หมอกควันข้างนอกหายไปแล้ว แล้วหมอกควันในใจเราล่ะ
ฝนตกมาได้สองสามวันแล้ว อากาศดีขึ้นจนเปิดหน้าต่างรับลมได้ มองออกไปข้างนอกเห็นภูเขาสลับเรียงซ้อนกัน ค่อยรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง

ลมและฝนช่วยชะล้างหมอกควันข้างนอกนั้นให้จางหายไปแล้ว แต่เรากลับยังรู้สึกอึดอัด และระคายเคืองอยู่...อยู่ที่ไหนกันนะ?

พอรื้อค้นลงไปในความรู้สึกถึงได้รู้ว่าแม้หมอกควันข้างนอกจะหายไปแล้ว แต่หมอกควันในใจเรายังอยู่ และมันยิ่งน่าเศร้าเมื่อต้องยอมรับว่าน้ำตาไม่เหมือนฝน น้ำตาไม่ได้ช่วยชะล้างให้มันหายไปได้ น้ำตาเป็นเพียงเครื่องเตือนว่าหมอกควันนั้นยังอยู่

และไม่มีทางเลย ไม่มีทางที่มันจะจางหายไปได้ เพราะเราก็ยังคาดหวังว่าอะไรๆ มันจะเป็นอย่างใจเรา ทั้งๆ ที่มันได้สอนเราหลายครั้งแล้วว่ามันจะไม่ได้อย่างใจเรา เรายังหวังกับคน กับงาน กับเรื่องต่างๆ แม้แต่ข้าวกลางวัน เรายังหวังว่ามันจะอร่อย แต่มันก็ไม่อร่อยถูกใจ ก็อย่างว่า...สั่งใน grab ร้านก็สุ่มเอา ไม่เจอร้านที่ถูกใจเสียที ...ตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบก็ทำให้ใจถูกคลุมด้วยหมอกควันแห่งความขัดข้องใจได้

จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เราเองก็คุ้นชินกับหมอกควันจางๆ นั้นดี เหมือนกับค่าตัวเลขที่สัก 40-50 ก็พออยู่ไหว แต่เวลาที่มันขึ้นเป็น 500 จะหา N95 ที่ไหนมาใส่ที่ใจเราได้ มันไม่มี... ถ้าใจเรามีปอด  มันอาจจะตายด้วยโรคปอดไปแล้วก็ได้ แต่โชคดีที่นี่ก็แค่ความคิดติงต๊องของเราเอง มันไม่มีอยู่จริง และวันนี้เป็นอีกวันที่ค่าหมอกควันในใจเราขึ้นสูงถึง 500...

น้ำตาก็ไม่ช่วยอะไร N95 สำหรับใจก็หาซื้อไม่ได้ อย่าว่างั้นงี้ ช่วงนี้แมสกำลังขาดแคลน...😏 

คำถามก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไร

“ล้างใจบ่อยๆ (ด้วยการ) กินอะไรอุ่นๆ เช่นพวกชาคาโมมายด์ หรือนมสดอุ่นๆ งดพบปะผู้คนก็ช่วยได้ หาอะไรสนุกๆ ทำ” คล้ายว่าสิ่งที่ควรทำช่วงที่เราล็อกดาวน์กันจะมาปรับให้เหมาะกับสถานการณ์หมอกควันนี้ได้นะ... นี่อาจจะเป็นมุขฝืดๆ แต่ก็ช่วยกันขำหน่อย หัวเราะออกมา ฮ่าๆ ลมที่ออกมาจากการหัวเราะอาจจะช่วยพัดพาฝุ่นควันให้จางลงได้บ้าง 

ค่าหมอกควันมันไม่เท่ากันทุกวันหรอก แม้น้ำตาจะไม่ช่วยอะไร แต่ความอดทนจะทำให้เราผ่านทุกสิ่งทุกอย่างไปได้...มองโลกให้เห็นด้านดีเข้าไว้ 😉 


SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments