หลับตา


เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นสีเขียวดังขึ้นในช่วงเวลาที่ค่อนข้างดึก


ในขณะที่ผมกำลังใช้สมาธิกับการแปลบทความทางกฏหมายที่ค่อนข้างหนักสมองเอาเรื่อง

ไม่รู้ว่ากี่สัปดาห์ผ่านมาแล้ว

กับการที่ผมใช้เวลาอยู่กับงานมากกว่า 15 ชั่วโมงต่อวันอย่างนี้ เพียงเพราะไม่อยากปล่อยให้ตัวเองมีเวลาว่างมากจนเกินจำเป็น


ว่างแล้วลำบากความคิดถึง

ว่างแล้วลำบากความรู้สึก

ว่างแล้วลำบากหัวใจ



ถ้าจะปล่อยให้เป็นแบบที่ไล่มา

สู้ปล่อยให้ตัวเองหนักสมองแทนไม่ดีกว่าเหรอ







Line

: ไอ้เสือ

ผมละสายตาจากบทความที่กำลังตั้งใจแปลอยู่
ชำเลืองมองหน้าจอมือถือที่วางไว้ไม่ห่างมือมากนัก

ไม่ใช่ใครที่ไหน

เป็นเพื่อนสนิทของผม
ที่คอยทักมาถามไถ่กันประจำอยู่เป็นระยะตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้


"มึงรอไปก่อนแล้วกัน กูแปลงานอยู่โว้ย"


: ตายห่าไปยัง


ชิบ...

ถ้าเสียงแจ้งเตือนจะดังอยู่แบบนี้
มันทำให้สมาธิของผมหลุดได้ไม่ยากเลย

ไม่ต้องปลงต้องแปลมันแล้วครับ


ผมเลือกวางงานในมือลง ก่อนหันไปคว้ามือถือเจ้าปัญหามาตอบเพื่อนตัวดีกลับไป



; เหี้ยไร
; ทักมาดึกๆดื่นๆ มารยาทนิดนึง
; หลัง 7 PM. มันเวลาส่วนตัว



: หยุดวิชาการใส่สัก 5 นาทีได้ปะ
: ถ้าอยากทัก ตีหนึ่งกูก็จะทัก



มันก็โคตรจะมันอยู่วันยันค่ำ ให้ตายดิ



; ไร้มารยาทตั้งแต่เมื่อไหร่


: อ่อนโยนหน่อย


; ไม่ใช่เมีย
; ไม่จำเป็น


: เวรมาก


; มีเหี้ยไรก็ว่ามา
; กูจะได้แปลงานต่อ



: ยังแปลงานอยู่?
: กี่โมงกี่ยาม มึงดูหน่อย
: หักโหม ไอ้เวร



; เรื่องกู
; ยุ่งหน่า



: หักโหมไปแล้วได้อะไรวะ
: ทำตัวให้ยุ่งฉิบหายมึงได้อะไร
: ในเมื่อตอนที่ยุ่งฉิบหาย
: เรื่องของเขายังเต็มในหัวมึง



; ...


ฟัค... มันกะเอาให้ผมจุกเลยหรือไง

ขับรถไปซัดหน้าเพื่อนตอน 5 ทุ่มนี่ผิดไหมครับ?

รู้มากฉิบหาย



: เหอะ แดกจุด


; ไอ้ควาย


: เห็นเงียบไป เลยทักมาถาม


; กูโอเคดี


: อีกที


; เห้อ


: ผ่านมานานแล้วปะวะ
: สมควรกลับมาปกติได้ละไหม
: สรุปก็ยังหมา โคตรเสียระบบ


สัส...

สอง ดอก ละนะ



; มึงจะขยี้อีกนานไหม


: จนกว่าจะหายหมา


; ถ้าจะทักมาแค่ขยี้
; ไสหัวไปคุยกับเด็กมึงต่อเลยไป


: 55555
: เมื่อไหร่มึงจะกลับมาเล่นทวิต
: อยู่แต่กับงาน ทันโลกไหมมึงอะ



; กลับไปเล่นน่ะกลับแน่
; แต่ไม่มีแพลนว่าเมื่อไหร่
; เคยบอกละ ถามไรหลายรอบ



: มึงกลับไปดูหน่อย
: ว่าเขาไปไกลมากแล้ว
: เขาเริ่มใหม่ไปนานแค่ไหนแล้ว
: มึงจะจมอยู่ที่เดิมให้มันได้อะไร



แม่งเอ้ย..
ใครอนุญาตให้พูดถึงเขาวะ
ขัดตาฉิบหาย


; พูดถึงเขาให้มันดีๆ
; ขับรถไปซัดหน้าได้นะรู้ใช่ไหม



เสียงถอนหายใจที่ดังกว่าปกติถูกพ่นออกมาจากผมอยู่หลายต่อหลายครั้ง


ผมไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปมากกว่านี้

กับประโยคห่าเหวจากแชทของมัน
ที่กำลังสะกิดก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายของผมอยู่ตอนนี้

และแน่นอน
ว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนตัวดีสาดประโยคเทือกๆนี้ใส่ผม

แต่แปลกฉิบหายที่ได้อ่านไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ผมก็ยังไม่ชิน

และคำถามก็คือ เมื่อไหร่จะชินวะ?



: 2 ปี?
: หรือ 3 ปี? แบบครั้งนั้น
: หรือกี่ปี มึงถึงจะยอมบอกให้ตัวเองลืมๆไป



ก็ครับ เหมือนเดิม

ไม่เคยมีคำพูดปลอบใจแบบอ่อนโยนในแบบที่เพื่อนปกติทั่วไปควรจะเป็นระหว่างมันและผม

มีแค่คำพูดห้วนๆ ที่รู้กันดี
ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ถูกพ่นออกมา
หมายความได้สั้นๆว่า เป็นห่วง

และก็เหมือนทุกครั้งที่ผมจะเงียบฟังมันมากกว่าโต้ตอบกลับไป

ในตอนที่ความรู้สึกภายในใจผมกำลังจะรวนอีกครั้ง

ภายใน

10


: ที่กูพูด
: กูห่วง
: ถ้าไม่ใช่มึงกูไม่เสียเวลามานั่งพิมพ์ด้วยซ้ำ


9


; กูรู้


8


แต่ในตอนนี้

เวลานี้

ผมแค่ไม่รู้จะเอาเรี่ยวแรงจากที่ไหนไปพิมพ์ยาวๆตอบมัน

แค่ลืมตาอ่านแชทมันอยู่ตอนนี้ได้ ผมก็เก่งแล้ว

7

ผมค่อยๆเอนตัวลงบนเตียงนอนช้าๆ
พร้อมกับสายตาที่ไม่ได้ละออกจากหน้าจอไปไหน


6

5

: มึงคิดถึงอะไรเขาขนาดนั้น
: กูจะย้ำให้อีกที
: เขาไปไกลมากแล้ว


4


; อือ
; รู้


3
2

1

ครับ โอเค 
คืนนี้ เกม


สมองของผมสั่งให้มือข้างซ้ายค่อยๆยกขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาตัวเอง

นิ้วนางที่ถูกประดับด้วยแหวนวงเก่า
ดูเหมือนจะเด่นชัดที่สุดในบรรดานิ้วข้างซ้ายทั้งห้าของผม

ไอ้ที่บอกว่าเด่นชัด
มันไม่ใช่ที่ม่านตาแต่มันเป็นตรงความรู้สึก



: อย่าเสียระบบนาน
: ทำให้มันสมกับเป็นมึงหน่อย



"..."



ผมเพ่งสายตามองตัวอักษรตัวเดิมที่ถูกสลักไว้บนแหวนวงเรียบบนนิ้วของตัวเองอย่างที่ได้มองมันอยู่บ่อยๆ



"จนถึงวันนี้ เดือนครึ่งแล้วมั้ง"

"มีวันที่ดีแล้วใช่ไหม"



; อือ
; กูง่วงแล้ว จะนอน



: นอนให้จริง
: ฝันดีไอ้เสือ


ผมเลือกตัดบทสนทนากับเพื่อนให้จบลงไป


ไม่รู้ว่ากี่นาทีแล้วที่สายตาของผมไม่ได้ละไปไหนจากวัตถุบนนิ้วนางข้างซ้ายที่โคตรหวงแหน



" Tu me manques"

"มากเกินใจกูไปเยอะเลยว่ะ"

"15 ชั่วโมงที่อยู่ในหัว"

"อีก 9 ชั่วโมงในความฝัน"

"มึงเก่งดี ที่รัก"



มือข้างซ้ายจากระดับม่านสายตาค่อยๆเลื่อนมาวางแนบที่อกข้างซ้ายแทน
ก่อนที่มือขวาจะวางทับกุมมือข้างซ้ายของผมไว้อีกที


ตาสองข้างของผมค่อยๆปิดลงช้าๆ
เสียงลมหายใจที่ได้ยินอย่างชัดเจนค่อยๆพ่นออกมาท่ามกลางความเงียบงัน


ไม่มีเสียงเพลงข้างหูแบบทุกๆคืน
มีเพียงเสียงร้องของหัวใจ
ที่ได้ยินชัดเจนขึ้นมาทุกทีในความรู้สึก


"เธอ"

"พี่ครับ"

"ที่รัก"



มือทั้งสองข้างที่กุมแนบใกล้ๆหัวใจกำลังถูกกดลงไปให้แน่นกว่าเดิม เหมือนกับว่าอยากจะให้ระยะของแหวนกับหัวใจอยู่ใกล้กันมากกว่านี้


"มึงของกู"

"ยัยคนเก่ง"

"ct"



เอาอีกแล้ว

แม่ง...

ปล่อยให้สมองว่างแล้วมันฉิบหายใจ
อย่างนี้...
ประโยคที่ผมพยายามกดมันเอาไว้แทบตาย
รันเข้ามาในหัวซ้ำๆอีกจนได้ อยากถามสมองตัวเองอยู่เหมือนกันว่าไม่เบื่อหรือไง


"ไหนมึงบอกว่าอยู่ในกอดมึงแล้วกูจะไม่เป็นไรไง"


อ่า....


"ไหนบอกจะไม่ให้กูมีน้ำตา"


แล้วรู้บ้างไหม

ไม่เคยมีครั้งไหนที่กูไม่ปวดใจตอนมองมึงร้องไห้เลย
ให้ทนมองนานๆมันไม่เคยทนได้ด้วยซ้ำ
เหมือนใจของคนที่มึงบอกว่ามันไม่เคยรู้สึกอะไรจะสลายลงตรงนั้น


"คนอย่างมึง ไม่เคยรักใครจริงๆหรอก"

แต่สิ่งที่กูรู้สึกอยู่ทุกวันคือกูรักมึง


กูรักมึง



ริมฝีปากของผมค่อยๆกดจูบลงไปที่แหวนแผ่วเบาอย่างถนอม
ราวกับว่ากำลังปลอบเจ้าของตัวอักษรบนแหวนด้วยความรู้สึกหวงแหนไม่ต่างอะไรจากวันที่ยังยืนอยู่ข้างๆกัน

นับครั้งไม่ได้แล้ว
ว่าผมทำแบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่


และเสียงภายในใจของผมตอนนี้กำลังบอกกับเธอว่า...


"ในวันที่สายตาของกูมองไม่เห็นมึงแล้ว"
"แต่ความรู้สึกของกูยังโอบกอดมึงไว้"

"อยู่ในกอดกูมึงจะปลอดภัย"



ในวันที่ผมไม่ได้รู้สึกเจ็บเหมือนวันเก่าๆที่เคยผ่านมา
แต่ความคิดถึงคงยังทำงานของมันอยู่อย่างนั้น

กับหัวใจที่ไม่ยอมเปิดรับใครเข้ามาอีก


ลมหายใจแผ่วๆที่ค่อยๆพ่นออกมาอีกครั้ง
กับความรู้สึกที่กำลังกลั่นกรองเป็นคำพูดสุดท้ายออกมาก่อนจะหลับตาลงในค่ำคืนนี้



" t คิดถึงพี่ c "



ในที่ที่เรามองไม่เห็นกันอีกแล้ว
ผมขอพรให้เธอมีวันที่ดี

God bless you, dear

             
                                            ; TANTHAI
Ypoisonous

SHARE
Written in this book
ฝนตกไหม
Writer
ypoisonous
Writer
กฎข้อที่ 1 : อย่าหลงรักนักเขียน [ IG : ypxisonous , TW : @ypxisxnous ]

Comments