ใจบาง
ตีหนึ่งกว่าแล้ว 

แต่ฉันยังคงนอนไม่หลับ 

รู้แหละว่าตัวเองเครียด

นอกจากเครียดแล้วก็ยังเหนื่อยกับความสัมพันธ์ ที่มันยังไม่เข้ารูปเข้ารอยเท่าไหร่


'deal with hurt feelings'

'how to forgive'

'rebuild trust in a relationship'


เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ฉันกูเกิ้ล แล้วก็อ่านบทความที่น่าสนใจ เสิร์ชใน youtube และนั่งฟังเนื้อหาสาระในนั้น

แต่ก็รู้ว่ายังทำอะไรไม่ได้ ยังกู้คืนความรู้สึกที่เสียไปกลับมาไม่ได้

ฉันโทรศัพท์หาเพื่อน ฉันถามเพื่อนว่าจะทำยังไงดี

ฉันกลับไปรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้ ฉันไม่สามารถพูดคุยโต้ตอบกับคนที่ฉันรักได้ มันว่างเปล่าไปหมด ยังมึนชา ยังตื้ออยู่ในอก รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้า

เพื่อนก็บอกว่า มันไม่มีอะไรกลับไปเหมือนเดิมได้หรอก ทุกวันคือการสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งนั้น

นั่นสินะ...

แล้วทำไมฉันยังทำแบบเดิม?

ทำพฤติกรรมเดิมๆ เพื่อกลับไปวนลูปใหม่อย่างนั้นเหรอ?

เพื่อนแนะนำให้ฉันเลิกกับคนคุยไปเลย เพราะจากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันอาจจะบ่งบอกได้ว่านิสัยของเราอาจจะไม่เข้ากัน ฉันก็คิดว่าตัวเองอาจจะเปราะบางและเจ็บปวดง่ายเกินไป ส่วนพี่เขาก็อาจจะไม่ค่อยคิดมากอะไร ทำให้หลายๆ การกระทำของเขาทำร้ายความรู้สึกฉัน (อย่างรุนแรง) โดยมิได้เจตนาเลยแม้แต่น้อย

แต่ฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่าการไม่อดทนในครั้งนี้ จะทำให้ฉันเสียดายไปตลอดชีวิตเลยหรือเปล่า

ที่ผ่านมาก็ไม่เคยทนกับใคร เจ็บแค่ครั้งสองครั้ง ก็บอกเลิกแล้ว

ที่บอกว่าวนลูป คือปกติฉันค่อนข้างจะจำอะไรฝังใจ และเจ็บปวดรุนแรงเมื่อรู้สึกเหมือนว่าตนเองเป็นคนไม่สำคัญ สำหรับคนที่เราให้ความสำคัญแก่เขา

ถ้าถึงกับต้องเสียน้ำตาเพราะใครสักคน คงใช้เวลานาน กว่าจะทำใจกลับไปพบเจอหรือพูดคุยคนคนนั้นได้

แต่ทุกครั้งที่ฉันเสียความรู้สึกเพราะคนคนนี้ ที่คุยอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งแรกที่ทำคือ 'ช่างมัน'

ลืมมันไป กดมันลงไป อย่าไปพูดถึง เรื่องแค่นี้เองจะไปคิดมากทำไม

จากนั้นก็รวบรวมอะไรที่มันอาจจะแตกสลาย กอบโกยมันกลับมารวมกันและพยายามจะกลับมาเป็นปกติให้ได้อีกครั้ง เพื่อเป็น 'คนเลี้ยงแมว' ที่ดีอย่างเดิม ถ้ามันไม่ไหว ก็ทักไปบ่นระบายให้คนที่ฉันไว้ใจฟัง คนเหล่านั้นก็พยายามที่จะเสนอมุมมอง พยายามจะพูดแทนอีกฝ่าย ให้ฉันรู้สึกว่ามัน 'ไม่เป็นไร' และอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อไป จากนั้นพอผ่านไปวันสองวัน เริ่มสงบลง เรียบเรียงคำพูดได้ดีขึ้น ก็ค่อยมาพูดคุยปรับความเข้าใจกับพี่เขาอย่างระมัดระวัง

อาจจะมีบ้าง ที่ฉันไม่อยู่ในสภาวะที่จะฮึบได้ ก็แสดงออกไปว่าไม่โอเค

แต่ฉันก็ไม่ได้ให้โอกาสพี่เขาได้ทำอะไร ที่จะทำให้ฉันกลับมาโอเค นอกจากพูดว่าขอโทษและอธิบาย

ก็ยังไม่รู้ด้วยแหละ ว่ามันต้องทำยังไง

นึกถึงเวลาโกรธหรือทะเลาะกับแม่ 

บางทีก็ตึงไปหลายวันอยู่นะ 

ฉันเองก็ไม่เคยง้อแม่เวลาตัวเองผิด แค่ขอโทษและพยายามแก้ไขพฤติกรรม แต่ในส่วนของการปรับบรรยากาศระหว่างกัน แม่มักจะเป็นฝ่ายเข้าหาฉันก่อนด้วยการทำอะไรน่ารักๆ ให้ เอาใจด้วยวิธีต่างๆ หรือมากอด นอนเล่นเกลือกกลิ้งด้วย ง่ายๆ แค่นั้นเอง

กลับมาที่เรื่องของฉันกับแมวอ้วน ที่เพิ่งไปขอลดสถานะ (สมมุติ) ของพี่เขา จากแมวของฉัน เป็นแมวข้างบ้าน

ตอนนี้ฉันเหนื่อยมากเลยที่ต้องพยายามทำให้ตัวเองกลับมาโอเคภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะกลัวว่าถ้าไม่ยอมคุยกันนานๆ มันอาจจะห่างกันไปจนต่อไม่ติด

เพราะรัก เลยกลัวว่าจะเสียไป

แต่ทว่า ในการโกรธหรือเสียใจเพราะเธอแต่ละครั้ง การจะฟื้นตัวเองให้กลับมาสดใสร่าเริงแบบเดิมได้ ก็เริ่มกินเวลานานขึ้นเรื่อยๆ

จากครึ่งวัน เป็นหนึ่งวัน สองวัน สามวัน สี่วัน จนตอนนี้ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วมั้ง ก็ยังตึงอยู่

ทุกประโยคที่อีกคนทักมา กลายเป็นความกดดัน เหมือนถูกคาดหวังให้กลับมา 'โอเค' อย่างเดิม

คำว่าไม่เป็นตัวของตัวเองของฉัน ก็คงเป็นเรื่องนี้แหละ

ที่ต้องพยายามมาจัดการกับความรู้สึกด้านลบ ไม่ได้แสดงมันออกไปอย่างตรงไปตรงมา

หลีกเลี่ยงการปะทะ

ถ้าให้ฉันเป็นตัวของตัวเองจริงๆ...

ฉันคงบอกเลิกเธอรับปีใหม่ไปแล้ว

แม้จะผ่านมาจนถึงวันนี้ ก็ยังรู้สึกเหมือนจะร้องไห้อยู่เมื่อคิดย้อนกลับไป

ต่อให้คนทั้งโลกจะหาว่าฉันอ่อนแอ คิดมาก หรืออะไรก็ตาม ฉันไม่สน ก็คนมันเจ็บ จะให้หลอกตัวเองได้ยังไง

แต่ฉันก็ไม่ได้จะเอาคำว่า 'เป็นตัวของตัวเอง' มาปิดกั้นไม่ให้เราพัฒนาตัวเองอย่างเหมาะสมนะ

รู้แหละว่่าความอดทนก็ต้องเพิ่ม การสื่อสารก็ยังต้องพัฒนา 

มีคนเคยเตือนว่าการที่ฉันไม่พูดออกไปว่ารู้สึกแย่ มันก็เหมือนระเบิดเวลาในความสัมพันธ์

ฉันว่าครั้งนี้มันก็ระเบิดแล้วแหละ ถึงได้พูดออกไปหมดเปลือกขนาดนั้น

ทั้งที่ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ก็อธิบายให้พี่เขาฟังทั้งน้ำตา ว่าความรู้สึก 'อยากเลิก' ของฉัน มันมาจากสาเหตุอะไรบ้าง

และถึงเราจะปรับความเข้าใจกันดีแล้ว ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะไม่เลิกกัน จะไปต่อ

แต่ใจบางๆ ของฉันมันยังช้ำเลือดช้ำหนองอยู่เลย

แค่เห็นชื่อก็เจ็บอยู่ข้างในแล้ว

เว่อร์เนอะ แต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ และจะไม่โกหกด้วย

อย่างน้อย การยอมรับความรู้สึกของตัวเองในวันนี้

ก็คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทำให้ฉันเลิกฝืนตัวเองจนเหนื่อยเหมือนอย่างที่ผ่านมา










SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments