ถูกที่...ผิดเวลา...
สุดท้ายเเล้วเราก็ต้องมีช่วงเวลาที่กดเข้าไปค้นหาโปรไฟล์หนึ่งในโซเชียลเเบบงงๆ 

สุดท้ายก็เป็นเราที่โดนบางความรู้สึกวิ่งชน..จนมือกดเข้าไปส่องโปรที่หายไปนานหลายปี

สุดท้ายก็เป็นเราที่ความรู้สึกพุ้งพล่าน ร้อนรนกับการที่อยากกดทักไปถามว่าสบายดีไหม

สุดท้ายฉันไม่ได้ต้องการคำตอบทุกอย่างที่หายไป เพียงเเต่ความคิดถึงที่อยากจะคุยกับเธออีกสักครั้งเช่นเพื่อนเก่า

สุดท้ายเป็นฉันเองที่กดลบการค้นหาเเล้วปิดมือถือออกไป พร้อมความรู้สึกบางอย่างในใจ...

บางครั้งชีวิตเราเดินออกมาไกล ไกลมากๆ จนคนที่เคยเข้าใกล้ชีวิตเรามากที่สุด กลับห่างหายไปจนลับตา ความวุ่นวายในตอนนี้ดึงทุกๆความคิด ความสนใจออกจากเธอไปหมดสิ้น
เเละมันก็ผ่านมานานจนฉันเองก็ไม่หลงเลือความรู้สึกมากพอที่จะหวั่นไหว หรือคิดอะไรบ้าบอเเบบเดิมที่เคยทำเมื่อก่อน
ฉันโตพอที่จะก้าวผ่านมันมาได้ ฉันเข้าใจ เเละยอมรับได้กับทุกสิ่ง และฉันก็เฉยชากับมันไปแล้ว 

เเต่ทำไมกันน่ะ....??
ทำไมช่วงเวลาเเบบนี้ยังคงเกิดขึ้น 
ความรู้สึกที่เรื่องราวเก่าๆในอดีตมันวนลูปกลับเข้ามาในความคิด
เพราะฉันเหงา??
เพราะฉันว่างเกินไป??
หรือเพราะเพลงที่ฟังโดยไม่ได้ตั้งใจมันทำให้นึกถึงเธอ??
หรือเพราะความฝันที่ฉันเจอเธอเมื่อคืน??

จะอะไรก็ตามเเต่..ฉันคิดว่ามันอาจไม่ใช่ความคิดถึงเหมือนเเต่ก่อนน่ะ
ฉันว่ามันคงเป็นเพียงความนึกถึงมากกว่า
เเละฉันอยากคุยกับเธอสักครั้ง เเต่ลึกๆก็กลัวใจตัวเองว่ามันจะพาให้ขยับไปใกล้เธออีกครั้ง 
ใกล้...เเต่ไม่ใช่ในจุดเดิมที่เคยเป็น
อย่าเลยดีกว่า...ให้เราต่างคนต่างไปตามทางดีกว่า
ถึงจะเเค่เสี้ยวของความรู้สึก...แต่ฉันรู้ดีว่าต่อไปมันจะวุ่นวายมาก ถ้าฉันเผลอทำอะไรลงไป

เราต่างเดินบนเส้นขนานมาตั้งเเต่สมัยประถม
ในโรงเรียนประจำหมู่บ้านเล็กๆ
มันเริ่มจากเราที่เป็นพี่น้อง เพราะในสายตาของเธอ ฉันคงเป็นเพียงเเค่เด็กน้อยตัวโตคนนึงเท่านั้น เเค่เด็ก ป. 6 ไม่รู้ประสา
ก็จริง...ฉันไม่รู้จักความรักด้วยซ้ำ เป็นเพียงเเค่ความผูกพันธ์จากที่เราต้องเล่นกันทุกเย็น
ต่างกับสาวมอต้นที่มีหนุ่มมาตามจีบมากมาย
เเละสุดท้ายจบลงที่การคบหากับหนุ่มฮอตของโรงเรียนในวัยเดียวกันกับเธอ

ฉันเองเฉยๆน่ะ เพราะฉันเองไม่ได้รู้อะไรเลย
จนเวลาผ่านไป เธอเปลี่ยนเเฟนไปไปตามประสาวัยรุ่น
และฉันเองก็เติบโตเป็นหนุ่มที่เปิดใจให้สาวๆที่เข้ามา
และเรายังคงเป็นพี่น้องที่เจอกันทุกเย็นดังเดิม...

3 ปีผ่านไป
จนช่วงที่ฉันไม่มีใคร..
จนช่วงที่เธอย้ายไปเข้าโรงเรียนใหม่
จนช่วงที่ฉันเห็นว่าเธอยิ้มเเละมีความสุขกับหนุ่มคนใหม่
เเละใจฉันมันรู้สึกหวงรอยยิ้มนั้นขึ้นมา

มันควรเป็นฉันที่ทำเธอยิ้มอย่างเขินอาย
ควรจะเป็นฉันที่เธอซ้อนท้ายเเละโอบกอด
ควรเป็นฉันที่ได้เดินจับมือเธอ
ใช่..ฉันอิจฉา และมันก็เเปลว่าฉันตกหลุมรักพี่เเล้วล่ะ
เเต่..ฉันก็ยังคงเป็นเเค่เด็กน้อยในสายตาพี่ใช่มั้ย
ฉันไม่เคยดูออก ไม่เคยคาดเดาใจพี่ได้ และฉันไม่อยากคิดไปเอง

เเละตอนนี้..เป็นฉันที่เก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ 
เป็นฉันที่จ้องหน้าเธอ เเล้วมองดูตากลมโตด้วยเเววตาที่เปลี่ยนไป
เป็นฉันที่เผลอจ้องมองจนเธอถามบ่อยครั้ง ว่าฉันเป็นอะไรหรือเปล่า
เป็นฉันที่เก็บดอกหญ้าที่เธอให้ไว้ เมื่อตอนที่เราเดินเล่นบนถนนทางออกหมู่บ้านในตอนพระอาทิตย์ตกยามเย็นเช่นทุกวัน 
และก็เป็นฉัน..ที่เริ่มหัดเขียนไดอะรี่ครั้งเเรก เพราะเขียนเรื่องที่เราทำในทุกๆวันเอาไว้

เวลาผ่านไป...ฉันก็ย้ายไปโรงเรียนเดียวกันกับเธอ
เธอเป็นนางรำประจำโรงเรียนที่สวยย
เเละฉันเป็นนักกีฬา ที่มาพร้อมชื่อ(เสีย)ในเรื่องความรักเเละผู้หญิง
ฉันไม่รู้ว่าเพราะเธอไม่มีใคร หรือเเค่เหงา หรือทะเลาะกับคนที่เธอคุย
มันทำให้เรากลับมาใกล้ชิดกันมาขึ้นดังวัยเด็ก

เเต่....ฉันที่ไม่ได้มีเวลาและพื้นที่ว่างให้เธอ
เป็นฉันที่ตอนนี้มีคนข้างกาย  
เเละฉันคิดไปเองเสมอว่าเธอกำลังหึงฉันอยู่บ้าง
เเต่เธอก็ยังคงเป็นคนที่เดายากเสมอ
เพราะบางครั้งเธอเข้าใกล้จนฉันคิดไปไกล
แต่บางครั้งก็ดีดตัวออกไปจนฉันต้องถอยห่าง

ชีวิตมอปลายยังคงดำเนินต่อไป...
เพราะความบังเอิญ
หรือฉันเองที่หาโอกาสใกล้
มีงานโรงเรียนที่ต้องการผู้ชายร่วมเเสดง
และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น

เราต้องซ้อมถึงค่ำ เราต้องเดินทางค่ำ
เรามีเวลาใกล้ชิดกันมากกว่าทุกครั้ง
เเละฉันก็หวั่นไหวมากกว่าทุกครั้ง
เพราะตอนนี้ฉันพร้อมเเล้วน่ะ ที่จะทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวซักที
เรานั่งคุยกันบ่อยๆ เรากินมาม่าหน้าเซเว่นตอนดึกด้วยกัน
เรานั่งข้างกันบนรถสองเเถวโรงเรียนทุกครั้งที่ไป-กลับจากการเเสดงเสมอ
มันถลำลึกมากขึ้นเมื่อเธอซบไหล่ฉันจนกลายเป็นเรื่องปกติ
เธอนอนตักฉันเเบบไม่เเคร์สายตาคนอื่นๆ ท่ามกลางความเเออัดบนรถ
เธอเอาเสื้อเเจ็คเก็ตฉันไปสวมราวกับเป็นเสื้อเธอเอง
ฉันว่าทุกคนรอบตัวคงมองเเละคิดในเเบบเดียวกัน
เราจับมือกันบ่อยครั้ง...
เเละฉันกำลังจะบอกทุกอย่างกับเธอ

จนวันสุดท้าย...เธอกลับซ้อนท้ายพร้อมรอยยิ้มไปกับรุ่นพี่คนนั้น
ฉันที่ยืนมองกำลังถูกความสับสนวิ่งชน 
ทั้งหมดคืออะไร???

เธอเป็นคนเเบบไหน เธอคิด หรือรู้สึกยังงัยกันเเน่
นี่มันมันผ่านมาตั้ง 5 ปีเเล้วน่ะเว้ย
5 ปีที่เรารู้จักกัน ที่เจอกันเกือบทุกวัน
แต่เหมือนว่าฉันไม่รู้ความรู้สึกเธอเลยสักนิด

เเละมันจบที่ตรงนั้น พร้อมฉันที่ดีดตัวออกมากับความรู้สึกทั้งหมดที่ยังคงเก็บเอาไว้ต่อไป
ฉันเจอเธอน้อยลง เพราะมันง่ายกับความรู้สึกฉันมากกว่า
เเละฉันก็ออกใช้ชีวิตตามปกติ กับคนใหม่ๆต่อไป 

สุดท้ายเธอย้ายเข้ามหาวิทยาลัยในตัวเมือง
เรายังคงเจอกันบ้างนานๆครั้ง
ทุกอย่างระหว่างยังคงเป็นเเค่พี่น้อง
เเต่ตอนนี้เราไม่ใช่เด็กอีกต่อไป
ในสายตาคนในชุมชนต่างจังหวัด วัยรุ่นหนุ่มสาวที่สนิทกันมากไม่เคยถูกเข้าใจเป็นอย่างอื่นนอกจากแฟน 
เเละเธอเองก็คบหากับคนในหมู๋บ้านเดียวกัน
มันลำบากที่เราจะสนิทกันต่อไป 
ลำบากที่ฉันต้องปั่นหน้ายิ้มว่าเป็นน้องที่เเสนดีของพี่

ผ่านไปจนวันนึงเธอบอกฉันว่าจบเเล้วกับคนนั้น
ฉันดีใจน่ะ ความหวังเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
เเละเรากลับมาสนิทกันมากขึ้นทันที
บทสทนาพูดเล่น จบลงด้วยการที่ฉันไปส่งเธอขึ้นรถโดยสารที่ตัวอำเภอ
เพื่อกลับมหาลัยในตัวเมืองทุกครั้ง
เเละฉันกลายเป็นหน้าที่ประจำ
จนวันนึงฉันขับมอไซคันเก่าที่มีเธอซ้อนท้ายเพื่อไปส่งเธอเองถึงมหาลัย ที่ห่างออกไปถึง 40 กิโลเมตรในตอนบ่าย
เราสวมเเจ็คเก็ตตัวหนา วูบนึงที่ฉันดึงมือเธอมาไว้เอว เเต่เป็นเธอที่ดึงกลับ
จนสุดท้ายเป็นเธอที่มาเกาะฉันเองก่อนถึงมหาลัย
ฉันคงเป็นเเค่เด็กน้อยมอปลาย ในสายตาสาวมหาลัยอย่างเธอสิน่ะ
ฉันเดาเธอไม่เคยออก 
เราสนิทกันมากขึ้น
เเต่บ่อยครั้งที่ฉันเห็นเธออยู่กับเเฟนเก่าคนนั้น
คนที่เธอบอกจบเเล้ว ด้วยที่ทางที่ทุกคนดูออกว่ายังเป็นเเฟนกัน

เเละอีกครั้งที่ฉันดีดตัวเองออกมา
เริ่มต้นใหม่ กับคนใหม่อีกครั้ง
ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่เเล้ว
เเต่คิดว่ามันคงพอเเล้ว ฉันเหนื่อย ฉันเสียเวลามามากเกินไป เวลากับการรอเธอ
ฉันเองก็ควรได้เจอสิ่งดีๆ มีความรักจริงๆจังๆสักที 

เวลาผ่านไปเสมอ...เเละตอนนี้ฉันมาไกล
ไกลจากเธอ 7,500 กิโลเมตร
ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนลืมเธอไปแล้ว
ผ่านไป 2 ปี 
ฉันวนกลับมาอีกครั้ง
เจอเธออีกครั้ง หลังจากที่ห่างกันไกลสุด เเละนานสุด
เมื่อเจอเธอ..ฉันเองตอนนี้ก็เคว้งคว้างพอสมควร เเต่ฉันคิดว่าฉันควรได้พูดทุกความรู้สึก
ความรู้สึกที่เก็บไว้ตลอดมา 9 ปี 
ฉันไม่หวังให้เธอต้องตอบรับ
เพราะฉันต้องการเพียงให้เธอรู้ เเละฉันจะจบทุกความสัมพันธ์ของเรา
เเละเราจะไม่ต้องเจอกันอีกต่อไป

เราซ้อนมอไซไปยังริมบึง ที่ครั้งนึงฉันเคยคิดอยากมากับเธอในฐานะเเฟน
บึงห่างไกลอันเงียบสงบ ฉันดึงเธอมากอด ซึ่งเธอเองตกใจมาก เพราะฉํนที่เธอรู้จักไม่เคยเเม้จะคิดทำเช่นนี้
"เป็นอะไร" เธอถามฉันด้วยน้ำเสียงที่ถูกบีบรัด
ที่ผ่านมาหลายปี ฉันไม่เคยคิดกับพี่เเค่พี่น้องเลยน่ะ ทั้งหมดตลอดมา...
เเต่เรื่องเรามันดันตลกมากๆ กี่ครั้งเเล้ว ที่เราพร้อมเราว่างไม่ตรงกัน
กี่ครั้งที่เราไม่เคยจะมีเวลาที่เหมาะสม
กี่ครั้งที่เราดีดตัวออกจากกันไป 
และทุกครั้ง ฉันไปเคยหายออกไปได้เลย
เราเหมือนเส้นที่ไม่เคยบรรจบกัน
ตอนนี้ฉันไม่ได้ต้องการให้พี่คิดอะไรกับฉัน
ฉันแค่อยากให้พี่รู้ ว่าตลอดมาฉันรักพี่มากๆ 
รักมาตลอด เเต่เรากลับไม่เคยมีโอกาสจะได้เป็นเเฟนกันจริงจังเลย
ดอกหญ้าวันนั้น ที่วันนี้มันเเห้งเหี่ยวไปแล้ว เเต่ฉันยังคงเก็บไว้น่ะ 
ตอนนี้ฉันเเค่อยากเคลียความรู้สึกให้มันจบลงเสียที 
ฉันไม่เคยเดาพี่ออก เเละคงไม่มีวันรู้ 
เเต่ที่ทำวันนี้ฉันเเค่อยากบอกความรู้สึกนี้เเค่นั่น ให้มันเป็นการกอดลาสุดท้าย กอดลาความรู้สึก 9 ปีที่มี
เพราะฉันจะไปแล้ว และฉันจะไม่วนกลับมาอีกเเล้วน่ะ

"พี่ก็รักเธอน่ะ" เป็นคำที่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยิน ในวันที่สายเกินไป
ฉันรู้ว่าตอนนี้พี่มีใครอยู่เเล้ว เเละฉันเองเช่นกัน
ความสัมพันธ์ของเรามันไม่เคยมีเวลาที่เหมาะสมเลย เเม้จะรอจนถึง 9 ปี
ฉันรู้ว่าพี่ใช่ ใช่สำหรับฉัน เเต่มันไม่เคยถูกเวลา 
และฉันเองก็เหนื่อยเเล้วที่จะเดินตามมัน 
และฉันจะไม่ฝืนมันเเล้ว
อย่างน้อยเเค่ตอนนี้ได้รู้ฉันก็พอใจเเล้วล่ะ..

สุดท้ายจบลงที่สามวัน ที่เราใช้เวลาสนิทกัน
เรากอดกัน เราจูบกัน เรารับรู้ถึงความรู้สึกกันมากกว่าปกติ
เป็นวันที่เราขยับใกล้กันมากที่สุดในช่วงเวลา 9 ปี
และมันคงเป็นสามวันสุดท้าย และรอบสุดท้ายที่เราจะวนมาสวนทางกันอีก ฉันบอกตัวเองไว้เสมอ
มันใกล้ชิดจนเรารู้สึกมากๆ จนฉันดึงตังเองกลับมาที่เดิม ที่ๆเด็นน้อยคนนั้นกำลังเพ้อเเอบรักรุ่นพี่
มายังจุดนี้เมือหลายปีที่เเล้ว ทั้งที่เดินออกไปแสนไกล
ทุกการกอด ทุกการสัมผัส มันดึงฉันเเละมัดฉันไว้กับเธอมากกว่าเดิม

เเต่ฉันเเละเธอเข้าใจดีว่ามันไม่บรรจบกันเลย
บทยนนาวันสุดท้าย...
ฉันบอกว่า ให้พี่เดินไปตามทางเถอะ ฉันเองก็จะไปตามทางฉัน
ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น 
จะได้ไม่มีคนเหนื่อย ไม่มีคนเจ็บ
คงหนีไม่พ้นหรอกว่าเราสองคนต้องเจ็บ ดังเช่นทุกครั้ง
แม่ฉันเคยบอกว่า ถ้าคนเป็นคู่กัน ต่อให้ใช้ชีวิตผ่านไปหลายสิบปี สุดท้ายก็วนกลับมาคู่กันในตอนท้ายอยู่ดี
ไว้ค่อยรอดูอนาคต ปล่อยให้มันเป็นไปละกัน
ถ้าไม่ใช่คู่ ก็ให้มันเป็นเเค่ความทรงจำดีๆ ให้เราจำอีกคนในภาพที่สวยงาม 
ที่ผ่านไปหลายปีเเล้วมาเจอ เรายังยิ้มให้กันได้

เรื่องราวจบลงที่ตรงนั้น...
จนตอนนี้ 15 ปีผ่านมาเเล้ว
ทั้งที่เราไม่เคยเจอกันอีกเลย 
ทั้งที่ฉันลืมนึกถึงเธอไปหลายปี 
สุดท้ายกลับมีเสี้ยวนาทีที่นึกขึ้นมา
ชื่อ ใบหน้า เเละเรื่องราวผุดขึ้นมา 
เพราะอะไรกันน่ะ???
ฉันกดเข้าดูโปรไฟล์ที่หายไปหลายปี เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันในนั้น
เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ฉันดีใจด้วย
ฉันเองแค่เวลานี้นึกถึงเธอขึ้นมา 
อยากคุยด้วยสักประโยค เเต่คงจะไม่ทักไปหา
ไม่อยากให้มันกลับไปวุ่ยวาย
ไม่อยากถูกดึงกลับไป 

จริงๆฉันเองไม่รู้เลยว่า
จุดประสงค์ของการนั่งพิมพ์เรื่องนี้เป็นชั่วโมง
ฉันทำไปเพื่ออะไร??
ต้องการจะสื่อสารอะไร??
คงเป็นเหมือนเพลงเก่าๆ ที่ใช้ปลอบใจฉันยามนี้
เพลงที่ชื่อเดียวกันกับบทความนี้ 
เเม้เธอจะไม่รู้ จะไม่นึกถึงฉันเเล้ว
เเม้นี่มันเป็นการเขียนที่ไร้เหตุผล 
คงออกมาจากคำๆเดียวในความรู้สึกเดียวเท่านั้น

คือฉันเเค่นึกถึงเธอ....
ในห้วงเวลาเสี้ยวนึง จากความรู้สึกเพียงเสี้ยวนึงในใจ





SHARE
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments

mindpps
8 months ago
เป็นบทความที่ยาวมากจริงๆแต่เรากลับอ่านมันอย่างดีและตั้งใจอ่านทุกบรรทัด มันเป็นเพราะตอนนี้เราก็คงเป็นเหมือนคุณ "มันใช่ แต่ไม่เคยถูกเวลาเลยจริงๆ " ฮือออ อ่านแล้วเศร้าจริงๆมันจริงมาก😣
Reply
TheShadow
8 months ago
ได้เเค่เฝ้ามองดูให้มันเป็นไป จนกว่าเราจะเผลอลืมมันไปอีกครั้ง

FlickeringTARA
8 months ago
เข้าใจนะคะ อาจเพราะเรามีเรื่องราวแบบเดียวกัน ตอนนี้ก็จบแบบเดียวกัน เราต้องสู้ต่อไปนี่เนอะ
Reply
TheShadow
8 months ago
สู้ๆครับ ติดอยู่กับมันมากไป พยายามมากไปก็เหนื่อย
RunOutOfZone
8 months ago
สู้ๆนะคะ เชื่อว่าเวลาทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเสมอ
Reply
TheShadow
8 months ago
ขอบคุณครับ สู้ๆเช่นกันน่ะครับ
nniqqx
8 months ago
เป็นบทความที่เราชอบมากแบบมากๆมันทำให้เรานึกถึงใครคนนึงในวัยเด็กเหมือนกัน สำหรับเราการที่ได้นึกถึงได้รับรู้ว่าเขามีชีวิตที่ดีมันก็แสนจะดีใจมากๆแล้ว และเราเองก็เชื่อว่าคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ต่อให้วันนึงไม่ได้รักแล้วแต่เราก็ยังจดจำทุกความรู้สึกได้ดี ไม่ใช่เพราะจมปลักแต่เพราะมันคือช่วงเวลาที่ดีในวัยเด็กของเรา
Reply
TheShadow
8 months ago
ขอบคุณครับ คงให้มันเป็นเพียงเรื่องราวความทรงจำที่สวยงามก็พอ
Mynameisjane
8 months ago
เป็นเพราะความฝันคืนนั้น ทำให้ตื่นมาแล้วคิดถึงมากกว่าเดิม
Reply