เธอยังสบายดีหรือ?
เมื่อนานมาแล้ว ตอนสมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ตอนที่เรายังไม่มีแฟน ตอนนั้นเรากำลังทำใจจากรุ่นน้องคนนึงอยู่ รุ่นน้องคนนึงที่เรารู้สึกดีต่อเขามาก ๆ และมีอยู่ปีนึงปีนั้นที่เพื่อนในกลุ่มน้องคนนึงแชทมาบอกเราว่า รุ่นน้องคนนั้นขึ้นประกวดนางนพมาศด้วยในปีนั้น

เรายังจำวันนั้นได้ดี ในฤดูหนาวลมแรงจนเย็นจับใจ เรากับเพื่อนและน้องชายเราลงทุนขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจกันไปลอยกระทงยังตัวอำเภอ เพื่อที่จะได้เจอหน้าน้องคนนั้น ซึ่งระยะทางที่ต้องขับไปนั้นก็ไกลจนเกือบยี่สิบกิโลได้ และมันก็ห่างไกลจากหมู่บ้านที่ฉันอาศัยอยู่พอสมควร

และภาพ ๆ นั้นยังติดตราตรึงใจอยู่ในห้วงของความทรงจำฉันเสมอมา และตอนนี้น้องก็น่าจะเรียนจบป.ตรีแล้ว 

น้องเป็นคนเก่ง น่ารัก จิตใจดีมาก ๆ คนนึง เราเริ่มรู้จักกันและสนิทสนมกันในวันงานของกิจกรรมพิพิธภัณฑ์โรงเรียน ได้คุยได้รู้จักกันมากขึ้นจากแค่เริ่มแรกคือเพื่อนผู้ชายคนสนิทแซวเล่น ๆ แต่หลังจากงานวันนั้นจบลง เราสองคนก็ได้เริ่มคุยกันอย่างเป็นทางการ 

บุคคลิกน้องเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่ชอบแสดงออกมากนักเท่าไร น้องเรียนเก่งมาก ๆ และเมื่อพอเราได้เริ่มคุยกัน เริ่มสนิทกันมากขึ้น น้องกลับเป็นคนช่างพูดช่างคุย เป็นคนที่มักจะหาเรื่องมาชวนคุยมากกว่าที่ตัวฉันเองเป็นคนโทรหาเสียอีก และเราก็เริ่มคุยกันทุกวัน เริ่มคุยนานมากขึ้น เริ่มมีคำว่า...

'คิดถึงนะ' 'ฝันดีนะ' 'ดูแลตัวเองด้วยนะ' 
ในทุก ๆ วันที่เราต้องเจอหน้ากันที่โรงเรียนเราสองคนมักจะทำตัวเหมือนไม่รู้จักกัน แต่แค่ได้เดินผ่านกันในระหว่างเปลี่ยนคาบเรียนนั้น เราสองคนก็มักจะสบตากันเป็นอันว่าเรารู้กันผ่านทางสายตา ไม่มีใครในโรงเรียนรู้ว่าเราสองคนกำลังคุยกัน หากจะรู้ก็คงจะมีเพียงเพื่อนสนิทในกลุ่มน้องและกลุ่มเราเพียงเท่านั้น และเรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นความลับระหว่างกลุ่มเพื่อนทั้งสองกลุ่ม ซึ่งไม่อาจพูดมันหรือแสดงให้ใครได้รู้ได้ว่าเราสองคนกำลังรู้สึกยังไงต่อกัน

ทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน เราจะส่งข้อความหากัน ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้วมือถือในสมัยนั้นก็คงจะมีเพียงโนเกียจอสีดำ แต่ของเราก็อาจจะดีหน่อยก็ตรงที่เป็นจอสีและเป็นโนเกียรุ่นสไลด์ที่เวลารับสายแล้วมันเท่ไปอีกแบบเลยแหละสำหรับเรา และจะบอกอีกว่าสมัยนั้นมือถือทำได้แค่ส่ง SMS หรือไม่ก็สมัครโทรฟรีหากัน

มีอยู่ครั้งหนึ่งน้องเคยถามฉันขึ้นในระหว่างที่ฉันเปิดเครื่องมือถือขึ้นมาชาร์ทแบต และจำนวนสายโทรเข้าที่ถูกส่งข้อความมาอยู่หลายข้อความพอสมควร และตบท้ายด้วยข้อความที่ว่า...

ทำอะไรอยู่ ฝันดีนะคะ

เราอมยิ้มแล้วรีบกดมือถือโทรกลับไป อยู่ ๆ เราก็พูดขึ้นว่า "พี่นึกว่าแต่ใครโทรมาสะอีก" แล้วน้องก็ถามกลับมาว่า "โทรหาพี่หลายสายไม่ติดนึกว่าแต่หลับไปแล้ว" เราก็ตอบไปว่า "ยังไม่นอน พอดีแบตหมดพึ่งชาร์ทน่ะ" แล้วน้องก็พูดเชิงขำ ๆ ขึ้นมาว่า "พี่บันทึกเบอร์เอ็มว่าอะไรอ่ะ" ด้วยความอยากที่จะแกล้งคนชอบขำกลับว่า...พี่บันทึกว่า 'ที่รัก' น่ะแล้วน้องก็ยิ่งขำใหญ่เลย แล้วก็โดนตอบกลับมาว่า "บ้า รีบเปลี่ยนเลยนะ" แล้วเราก็หัวเราะกลับไปในสายนั้นแล้วก็เป็นฝ่ายถามขึ้นบ้างว่า "แล้วเราบันทึกชื่อพี่ว่าอะไรอ่ะ"
น้องก็ตอบกลับมาว่า "พี่เอ็มไง" เราก็ตอบกลับไปว่า "หรออออ" แต่จริง ๆ เราบันทึกแค่ชื่อเล่นน้องนั่นแหละ แล้วอยู่ ๆ น้องก็พูดขึ้นมาว่า 

"แปลกดีเนอะชื่อเราคล้องกันดีนะ เอ็ม เอ็ม เหมือนกันเลยเนอะ (อักษรย่อนะ)" 
หลังจากนั้นได้ไม่นานความสุขนั้นก็เริ่มเป็นสีที่จางลงเรื่อย ๆ น้องบอกว่า แม่ไม่ชอบให้เราคุยกัน และพ่อจะไม่ให้ใช้มือถือแล้ว แต่น้องก็ยังปลอบเราด้วยคำพูดออกมาให้พอใจชื่นว่า..."แต่ไม่เป็นไรเอ็มแอบคุยได้ แล้วก็จะนอนคุยเบา ๆ เอา" 

ในคืนนั้นเรายังจำได้ดีอีกว่าวันนั้นเป็นวันที่พระจันทร์เข้าใกล้โลกของเรามาก ๆ วันนึง วันที่พระจันทร์สีส้มดวงโตดวงนั้น ที่ริมหน้าต่างบ้านของเรา ในสายที่กำลังคุยกับน้องในคืนนั้น เราบอกให้น้องออกมาดูพระจันทร์ดวงโตด้วยกัน น้องทำทีเป็นตกใจแล้วรีบลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างดูพระจันทร์ในคืนนั้นด้วยกันกับเรา แล้วน้องก็ตอบกลับเรามาว่า "พระจันทร์สวยดีนะคะ แต่รูปมันเหมือนกระต่ายกินแครอทยังไงก็รู้" เราก็ตอบว่า "จะบ้าหรอนั่นมันรูปกระต่ายต่างหากล่ะ ไม่เห็นจะเหมือนกินแครอทตรงไหนเลย" น้องหัวเราะแล้วก็พูดอธิบายลักษณะกระต่ายในพระจันทร์ดวงนั้นอีกครั้ง

เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้รู้ข่าวว่าพระจันทร์จะเข้าใกล้โลกอีกครั้ง ในเกือบจะทุกปีที่เราได้ยินข่าวแบบนี้ เราก็เผลอแอบยิ้มขำมันขึ้นมาคนเดียว และแอบคิดไปคนเดียวอีกว่าจะมีใครคิดว่ากระต่ายกำลังจะกินแครอทเหมือนเธอคนนั้นอีกไหมนะ


และวันนั้นก็มาถึง คืนวันที่เราต้องเข้ามาแข่งขันโครงงานที่กรุงเทพ ในคืนวันนั้นเป็นวันเกิดของเราพอดี และไม่คิดว่าน้องจะจำมันได้ด้วย มันเป็นครั้งแรกที่น้องอวยพรให้เรา เราจำได้ดีในคืนวันนั้นวันที่เรานั่งรอรถตู้มาเข้ารับในโรงเรียนเพื่อนจัดของและอุปกรณ์ขึ้นรถ รอยยิ้มเราในวันนั้นยังตราตรึงมาจนถึงวันนี้ เพราะมันเป็นปีแรกของเรากับน้องที่ได้ถูกคนที่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันอวยพรให้เราเป็นครั้งแรก และหลังจากวันที่เราไปแข่งขัน น้องเริ่มรับสายช้าขึ้น และคำสุดท้ายของวันนั้นก่อนวันที่จะตัดสินการประกวดน้องรับสายแล้วรีบพูดรัว ๆ ว่า...

แค่นี้ก่อนนะคะพี่เอ็มพ่อไม่ให้คุยโทรศัพท์แล้วค่ะ
และหลังจากวินาทีที่วางสายนั้น หลังจากนั้นน้องก็ไม่รับสายฉันอีกเลย น้องรับแต่ไม่พูด ใครว่าตื้อครองโลกสำหรับเราแล้วเราว่ามันใช้ไม่ได้หรอกนะสำหรับคนบางคนที่ใจแข็งมาก ๆ คนนึง และไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่เราจะได้รับรู้มันได้เลย หลังจากนั้น เราพยายามทำใจอยู่นาน ก็คนมันเรียนโรงเรียนเดียวกัน พอไปแข่งกิจกรรมก็ขึ้นรถคันเดียวกัน ถึงแม้เพื่อนน้องจะคุยกับเรา แต่สำหรับน้องแล้วเราเป็นเสมือนอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตนในสายตาน้องไปเลยล่ะ

เราพยายามถามเพื่อนสนิทในกลุ่มน้องถึงเหตุผลที่เลิกคุยกับเรา น้องเพียงตอบเพื่อนกลับมาว่า แม่ไม่ให้คุยโทรศัพท์แล้ว มันยังไม่ใช่วัยที่จะต้องมีแฟน และนั่นคือเหตุผลในวันนั้น

เวลาผ่านมากว่า 5 ปีเต็มที่เราพยายามรวบรวมความกล้าแล้วกลับไปทักแชทน้องในเฟสบุ๊กส่วนตัว หลังจากพยายามถามไถ่เรื่องราวความเคลื่อนไหวของชีวิตน้องกับเพื่อนสนิทคนนึง และในตอนนั้นน้องคนนั้นได้บอกเราว่ารุ่นน้องคนนั้นกำลังคบหากับเพื่อนผู้ชายต่างห้องคนนึง ซึ่งเราไม่รู้จักหรอก แต่ก็แอบยินดีผสมไม่ยินดีไปในนั้นด้วย 

และมันก็ถึงวันเวลาเหมาะเจาะที่เราจะทักเข้าไปถามไถ่และก็ได้ถามเรื่องราวที่เคยผ่านมานั้นว่าทำไม เพราะอะไร ถึงไม่รับสาย ไม่คุย หรือไม่อธิบายเหตุผลอะไรสักอย่างพร้อมกับการหายไปเฉย ๆ น้องตอบกลับมาเพียงขอโทษ และฉันก็ให้สัญญาว่าจะไม่มารบกวนน้องอีกหากน้องบอกเหตุผลที่ฉันนั้นยังค้างคาใจจนหมด และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากนั้นอีกหลายปีต่อมา....จนถึงวันนี้

เขาบอกว่าบทเพลงมักจะบันทึกคน ๆ นึงไว้ในนั้นเสมอ...พอได้มาเปิดเจอเพลง "ลม : กะลา" & "สบายดีหรือ : กะลา" มันเลยทำให้ฉันฉุกคิดให้ออกมาเล่าเรื่องราวเรื่องนี้ที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำในคืนนี้อีกครั้ง และเราหวังว่ามันจะยังคงอยู่ตรงนั้น และอย่างนั้นเรื่อยไป และน้องจะเป็นความทรงจำที่ดีของพี่คนนี้ตลอดไปนะ...M
.......เธอบอกว่าชื่อเธอชื่อเรานั้นคล้องกัน                ส่วนชื่อฉันนั้นยังคล้องจองอยู่กับเธอ..........
ประโยคเมื่อนานมาแล้ว...

ขอบคุณสำหรับทุกความทรงจำดี ๆ ที่เรามีให้กัน และหวังว่าสักวันเราจะกล้าทักทายกันบ้างนะ M


SHARE
Written in this book
หีบสมบัติ 'ความรู้สึก'
ความรู้สึกของฉันเกิดขึ้น ณ ที่ใด มันย่อมสวยงามเสมอในความรู้สึกของฉัน และฉันก็ชอบที่เก็บมันไว้เป็นความทรงจำ เผื่อวันหนึ่งนั้นได้ผ่านไปเจอมัน ฉันก็พร้อมที่จะเปิดแล้วก็ปิดมันนั้นลงไว้ในที่เดิม
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments