“ป่ะ ไปเที่ยวกัน” Matterhorn, Zermatt, Switzerland
สงกรานต์ปีนี้น่าจะเป็นปีที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ทุกคนจะจำความได้ สงกรานต์ที่ไม่ใช่วันหยุดยาว สงกรานต์ที่ไม่มีทริปเดินทางไปตามที่ต่างๆ การไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในภาวะแบบนี้ ออกไปเล่นน้ำคลายร้อนก็ทำไม่ได้ แต่ก็ในเมื่อตอนนี้โลกเราไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ เราก็ต้องช่วยกันให้ความร่วมมือไม่ให้โรคระบาด ระบาดไปมากกว่านี้

เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมามโนกันถึงช่วงเวลาดีๆที่เราได้ไปเที่ยวมา ทริปนี้เป็นหนึ่งในทริปที่เราประทับใจที่สุด เป็น one of the best เลยก็ว่าได้ ส่วนตัวชอบไปสวิสอยู่แล้ว ไปกี่ทีก็ไม่เคยผิดหวัง เทือกเขาแอลป์ที่ถ่ายรูปยังไงก็สวย แม่น้ำสีเทอควอยซ์ที่นั่งมองทั้งวันยังไงก็ไม่เบื่อ เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมมีแต่ที่สวิสที่แม่น้ำสีนี้…คงเพราะแร่ธาตุอะไรบางอย่างจากภูเขาล่ะมั้ง

ทริปนี้เราไปเมือง Zermatt ที่เป็นที่ตั้งของเทือกเขา Matterhorn หรือภูเขาที่เราคุ้นเคยกันจากช็อคโกแลตยี่ห้อ toblerone นั่นเอง ทริปนี้ตอนไปเราไปหาเพื่อนที่ซูริคเลยมีที่พักฟรี เป็นบุญเหลือเกินเพราะทุกอย่างที่สวิสแพงมาก ขนาดคิดเทียบจากเงินยูโรก็ยังทำใจไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นเกือบทุกครั้งที่ไปก็จะพกเสบียงไปจากฝั่งเยอรมันเสมอ ถึงกับทำข้าวเหนียวหมูไปกินเลยก็มี บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่างๆก็ต้องพกไปอย่าให้เสีย ถ้าใครจะไปแนะนำให้จองที่พักแบบโฮสเทลก็จะดีเพราะจะสามารถหุงหาอาหารได้ ถ้าไม่ได้พกอะไรมาจะแวะซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เกตมาทำกินเองก็ช่วยประหยัดไปได้เยอะอยู่

ทริปนี้เราเดินทางจากซูริคไป Zermatt โดยรถไฟ ต้องเปลี่ยนรถนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร วิวข้างทางก็สวยมีอะไรให้ดูเกือบตลอดเวลา พอไปถึง Zermatt แล้ว การจะขึ้นไป Matterhorn เราสามารถเลือกได้ 2 ทาง คือนั่งเคเบิ้ลขึ้นไปทีเดียวถึงยอดเลย หรือ จะนั่ง cogwheel แล้วแวะเดินเล่นก่อนจะขึ้นไปถึงยอด Matterhorn ก็ได้ บางข้อมูลในอินเตอร์เนตบอกว่าจะขึ้นแบบนึงแล้วลงอีกแบบนึงก็ได้ แต่น่าจะทำได้เฉพาะช่วงหน้าร้อนแล้วก็ต้องเช็คตารางเวลาดีๆ ส่วนเราตอนนั้นเราไปแบบนั่ง cogwheel ขึ้นไปเพราะอยากจะเห็นเงาสะท้อนของ Matterhorn ในน้ำ :D

ย้อนนึกไปถึงวันนั้นแล้ว จะบอกว่าเป็นวันที่ฟ้าครึ้ม เมฆมาก มองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปด้วยเมฆมองไม่เห็นท้องฟ้าเลยแม้แต่นิดเดียว นี่แหละคือความท้าทายอย่างหนึ่งของการไปขึ้นเขาที่สวิส ถ้าอากาศไม่ดีก็จบกัน ยิ่งถ้ามาจากไทยแล้วแพลนตารางเที่ยวยุโรปแบบแน่นๆด้วยแล้ว จ่ายเงินค่าขึ้นเขาสุดแพงแล้วมองไม่เห็นอะไรเลยนี่เศร้าสุดๆไปเลย ถ้าใครตั้งใจจะมาขึ้นเขาก็อย่าลืมเผื่อวันเดินทางแบบหลวมๆมาสัก 2-3 วันอยู่แถวๆเขาที่อยากจะขึ้น พอมาถึงแล้วจะได้เช็คอากาศก่อนขึ้นไปนะ ขอเตือนด้วยความหวังดี ฮ่าๆ

ส่วนเรานั้นตอนไปก็ไม่ได้มีวันให้เลือกเยอะก็เลยต้องไปทั้งๆที่อากาศดูไม่เป็นใจซะเลย ระหว่างทางที่นั่ง cogwheel ไต่เขาขึ้นไป ทุกคนในที่นั้นดูจะหมดหวังห่อเหี่ยวกันมากๆ เพราะระหว่างทางมองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปหมดมองไม่เห็นอะไรเลย ผ่านไปสถานีแล้วสถานีเล่าจนทุกคนดูเหมือนจะถอดใจและพยายามทำใจกันแล้วว่าคงจะไม่ได้เห็นยอดเขาตามที่หมายมั่นปั้นมือกันมา แต่พอใกล้ถึงสถานี Rotenboden, Riffelsee ซึ่งเป็นสถานีที่เราจะต้องลงเพื่อเดินไปดู Matterhorn สะท้อนน้ำ และแล้ว…พวกเราก็ได้เห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเป็นครั้งแรก!!! ทุกคนบนรถดีใจมากกกกก!!! เปล่งเสียงอุทานเป็นภาษาตัวเองกันถ้วนหน้า มันเป็นโมเม้นต์ที่สุดมากจริงๆ จากที่คิดว่าคงจะต้องผิดหวังแล้ว กลับได้เห็นยอดเขาพร้อมกับอากาศด้านบนที่ดีมากๆ ท้องฟ้าใสมากกกก คือมัน…ดีมากจริงๆแก :)
 
พอออกจากสถานีเราก็ออกเดินกันไปยังแอ่งน้ำ ทางเดินก็ไม่ได้ไกลหรือลำบากมาก อาจจะมีขึ้นเนินพอให้ได้หอบกันนิดหน่อย แต่ถ้าได้เดินชมวิวที่มีเทือกเขาแอลป์เป็นแบคกราวน์สวยขนาดนี้มันยิ่งกว่าคุ้มซะอีก พอไปถึงแอ่งน้ำแล้ว ภาพที่ได้เห็นตอนนั้นมันแบบสุดมากจริงๆ ประทับใจมากกก ไม่รู้จะอธิบายยังไง ต้องไปเห็นไปสัมผัสเอง มันแบบ breathtaking มากๆเลยอ่ะแก

มาถึงตอนนี้ ก็เดินทางกันมาไกล พร้อมกับอารมณ์ที่สวิงไปมาระหว่างทาง ก็ได้เวลาพักกินข้าวกับเสบียงที่พกมา พวกเราก็ปิคนิกกันตรงม้านั่ง แล้วก็นั่งดู Matterhorn ไป กินข้าวไป ฟินสุดๆไปเลย!

พอถ่ายรูป Matterhorn สะท้อนน้ำกันจนพอใจเราก็นั่ง cogwheel ขึ้นไปต่อที่สถานี Gornergrat ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายที่จะพาเราไปที่ยอดเขา พอขึ้นมาสูงระดับนี้แล้วก็จะเห็นเลยว่าข้างล่างลงไปเป็นทะเลหมอกทั้งนั้น วิวก็สวยไปอีกแบบ แต่พอเราได้ไปเห็น Matterhorn ด้านล่างที่เป็นวิวแบบพาโนรามิคมาแล้ว ยอดเขาก็ดูจะสู้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่!!! พอขึ้นมาด้านบนนี้เราได้เห็น glacier หรือธารน้ำแข็งด้วยแก ดีต่อใจมากๆ

สรุปว่าทริปนี้เป็นทริปที่สุดมากๆ เราถึงกับบอกตัวเองว่าหลังจากทริปนี้ เราถือว่าได้เติมเต็มทริปสวิสของเราแล้ว ไปสวิสครั้งต่อๆไปเราก็จะไปแบบชิวๆไม่คาดหวังอะไรอีก ฮ่าๆๆ ถ้ามีโอกาสก็ควรไปกันให้ได้สักครั้งในชีวิต (ขนาดนั้นเลย) รับรองไม่มีผิดหวัง ;)

SHARE
Writer
True_Maii_eye
Traveling Dreamer
Story telling through my perspectives...based on my belief that everything happens for a reason ♥

Comments