ทิ้งไว้กลางทาง
1:14 AM.


หูฟังได้กลายเป็นไอเทมโปรดของผมในยามดึกไปเสียแล้ว


ผมเอนกายลงบนเตียงนอนที่คุ้นเคยก่อนค่อยๆหลับตาลงท่ามกลางแสงไฟสลัวพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังข้างหูเช่นทุกคืน


แปลกดีเหมือนกันนะครับ

ทั้งๆที่เรียวนิ้วของผมไม่ได้ยื่นไปสัมผัสปุ่มเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นแม้แต่น้อย
แต่เสียงเพลงที่กำลังเล่นอยู่นั้นกลับค่อยๆเพิ่มระดับความดังมากขึ้นทุกทีภายในโสตประสาท




"ปล่อยมือฉัน ถูกแล้ว"

"ให้ใจของฉัน ปวดร้าวแค่ไหน"




ในห้วงความรู้สึกที่นึกถึงใครคนหนึ่ง
ความทรงจำมากมายไหลเข้ามาวนเวียนอยู่ภายในหัวของผม

อีกแล้ว...




"ยอมฝืนใจให้เธอ เดินจากฉันไป "

"เมื่อรู้ว่าเธอ"

"มีคนที่พาไปถึง ปลายทาง"




สิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าบทเพลง
กำลังเล่นไปเรื่อยๆ
อย่างไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนฟัง
ที่กำลังนอนหลับตาฟังแบบโง่ๆบนเตียงอย่างผมเลยแม้แต่นิดเดียว




ผมจะพร่ำโทษอะไรดีนะ

กับ "การนึกถึง"

ที่กำลังเปลี่ยนเป็น "ความคิดถึง"

อย่างนี้...



ภาพวันที่ผมตัดสินใจจบความสัมพันธ์ระหว่าง

ผมและเธอ

ประเดประดังเข้ามาในความนึกคิดอีกระลอก


มันห่าเหวก็ตรงที่
ผมไม่เคยบอกเหตุผลที่แท้จริงกับเธอเลยว่าทำไม

ผมเลือก
ที่จะให้เธอมองว่าผมคือคนที่ใจร้ายที่สุด

มันก็เพื่อเธอ


รู้..
ว่าเธอจะเสียใจมากแค่ไหน



รู้...
ว่าเธอจะร้องไห้ในตอนที่ไม่มีผมคอยกอดแล้ว


และผมรู้...
ว่าการที่ผมเลือกให้เธอมองว่าผมเป็นคนใจร้ายที่สุดในวันนั้น มันอาจจะทำให้เธอรู้สึกเกลียดกันไปเลยก็ได้ แต่ในทางกลับกันเธอจะมูฟออนได้ไวขึ้น


และผม
ทั้งในตอนนั้นและในตอนนี้...

ไม่เคยให้อภัยตัวเองเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ตั้งแต่วันที่น้ำตาของเธอไหลออกมาสัมผัสข้างแก้มเนียนที่ผมเฝ้าถนอมมาตลอด

เพราะสาเหตุมันเกิดจากผม

เกลียดตัวเองที่ต้องฝืนใจทำอะไรโง่ๆแบบนั้น
กับคนที่ผมเคยรักเธอทั้งใจ



; ไม่ได้ชอบเด็กแต่แรกอยู่แล้ว
; ยังไงก็ไม่รอดหรอก
; จบเหอะ


ฟัค...

คำพูดโง่ๆที่โคตรจะใจร้ายถูกสาดใส่คนดีของผมไปแบบนั้น

สมเพชตัวเองไปในเวลาเดียวกัน
เพราะรีแอคชั่นจากเธอกำลังบาดหัวใจผม

และเริ่มกรีดหัวใจผมลึกลงไปทุกทีเมื่อหยดน้ำจากดวงตาคู่สวยที่ผมชอบมองไหลออกมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด



: ขอโทษที่หนูเด็ก
: ขอโทษที่หนูโตไม่ทันพี่
: แต่เด็กคนนี้ โคตรรักพี่เลย



อย่า...

ห้ามมือตัวเองเดี๋ยวนี้

มึง...
อย่าสะเออะดึงน้องเข้ามากอด



: หนูทำอะไรผิดไป พี่บอกหนูสิ
: แล้วกลับมาเป็นคนเดิมของหนูได้มั้ย



ครับ... เวรมาก

คราวนี้เป็นน้ำตาของผมที่เริ่มกลั้นไว้ไม่อยู่

โอเค ปล่อยให้แม่งไหลไป

หัวใจที่ทรมานอยู่ตอนนี้ก็ปล่อยให้แม่งทรมานไป

แต่มึงอย่าไปแตะน้องอีก



; ขอโทษที่กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
; แต่ไม่ได้รักแล้วว่ะ



จบแล้ว
มันจบลงแล้ว

รอยยิ้มสดใสที่เป็นแรงของใจให้ผมเสมอมา
หัวใจที่บริสุทธิ์ดวงนั้น
ที่คอยมอบความรักและความรู้สึกดีๆให้กัน
ผมได้ทำลายมันลงไปแล้วด้วยมือของผมเอง


สารเลว

มึงมันสารเลว


เสียงในใจของผมที่กล่าวว่าตัวเอง
ไม่มีคำไหนที่เหมาะสมไปมากกว่าคำนี้แล้วล่ะ



หลังจากชีวิตที่ไม่มีเธอ
อีกต่อไปแล้ว


ผมรู้ดีว่ากิจวัตรประจำวันที่เคยมีเธอทำมันด้วยกันจะหายไปทั้งหมด

ผลที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้นหัวใจของผมที่ต้องรับความทรมานนี้ไว้

ข้อความที่เธอส่งรัวมาทุกเช้าเป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปีนับจากวันที่เราตกลงเป็นของกันและกัน

เพื่อให้กำลังใจผมในช่วงที่ผมฝึกงานอยู่

ช่วงทำธีสิสจบมหาวิทยาลัย

ช่วงชีวิตที่กำลังดิ่งมากๆในตอนจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆเพราะตกงาน

จนกระทั่งถึงช่วงชีวิตของผมที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว


มันไม่มีอีกแล้ว...


ผมใช้ชีวิตเพื่อผ่านวันๆหนึ่งไปโดยไม่ได้วางจุดหมายชีวิตไว้อีกเลยตั้งแต่ตอนที่ไม่มีเธออยู่


เธอเป็นของขวัญล้ำค่า

เป็นแรงของใจให้ผมในทุกๆวัน

เป็นโลกทั้งใบของผม

และที่สำคัญเธอเป็นทุกอย่างของไอ้ห่วยคนนี้



"วันนี้พี่ทำงานเหนื่อยมั้ย"

"กินน้ำเย็นๆหน่อยดิ จะได้สดชื่น"



หายแล้ว..

พี่หายแล้วครับ

เจอเธอก็หายเหนื่อยแล้ว




"วันนี้หนูมีการบ้านเยอะมาก"

"แต่ทำที่โรงเรียนเสร็จหมดแล้ว เจ๋งป้ะ"

"จะได้มีเวลาคุยกับพี่เยอะๆไง"





เก่งที่สุดแล้ว คนเก่งของพี่

เธออย่าน่ารักไปมากกว่านี้เลย

อยากดึงมากอดแต่ทำไม่ได้นี่มัน...

อ่า ทรมานนะครับ



"หนูทำกับข้าวไม่เป็นหรอกแต่หนูล้างจานเป็นนะ"



เสียงน่ารักที่ผมคุ้นเคย ในวันที่ผมไม่มีเธออยู่ข้างๆอีกแล้ว
หัวผมมันไม่รักดีเอาซะเลย
ที่มันยังปล่อยให้เสียงสดใสนั่นไล่รันและดังอยู่อย่างนี้

ไม่รู้ว่ามันวนซ้ำอยู่แบบนี้กี่รอบแล้วเหมือนกัน



"ถ้าหนูโตแล้ว เราไปอยู่ด้วยกันได้"

"เลี้ยงแมวซักตัวไหม พี่ชอบแมวนี่"



ผมเม้มปากแน่น

เมื่อก้อนเนื้อที่อกข้างซ้าย
กำลังถูกบีบรัดด้วยอะไรสักอย่างที่ตอนนี้ผมไม่แม้แต่อยากหาคำตอบ


อย่าคิดถึงน้องมากไปกว่านี้

พอแล้ว..

พอได้แล้ว



"ไวท์ซอสสปาเก็ตตี้มันทำยากไป"

"หนูจะไปฝึกทำ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ"

"ถึงวันนั้นที่เราได้เจอกัน พี่รอกินฝีมือหนูนะ"


อ่า... โอเค


เสียงของเด็กคนหนึ่งที่ทำอะไรไม่เป็นเลย กำลังบอกกับผมเจื้อยแจ้วในความทรงจำว่าเธอจะฝึกทำอาหารเมนูโปรดของผม


มัน....


ผมหลับตาลงช้าๆอีกครั้ง


อย่าไหลออกมา อย่า...



"หนูจะมายืนรอรับพี่หน้าบ้านของเราทุกวัน"

"ตอนพี่เลิกงาน"

"แล้วเราก็จะกินมื้อเย็นที่หนูเตรียมไว้ด้วยกันนะ"



สิ่งหนึ่ง ที่จะไม่เกิดขึ้นกับคนอย่างผม
หรือถ้ามันจะเกิดขึ้น
มันจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตของผมในตอนที่ยืนบนโลกห่าเหวใบนี้

นั่นก็คือ การร้องไห้


ซึ่งตอนนี้ผม...

กำลังเผชิญกับมันอยู่

หยาดน้ำใสจากดวงตาที่ผมพอรู้สึกได้

กำลังไหลออกมาพร้อมกับหัวใจที่กำลังถูกบีบรัดแรงขึ้นไปทุกที




คนเก่งของพี่...




"วาเลนไทน์อีกปี"


"ก็ครบรอบ Aniversary ของเราแล้วนะ"


"หนูตื่นเต้นอ่ะ นับวันรอแล้ว"




รับรู้ได้ว่ามุมปากทั้งสองข้างของตัวเองตอนนี้
กำลังคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆในห้วงเวลาเดียวกันกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุดจนชื้นหมอนใบเก่าที่ผมชอบหนุน



"หนูจะเตรียมของขวัญให้พี่ด้วยแหละ"



เธอจะรู้ไหมครับ

ว่าของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับพี่

มันก็คือเธอ



ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากไอ้ห่วยที่กำลังนอนหลับตาฟังเพลงบวกกับความรู้สึกที่มีเธอคนดีในความทรงจำ

ผมเพียงแค่หลับตาอยู่อย่างนั้น

แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาสัมผัสกับอากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมเท่าที่มันอยากจะไหล



"หนูรักพี่มากๆ"

"พี่....ของหนู"

"เก่งที่สุดในโลกของหนูเลย"



ครับคนดี พี่ก็รักเธอ

มากๆ...

มากกว่าที่เธอรู้เยอะเลยล่ะ



หลังจากรู้ว่าห้ามความคิดตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ผมปล่อยให้คำพูดน่ารักจากคนดีของผมไหลเข้ามาในหัวไปเรื่อยๆ


น้ำตาที่ฉวยโอกาสไหลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะไหลออกมาจากดวงตาของคนอย่างผมได้เมื่อความทรงจำมากมายปรากฏในความรู้สึกซึ่งไม่มีท่าทีจะจางลง


อ่าห้ะ เต็มที่เลยสัส
เชิญไหล

ให้โอกาสไหลก็ไหลออกมาซะ

เพราะต่อไปจะไม่ให้โอกาสได้ไหล อีกเลย




ผมไม่เคยเชื่อทฤษฎีโลกกลมเพราะคิดมาตลอดว่ามันก็เป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่มีอะไรยืนยันได้แน่ชัด

จนกระทั่งวันนี้



การวนกลับมาพบกันอีกครั้ง...

ของผมและ "เธอ"

ในวันที่ความรู้สึกของเรามันยังคงเป็นความรัก
แต่ความรักในแบบพี่น้องได้เข้าไปฝังอยู่ในใจแทนความรักแบบเชิงชู้สาวไปเสียแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

คือความหวังดีที่มีให้กัน


และที่สำคัญการวนกลับมาเจอกันครั้งนี้


เป็นช่วงเวลาที่ผม
กำลังสาหัสจากความผิดหวังแต่กำลังฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงช้าๆอีกหน

และในตอนที่เธอ
กำลังจะเริ่มใหม่
กับคนที่"เหมาะสม"กับเธอ



: หนูกำลังคุยกับคนๆนึงอยู่
: หนูกำลังจะเริ่มใหม่
: แต่หนูยังไม่มั่นใจเลย



วินาทีที่ผมได้อ่านข้อความนั้น

ผมชะงักไปเล็กน้อยก่อนอ่านมันซ้ำอีกรอบ
ผมรู้สึกยินดีกับข้อความที่ปรากฏต่อม่านสายตา

ผมดีใจที่คนดีของผม
กำลังจะมีความสุขจริงๆสักที



; เธอรู้หรือเปล่า
; ความรัก อย่าปล่อยให้อีกคนรอนาน
; เอาเรื่องของเราไว้เป็นบทเรียน



ความหวังดีที่ผมมีให้เธอมาตลอดกำลังทำหน้าที่ของมันต่อไปโดยอัตโนมัติ




: ถ้าพี่รู้ว่าหนูคุยอยู่กับใคร
: พี่จะมองหนูแบบไหน



พี่ไม่เคยมองเธอเป็นอย่างอื่นไปได้เลย

เพราะสำหรับคนๆนี้

เธอคือคนดีของพี่เสมอ



; คนนั้นเหรอ



: อือ



; ไม่แปลกใจ
; เธออยู่ข้างๆกันมาตลอดอยู่แล้ว



: หนูมาคุยกับเขาจริงๆตอนที่เราจบกันไปแล้ว
: หนูไม่ได้รู้สึกกับเขาตอนที่หนูมีพี่นะ
: หนูไม่อยากให้พี่มองกันแบบนั้น
: เพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น



รู้ครับ พี่รู้

รู้มาตลอดครับคนดี

รู้ว่าตอนที่เรามีกันหนูรักพี่ยังไง

ไม่ต้องอธิบายอะไรเลย



: ที่หนูไม่กล้ารักหรือเริ่มใหม่กับใครจริงๆ
: เพราะพี่
: หนูแคร์พี่



อ่า...

น้องจมกับผมมานานขนาดนี้ได้ยังไง

ตอนนี้ผมเริ่มเกลียดตัวเองขึ้นมาอีกแล้วสิ



; ถ้าสาเหตุที่หนูไม่กล้ารักมันมาจากพี่
; วันนี้พี่มาปลดล็อคให้หนูแล้วนะคะ



พี่ ขอโทษ...


ผมขอทำหน้าที่สุดท้ายของผมให้กับเธอ

เท่าที่จะทำได้ในวินาทีนี้

คือการส่งเธอไปให้ถึงความสุขที่เธอควรจะได้รับมัน



; ถ้าอยากรัก
; เอาเลย ใส่ไปเลยให้เต็มที่
; ต่อจากนี้ไป มีความสุขจริงๆได้แล้วนะครับคนเก่ง



อยากกดจูบหน้าผากพลางลูบผมปลอบเบาๆอย่างที่เคยทำ


แต่ทั้งตัวเธอที่กำลังจะเริ่มใหม่

และทั้งความรู้สึกของผมที่รู้ตัวว่าไม่ได้วางอยู่ที่เธอมาสักพักแล้ว

การทำแบบนั้น
มันคงไม่ดีและไม่เหมาะแล้ว



: ขอบคุณนะพี่
: ขอบคุณจริงๆ



ไม่เป็นไรเลยครับ

ให้เธอมีรอยยิ้มที่เกิดจากความสุขจริงๆก็พอ




: สำหรับเรื่องของเราในตอนนั้น
: อายุเราห่างกันมากจริงๆนั่นแหละ
: ความคิดเราเลยแตกต่างกันมาก หนูรู้
: แต่หนูดีใจที่ครั้งนึงเราได้ลองทำตามความรู้สึก




......

เธอยังคงเป็นยัยคนเก่งเสมอสินะ




; พี่ก็ดีใจ
; ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราเคยยืนข้างกัน




: หนูน่าจะเกิดไวกว่านี้
: หรือไม่พี่น่าจะเกิดช้ากว่านี้เนอะ




ยัยคนเก่งของผมกำลังตัดพ้อโชคชะตาอยู่เหรอ

เอ็นดูจังครับ



; แบบนี้แหละถูกแล้ว
; ถ้าไวหรือช้ากว่านี้
; วันนั้นโลกอาจจะไม่ได้เหวี่ยงเราให้มาเจอกันก็ได้



: ก็จริงเนอะ
: ต่อไปนี้พี่ก็มีความสุขกับคนที่เหมาะสมกับพี่ได้แล้วนะ



; พี่คงไม่..



: อย่าปิดตัวเอง
: หนูขอร้อง



; ครับคนเก่ง
; มีความสุขกัน



ความหวังดีที่ถูกส่งมาจากเธอ
ยังเป็นแรงของใจให้ผมอยากก้าวเดินบนโลกเส็งเคร็งนี่ต่อไปได้ดีเสมอ



; มีอะไรให้ช่วย
; หนูบอกพี่ได้ตลอดนะคะ



: พี่เหมือนกันนะ ไม่ต้องเกรงใจหนู
: มีอะไรไม่สบายใจทักหนูมาได้เลย


อ่าครับ...


บทสนทนาที่ถูกจบไว้เพียงเท่านั้น
ด้วยความตั้งใจของผมที่จะไม่ตอบกลับเธอไปโดยไม่จำเป็น



ระยะห่างระหว่างช่วงอายุเกือบ 10 ปี ของเรา

ผมเคยคิดว่ามันจะไม่เป็นอะไร

แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างและระยะเวลาที่เรายืนข้างๆกันมามันค่อยๆพิสูจน์ให้ผมได้รู้ว่ามันคืออุปสรรคชิ้นใหญ่ระหว่างความรักของผมและเธอมาตลอด


เธอเป็นเด็กที่มีความคิดโตจนผมตกใจ

แต่ด้วยความที่วัยของเราและจุดที่ยืนมันแตกต่างกันมาก
ความคิดในหลายๆอย่างเลยแตกต่างกันมากตามไปด้วย


สายตาของคนภายนอกที่มองเข้ามา

ลำพังตัวผม
ใครจะมองแบบไหนผมไม่เคยสนห่าเหวอะไรอยู่แล้ว

แต่กับเธอผมไม่สนเลยไม่ได้
ผมยอมให้ใครมามองเธอไม่ดีไม่ไหวจริงๆ


โดยเฉพาะบุคคลเหล่านั้นคือบุคคลในครอบครัวของทั้งผมและเธอ


แรงกดดันมากมายรอบตัวสองเรา 
บีบหัวใจ
จนแทบจะเดินต่อไปไม่ไหว


อนาคตเธอยังอีกไกล
ยังต้องเจอผู้คนอีกมากมาย
ที่ดีและเหมาะสมกับความรักของเธอมากกว่าตัวผม


ทุกครั้งที่ผมดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรู้สึกหวงแหนยิ่งกว่าอะไรโดยที่ตัวผมเองก็รู้ดีว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งเรื่องของเรามันต้องจบลงแน่นอน



และนั่นมันคือสิ่งที่ผม...
กลัวที่สุด
เพราะคนที่ต้องจบมันลงต้องเป็นผมเท่านั้น


เมื่อนึกมาถึงตอนนี้

หัวใจของผมกำลังโดนความทรงจำบีบรัด
อีกครั้งและ
อีกครั้ง...


แต่ถึงอย่างไรก็ตาม

ให้ความทรงจำทั้งหมดที่มีอยู่นี้โอบกอดหัวใจสองเราไว้

ให้ความรักครั้งใหม่ของเธอเป็นเรื่องราวที่ดี

พี่จะคอยมองเธอเติบโตอยู่ตรงนี้

แม้มันเป็นที่ที่สายตาของเธอจะไม่สามารถมองเห็นพี่ได้อีกต่อไป

ราวกับว่ามัน...
เป็น "เส้นขนาน" มาตั้งแต่แรก

มีความสุขได้แล้วนะครับ "เธอคนดี"


และความจริงกับเหตุผลที่เธอคงจะไม่มีโอกาสได้รับรู้มันเลย

คือ..

พี่ไม่เคยไม่รักเธอ




"ยอมฝืนใจให้เธอ เดินจากฉันไป"

"เมื่อรู้ว่าเธอ"
"มีคนที่พาไปถึง... ปลายทาง..."

Ypoisonous

SHARE
Written in this book
ช่วงเวลา
Writer
ypoisonous
Writer
กฎข้อที่ 1 : อย่าหลงรักนักเขียน [ IG : ypxisonous , TW : @ypxisxnous ]

Comments