“เราซื้อหนังสือเพราะปกมันสวย บางทีก็ไม่สวย แต่สะดุดตา”
เชื่อว่าเกือบทุกคนเคยซื้อหนังสือเพราะหน้าปกสวย 

เวลาเดินเข้าไปในร้านหนังสือ มันจะต้องมีหนังสือสักเล่มสองเล่มที่เตะตาเราเข้า อาจจะเป็นเพราะชื่อหนังสือที่กระตุ้นความสนใจ หรือสำหรับคนสายตาสั้นอย่างเรา สีสัน และรูปแบบของหน้าปกดึงดูดเราได้ดีทีเดียว

...เหมือนกับการไปงานรับน้องที่มีแต่ freshy ชวนให้กระปี้กระเปร่า กวาดตามองไปทั่วๆ ก็จะมีสักคนหนึ่งที่สะดุดตาเรา หรือ เหมือนกับการนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ในบาร์ที่เพลงเพราะๆ สักแห่ง แล้วกวาดสายตามองผู้คน มันจะต้องมีคนที่สะดุดตาเราเข้า


แรงดึงดูดนั้นพาเราเข้าไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู บางเล่มห่อพลาสติกไว้ เพื่อไม่ให้ชำรุดเสียหายจากการเปิดดู และด้วยความอยากรู้ที่มากพอ มันจะถูกหยิบไปวางที่เค้าเตอร์จ่ายเงิน เพื่อซื้อสิทธิ์ในการเปิดดู ระยะหลังเราเริ่มซื้อหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต มีร้านหนังสืออยู่ร้านหนึ่งทีีนำเสนอหนังสือได้น่าสนใจ เจ้าของร้านห่อหนังสืออย่างดีด้วยกระดาษสีน้ำตาล พร้อมกับเขียนข้อความบางอย่างที่คล้ายกับคำโปรยติดไว้ มันดึงดูดเราได้ไม่น้อย เราตัดสินในสั่งหนังสือหลายเล่มเพราะความอยากรู้ หรือไม่ก็เพราะเราชอบข้อความที่อยู่บนกระดาษสีน้ำตาล และต้องยอมรับว่าเราอาจจะผิดหวัง เพราะไม่ใช่หนังสือแบบที่เราคิดไว้ หรือไม่ใช่สไตล์ที่เราชอบเลย

...รูปร่าง หน้าตา การแต่งตัว บุคลิก  ท่าทาง หรือรอยยิ้ม ดึงดูดให้เราเข้าไปทำความรู้จักกับเขา และเราก็รู้ว่าเราอาจจะต้องผิดหวังก็ได้... เพราะปกสวยไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาจะถูกใจ


หลายครั้งที่เราต้องผิดหวังกับหนังสือปกสวยที่เนื้อหาไม่ได้ถูกใจเราเท่าไหร่นัก หรือบางทีคำโปรยก็จับใจเหลือเกิน แต่ข้างในกลับไปคนละทิศละทาง 

...หลายครั้งก็ผิดหวัง เพราะเมื่อคุยกันไปสักช่วงหนึ่ง ไม่ว่าจะนับเป็นนาที หรือเดือน เราก็จะค้นพบได้ว่า เขาไม่ใช่สไตล์เราเลย


แต่เราก็ยังคงซื้อหนังสือปกสวยอยู่เรื่อยๆ เพราะเราจะไม่มีทางรู้ว่าหนังสือนั้นดีหรือไม่ เราจะชอบหรือไม่ จนกว่าเราจะอ่านจนจบ และสมัยนี้ก็ไม่มีร้านหนังสือที่ไหน ยอมให้เรายืนอ่านได้นานๆ อีกแล้ว เราต้องเสี่ยงดู

...เหมือนว่ากว่าเราจะได้รู้ว่าคนคนหนึ่งเป็นอย่างไร เราจะชอบตัวตนเขาไหม ก็จนกว่าเราจะได้รู้จักเขา ซึ่งมันอาศัยเวลา และต้องยอมเสี่ยงที่จะรู้สึกผิดหวัง

แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งหรอก ที่หนังสือปกสวยจะทำเราผิดหวัง บางครั้งเราก็อ่านมันจนจบและประทับใจมาก เรามักจะเก็บมันไว้บนชั้นอย่างดี เหมือนกับการได้รู้จักคนดีๆ สักคนแล้วเลือกที่จะเก็บเข้าไว้ในใจ

หนังสือบางเล่มก็หายไประหว่างที่เราย้ายบ้าน เหมือนกับที่คนบางคนหายไปจากชีวิตเรา เมื่อบริบทในชีวิตเราเปลี่ยนไป แต่เราก็ไม่เคยตามหาเพื่อให้ได้มันคืนมาหรอกนะ  ไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นจะอยู่ที่ไหน เราก็ไม่ได้มีสิทธิ์ครอบครองมันอยู่แล้ว เราทำได้เพียงอ่าน และเก็บมันไว้บนชั้น หรือทำมันหายไปเท่านั้น

หนังสือบางเล่มช่างล้ำค่า และอยู่กับเรานานเหลือเกิน เราเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกและพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป ข้อความเดิมๆ ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ราวกับว่าเราเข้าใจมันมากขึ้น รู้จักมันมากขึ้น 

เราก็เลยยังยอมเสี่ยง และยอมที่จะผิดหวังจากหนังสือปกสวย หรืออาจจะไม่สวยแต่สะดุดตาเราอยู่เรื่อยๆ เผื่อว่ามันจะถูกใจ สไตล์จะตรงกัน บางทีมันจะเป็นหนังสือที่ล้ำค่า และคุ้มค่าที่จะอ่านแล้วอ่านอีกก็ได้
SHARE

Comments