ห้องสี่เหลี่ยม กับ โลกใบใหญ่
ใครต่อใครก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โลกใบนี้มันกว้างใหญ่มากนะ
ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะมากมาย รอคอยให้เราค้นหา
ลองออกไปข้างนอก
พบปะกับผู้คนแล้วหาอะไรสนุกๆทำดูสิ 
ทว่า.. ตรรกะหรือแนวคิดแบบนี้
อาจใช้ไม่ได้ผลกับทุกคนอีกต่อไปปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่พึงพอใจกับโลกส่วนตัวของตนเอง 
มีความสุขกับความเรียบง่าย พึงพอใจกับการอยู่กับตัวเอง
ในสถานที่ที่เรียกว่า "ห้อง"
ห้องในที่นี้อาจจะเป็นอะไรที่ไหนก็ได้
แต่ขอแค่เป็นสถานที่ที่สงบและปลอดมลพิษทางสังคมหรือเสียง
Introvert ?Introvert หรือที่เรียกกันว่า "คนที่ชอบเก็บตัว"
สังคมมักชอบเรียกพวกเราแบบนั้น ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป
และเป็นการเหมารวมทางความคิดเอาแบบง่ายๆ 
เราอาจจะชอบเข้าสังคมพบปะสังสรรเป็นบางครา
แต่อย่างน้อยเราแค่ต้องการเวลาส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ของเราอันสงบ 
เสมือนดั่งการชาร์จแบตเตอรี่การใช้ชีวิตของเราให้คอยเต็มร้อยไว้อยู่เสมอ 

ตัวผมเอง เป็นหนึ่งในคนที่ชอบอยู่คนเดียวเป็นอย่างมากไม่ใช่ตลอดเวลา เพียงแต่ผมเป็นประเภทที่ว่า
จะเสียพลังงานชีวิตไปกับการใช้เวลาร่วมกับผู้คนหรือสังคม
หากมันมากเกินไปหรือถี่เกินไป
ยกตัวอย่าง มีใครมีความสุขกับการเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆทุกวันไหม
แน่นอนครับว่ามีเพื่อนผมเองก็เป็นกันหลายต่อหลายคน
แต่สำหรับผมนั้นมองต่างออกไป
ผมต้องการเวลาอยู่กับตัวเองให้บาลานซ์กับการเข้าสังคม 
ไม่สิ ค่อนไปทางฝั่งตัวเองด้วยซ้ำไป
เพราะอะไร ?
ผมมองว่าการอยู่ในห้องกับตัวเอง นั้นเสมือนกับได้อยู่กับโลกทั้งใบยามค่ำคืนที่เงียบสงบ นั้นเป็นเวลานาทีทองที่ผมหวงแหนเป็นอย่างมาก
มันเป็นเวลาที่ผมสามารถพรั่งพรูความคิดต่างๆ
งานสร้างสรรค์ รวมถึงงานอดิเรกมากมาย
ได้อย่างอิสระและยืดหยุ่น 
คงเพราะยุคสมัยนี้สิ่งอำนวยความสะดวกมันมีมากมายเต็มไปหมด
หากเป็นสมัยก่อนคงไม่แฮปปี้เท่ากับตอนนี้ (หัวเราะ)  

ขณะที่เรากำลังง่วนอยู่กับสถานที่ของตน
ผมนี่แทบจะบอกลาโลกโซเชียลต่างๆได้อย่างง่ายดายเลยนะ
อย่าว่าแต่ Facebook หรือ Instragram เลย
โทรศัพท์ผมยังไม่อยากที่จะรับเลยคุณเอ้ย
จนบางครั้งเพื่อนต้องมาบ่นกับผมอยู่เป็นประจำ
ว่าโทรไปไม่เคยจะรับเลยนะมึงเนี่ยผมสามารถอยู่ในห้องของตนโดยไม่ต้องออกไปที่ไหนได้เป็นเดือนปี 
โดยที่ไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ หรือว่าสมัยนี้โลกมันไร้พรมแดน
จนผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่เพียงแค่ปลายนิ้วกับหน้าจอของผมเท่านั้น
มันมีข้อดีอยู่นะการที่เราเป็นแบบนี้คือมันโคตรประหยัดค่าใช้จ่ายเลยคุณ
ไม่เที่ยวได้ ไม่ดื่มได้ ไม่กินได้ แต่.. ไม่เหงานี่ทำไม่ได้จริงๆมันเป็นปัญหาโลกแตกเพียงหนึ่งเดียวของผมในไลฟ์สไตล์นี้
มันจะมีบางครั้งบางเวลา ว่าเราอยากที่จะคุยกับใครซักคน
คนที่สามารถเข้าใจชีวิตของเรา ความชอบของเราได้อย่างเป็นธรรมชาติ
และที่สำคัญเข้าใจในพื้นที่ส่วนตัวของเรา
ซึ่งมันอาจจะยากเพราะผมเป็นคนโลกส่วนตัวสูงมากกกก


แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ มันสำคัญที่ว่าเราจะแก้ไขหาทางออกแบบไหนดีล่ะ
คุยกับเพื่อนหรอ..สำหรับผมมันไม่ค่อยฮีลใจนะ (ไม่ได้หมายความว่าต้องคุยกับผญนะ)
แต่ผมมักชอบรูปแบบการสนทนาอย่างลึกซึ้ง 
ซึ่งจะมีเพียงคนในครอบครัวของผมเท่านั้นที่สามารถทำได้ซะมากกว่า

บางครั้งก็เคยคิดและแอบสงสัยว่า เราแปลกหรอ? 
เพราะคนรอบตัวผมล้วนแตกต่างกับผมอย่างสิ้นเชิง
และจากมุมมองของผู้ใหญ่บางท่าน เขาก็จะพยายามอิงถึงสังคมหมู่มาก
เพื่อมาคอยกลืนความเป็นตัวเองของเรา 
ว่าต้องเป็นแบบนี้นะ ชอบแบบนี้นะถึงจะถูกต้อง
แบบนี้มันแปลกหรอ ?แน่นอนผมไม่มีปัญหากับครอบครัวในบริบทนี้
แต่สังคมบางส่วนตีตราเอาไว้แล้วว่าคนเก็บตัวมักเป็นคนประเภทนี้นะ อย่างนั้นนะ
ซึ่งตัวผมเองไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เป็นอย่างมาก
"เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เพียงเพราะเราแตกต่าง หรือเป็นส่วนน้อยของสังคม"
ซึ่งในปัจจุบันเอง ผมคิดว่าคนแบบผมเขาก็ไม่ได้เป็นส่วนน้อยทางสังคมอีกต่อไปแล้ว   

ซึ่งจากทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานั้น 
มาจากประสบการณ์และวิถีชีวิตของผมโดยตรง
เชื่อว่าความแตกต่างนี้จะมีความเหมือนกันอยู่บ้าง
กับเรื่องราวของเพื่อนๆผู้อ่านที่ชื่นชอบการอยู่กับตัวเอง 
หากมีเวลาว่างก็อย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์การอยู่กับตัวเองของเพื่อนๆบ้างนะครับ
ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์กัน :) 

SHARE
Writer
Aujunn
Than in reality
You gotta have a bad days, So you can loves the good days more.

Comments