอว่าสิ่งที่แย่ไปกว่าการได้รู้คือการไม่รู้อะไรเลย



2
ความรู้สึก


อาจกล่าวได้ว่าความรู้สึกเป็นสิ่งที่มาคู่กับการมีชีวิต, สุข—ทุกข์ เกิดขึ้นสลับกันไปมาอย่างต่อเนื่อง บ้างคงอยู่เพียงชั่วครู่ บ้างหยั่งลึกและตกค้างเป็นเวลานาน แต่ทั้งหมดนี้หาได้จีรังไม่ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้น คงอยู่ และเลือนลางไป ไม่เร็วก็ช้า

ปัจจัยหลายอย่างในชีวิตคนเราก็อยู่เหนือการควบคุม สิ่งที่พอจะทำได้คงเป็นการหา สมดุล ให้กับความรู้สึกของตนเอง, เรียนรู้ที่จะ เพลินไปกับสุข และ จมไปกับทุกข์ อย่างพอเหมาะพอดี ไม่ถลำลึกไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป

และอีกครั้ง,
ตระหนักอยู่เสมอ
ว่าทุกสิ่งไม่จีรัง

ความรัก เงินทอง ชื่อเสียง เป็นปัจจัยที่นำมาซึ่งสุขและทุกข์ได้ง่ายนัก และมันก็คงอยู่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว, ไม่มีสุขและทุกข์ครั้งไหนที่จะอยู่กับเราได้ตลอดไป ไม่ว่าคุณจะรักษาหรือรั้งมันไว้ได้นานเพียงใด วันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นก็จะหายไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง—อาจเป็นตัวเราที่ตายจากมันไปเสียเอง



3
ละทิ้ง


หลายครั้งฉันนอนไม่หลับเพราะหยุดคิดไม่ได้
หลายครั้งที่ความคิดเป็นปัญหา

คนหนึ่งแนะนำให้นั่งสมาธิ อีกคนแนะนำให้เทคยา ในขณะที่ฉันเลือกที่จะใช้ดนตรีบำบัดตนเอง, อาจฟังดูแปลกๆ แต่ความเงียบบางครั้งกลับรบกวนใจมากกว่าการมีเสียงดนตรีคลอเบาๆเสียอีก

ปัญหาคือพักหลังมานี้ดนตรีเริ่มจะใช้ไม่ได้ผลกับการนอนหลับของฉัน จนเริ่มมีความคิดว่าอาจต้องพึ่งยาหรือเข้าคอร์สนั่งสมาธิอย่างเขาว่า

‘ปิดสวิตซ์’ เป็นคำที่พ่อใช้เรียกมัน—การตัดความคิดออกจากทุกสิ่งรอบตัวในขณะที่หัวแตะถึงหมอน ตัดความรู้สึกของตนเองออกจากโลกภายนอก สลัดความฟุ้งซ่านต่างๆออกไป แล้วดำดิ่งสู่นิทรา

แต่หลายครั้งความมืดทำให้ฉันหาสวิตช์นั้นไม่เจอ

ซ้ำร้าย, ในวันที่หาเจอ, ฉันพบว่าสวิตช์ที่ต้องปิดมีมากกว่าหนึ่งดวง



4
ตัวตน


ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น, “พักหลังมานี้ฉันมีโอกาสได้อ่านและเขียนมากกว่าที่เคย” การรับรู้สิ่งใหม่—ทำความเข้าใจสิ่งเก่า ทำให้ตัวฉันเกิดคำถามขึ้นภายในใจตลอดเวลา

‘ยิ่งได้เรียนรู้ ยิ่งรู้สึกว่างเปล่า’

หากมองเป็นภาพ ตัวตนคงเป็นเหมือนภาชนะชนิดหนึ่ง ภายในกลวง และมีสีที่ดูขุ่นเกินกว่าจะมองเห็นว่าบรรจุสิ่งใดไว้บ้าง

ตัวตนเกิดขึ้นได้จากการถูกเติมเต็มหรือเปล่า?

เราเทสสารลงสู่ภาชนะนั้น หรือเราหย่อนมันลงสู่สสารอื่น, กล่าวคือ เรามีตัวตนได้เพราะเราสร้างมันขึ้น หรือเพราะสิ่งแวดล้อมทำให้เราเห็นตนเองได้ชัดขึ้นกันแน่

กระนั้น, เราเห็นตัวเองเหมือนกับที่คนอื่นมองเห็นเราหรือเปล่า?

ไม่มีใครรู้จักตัวตนของฉันได้ดีเท่าตัวฉันเอง
กลับกัน, ไม่มีตัวตนของใครที่ฉันจะรู้จักได้ดีเท่าตัวเขาเหล่านั้นเอง

โปรดอย่าหลงระเริงไปกับการถูกมองเห็นเลย

โปรดอย่าตัดสินใครเพียงเพราะเห็นตัวตนที่เขาเลือกจะแสดงออกมาเลย







บันทึกไว้เพื่อเตือนใจ

เพื่อให้ทำความเข้าใจ

และเพื่อเป็นกำลังใจ

แด่ตัวฉันเอง,


ณ ห้วงขณะหนึ่ง


ก่อนจะเลือนลาง


ก่อนจะเปลี่ยนแปลง



ก่อนจะแตกสลาย




และกลายเป็นสิ่งใหม่อีกครั้ง



SHARE
Writer
snam
film student
an amateur one,

Comments