และแล้วฝนก็ตก
หน้าจอปัดแอพเลื่อนดูสภาพอากาศในแต่ละวันด้วยความหวัง 37% มีฝนฟ้าคะนองกระจายเป็นแห่งๆ รอคอยมาเดือนกว่าก็ได้เวลาชุ่มฉ่ำใจ 

อากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน สิ่งที่พอจะบรรเทาได้คงมีแค่แอร์ในรถยนต์ระหว่างเดินทาง ขาไปสายตาก็สอดส่องมองไกล เห็นคล้ายว่าเมฆดำเริ่มตั้งเค้ามา ถอดแว่นดำดูซ้ำอีกครั้งเพื่อความชัวร์ ประกายแห่งความหวังเริ่มส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง หลังรอมานานนับแรมเดือน

ระหว่างที่รอคุยธุระก็ได้วิดีโอคอลหาพี่สาวและหลานที่อยู่คนละจังหวัด หยาดเหงื่อท่วมกาย เหงื่อไหลท่วมตัว ในขณะที่แค่การถือโทรศัพท์ก็นับว่าเป็นการเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นอย่างดี


ถึงเวลาเดินทางกลับ ตำแหน่งพลขับของครอบครัว บิดกุญแจ สตาร์ทรถ เปิดแอร์ จิบโค้กเย็นๆ ซักนิดหนึ่ง ขับรถไปพร้อมกับสายตาสอดส่องอย่างมาดมั่นยิ่งกว่าเดิม "เมฆมันครึ้มขึ้นจริงๆ มาแน่" ไฟแห่งความหวังเริ่มลุกโชน ความสุขและความตื่นเต้นค่อยๆ ไหลเอ่อล้นอยู่ภายใน ราวกับว่ามีตาน้ำผุดขึ้นข้างๆ บ่อน้ำที่แห้งแล้ง 

สิ้นสุดการรอคอย หมดลมแรงที่พัดขู่ไปมาราวกับบทนำ ได้เวลาเริ่มต้นการร้องไห้ของท้องฟ้า ณ เวลาสองทุ่มกว่าๆ กลิ่นไอดินชื่นใจโชยขึ้นมา อาบน้ำ สระผม และเพลงที่ชอบ จรรโลงใจได้เป็นอย่างดี สดชื่นทั้งกายใจ อารมณ์ดีและตื่นเต้นเป็นพิเศษกับการที่ได้เห็นฝนตกในวันนี้

ได้เวลาอ่านหนังสือ ดมกลิ่นไอดิน

แม้ไม่ยิ่งใหญ่ แต่ก็อุ่นใจกับสุขเล็กๆ 

(: 

BGM - ฝนตกไหม, Three Man Down 

SHARE
Written in this book
บทความสั้น
Writer
lullably
writer
Reader/Narrator

Comments