เธอนั้นเป็นอย่างไร
~ ~ ~ อยากให้รู้ว่าเหงา คิดถึงแทบขาดใจ ~ ~ ~
เสียงเพลงที่ดังขึ้นจากวิทยุคลื่นหนึ่งระหว่างที่รถกำลังแล่น ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าคน ๆ นึงจะทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

เชื้อสายที่น่ารัก ความหมายของชื่อจริงผม แม่เป็นคนตั้งให้ แม่เคยบอกกับผมว่า 
"แม่มีลูกชายคนเดียว เพราะฉะนั้นเชื้อสายของพ่อกับแม่ต้องเป็นคนที่น่ารัก อาจจะไม่ได้น่ารักกับทุกคนแต่แค่น่ารักกับพ่อและแม่ก็พอ"

พ่อและแม่ของผมท่านเป็นคนน่ารักมาก ทั้งสองคนรักผมมากด้วยความที่ผมเป็นลูกคนเดียวและที่สำคัญแม่บอกว่าเพราะผมทำให้บริษัทของพ่อสามารถรุ่งเรืองได้ถึงขนาดนี้ ผมจึงเป็นแก้วตาดวงใจที่พ่อแม่ให้ความรักความดูแลเป็นอย่างดี และเพราะความรักที่พ่อกับแม่มีให้นั่นแหละ ผมจึงกลายเป็นคนน่ารักเช่นเดียวกับพวกท่าน

พ่อและแม่ของผมท่านรักกันมาก พ่อเป็นคนรักครอบครัว ส่วนแม่ก็ดูแลทุกคนเป็นอย่างดี ท่านทั้งสองเป็นคนที่ใจเย็นมาก ผมไม่เคยเห็นท่านทะเลาะกันเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดมา ผมจึงชอบนิสัยของพ่อมากโตขึ้นผมต้องเป็นแบบท่าน และมีแฟนนิสัยแบบแม่ ครอบครัวจะได้มีความสุขทุกวันแบบที่ผมกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้

บ้านของผมอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ผมอยากมาเรียนที่ต่างจังหวัดยิ่งมีธรรมชาติและห่างจากเมืองหลวงได้ยิ่งดีเพราะผมต้องการหนีความวุ่นวาย พ่อกับแม่จึงอนุญาตให้ผมมาเรียนได้แค่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพราะไม่อยากให้ผมไปอยู่ไกล ๆ และไม่อยากให้ผมอยู่คนเดียว ผมจึงต้องนั่งรถไฟไปกลับทุกวัน ที่เลือกนั่งรถไฟก็เพราะต้องการที่จะซึมซับบรรยากาศรอบข้างในยามเช้า ผมจึงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดินทางโดยรถไฟเพราะสถานีที่ผมรอรถไฟอยู่ไกลจากเมืองหลวงพอสมควร ในเวลา 1 ชั่วโมงกว่า ๆ นั่งฟังเพลงของวงกะลาที่ผมชอบไม่กี่เพลงก็ถึงสถานีอยุธยาแล้ว ผมจึงไม่รู้สึกเบื่อการนั่งรถนาน ๆ เพราะได้ฟังเพลงไป รับลมไป มันก็มีีความสุขดี

ผมนั่งรถไฟมาเรียนตั้งแต่ ม.1 จนกระทั่งตอนนี้ผมขึ้น ม.4 แล้ว ระหว่างที่ผมนั่งรถมาเรียนแต่เช้าตรู่ผมสังเกตเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมักจะขึ้นรถไฟจากสถานีบางปะอินมาลงที่อยุธยาเหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าเธอเป็นรุ่นน้องเพราะเธอตัวเล็กน่าทะนุถนอมมากและผมเพิ่งเคยเห็นเธอตอนผมอยู่ ม.2 แต่หลัง ๆ ผมรู้จากรุ่นพี่มาว่าเธอเรียนอยู่ชั้นเดียวกับผม เธอมีชื่อว่า ตะวัน ตอนแรกผมกับเธอเรียนอยู่คนละโรงเรียน แต่พอขึ้น ม.ปลาย เธอมาสอบเข้าโรงเรียนที่ผมกำลังเรียนอยู่และที่สำคัญเธอได้อยู่ห้องเดียวกับผมด้วย ผมดีใจมากที่จะได้มีเพื่อนคุยด้วยตอนเดินทางกลับบ้าน

ระหว่างเรียนชั้น ม.4 พวกเราเรียนหนักขึ้นมาก เวลาทำกิจกรรมแทบจะไม่มี ฟุตบอลที่ผมชอบเล่นประจำแทบจะไม่มีเวลาได้เดินเหยียบแม้แต่สนามหญ้า แต่ยังโชคดีที่ผมกับตะวันมักจะทบทวนบทเรียนระหว่างเดินทางกลับบ้านกันอยู่เสมอ ผมจึงไม่ต้องแบ่งเวลาไปทบทวนบทเรียนมากนัก จึงยังพอมีเวลาสำหรับคุยกับครอบครัว และเพื่อน ๆ บ้าง ผมเรียนหนักจนแม่ถามหลายครั้งว่าย้ายมาเรียนโรงเรียนใกล้บ้านไหมจะได้ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ผมยังยืนยันจะเรียนที่เดิมเพราะผมชอบการนั่งรถไฟและการเจอกับตะวันเป็นที่สุด

และการนั่งรถไฟนี่แหละ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกหวั่นไหวทุกครั้งเมื่อเจอกับตะวัน ยิ่งเราได้พูดคุยกัน ได้เรียนด้วยกัน ได้มองหน้ากัน มันทำให้ผมรู้สึกชอบเธอขึ้นมาทีละน้อย แต่เพราะคำว่าเพื่อนผมจึงไม่เคยบอกเธอถึงความรู้สึกของผมต่อหน้าเธอเลยสักครั้ง อย่างน้อยการแอบมองเธออยู่แบบนี้้มันก็ทำให้เธอไม่ต้องหายไปจากชีวิตผม เพราะเธอก็มีคนของเธอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ผมทำได้นั่นก็คืิิอ
~ ~ ~ บอกตัวเองว่าไม่เอา อย่าไปยุ่งกับเขาเลย  ~ ~ ~
~ ~ ~ แต่เธอไม่มองเศษฝุ่นเช่นฉัน

อยู่ไกล ๆ ยังรำคาญหนักหนา ~ ~ ~
"เห้ยกนต์ ชอบฟังเพลงของกะลาหรอ"
"ห๊ะ อะไรนะ"
"เราถามว่า ชอบฟังเพลงของกะลาด้วยหรอ"
"ใช่ ดูแก่เนอะ"
"ไม่หรอก มีคนชอบตั้งหลายคน"
"เราชอบมากเลยนะ เสียงเค้าทำให้เรารู้สึกไปกับเนื้อเพลงทุกครั้ง แล้วเธอหล่ะเคยฟังบ้างไหม"
"เราก็ชอบกะลา แก่พอกันป่ะล่ะ"
"555 ฟังด้วยกันไหม"
"ได้ดิ"
ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าเด็กยุคผม จะมีคนชอบฟังเพลงของกะลาเหมือนกัน ตั้งแต่วันนั้นนอกจากเรื่องเรียนที่เราคุยด้วยกันแล้ว ก็มีเรื่องเพลงนี่แหละที่เรามักจะแลกเปลี่ยนกันว่าใครชอบฟังเพลงอะไรและเพราะอะไร ถือเป็นการคลายเครียดอีกแบบหนึ่งเลย

หลังจากที่เราขึ้นมาอยู่ชั้น ม.5 การเรียนผมเบาลงไปมาก เพราะส่วนใหญ่คุณครูจะให้เวลาพวกเราในการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและทำกิจกรรมเพื่อเก็บใบประกาศ ผมมีเวลาในการเล่นกีฬามากขึ้น ส่วนตะวันก็มีเวลาในการทำกิจกรรมและช่วยติวให้เพื่อน ๆ ระหว่างรอผมกลับบ้านพร้อมกัน
"ขอโทษทีนะ วันนี้เลิกช้าไปหน่อย พอดีมีเพื่อนใหม่มาเล่นด้วย เลยเล่นกันยาวเลย ขอโทษด้วย"
"ไม่เป็นไร ระหว่างรอกนต์เราก็หาอะไรทำไปเรื่อยแหละ รอไม่นานหรอก"
"ขอโทษจริง ๆ นะ เดี๋ยววันศุกร์นี้พาไปเลี้ยงไอติมเป็นการตอบแทน"
"ไม่เป็นไร เราไม่ได้รอนานขนาดนั้น เราเกรงใจด้วย"
"จะเกรงใจทำไม เราเพื่อนกันนะ เราไม่ค่อยสบายใจด้วยที่ให้ตะวันรอเรา"
"เรากินเยอะนะ กนต์จะจ่ายไหวหรอ"
"ตัวเล็กแค่นี้ คงไม่เท่าหรอก เราจ่ายได้อยู่แล้ว สรุปไปนะ"
"อืม"
"โอเคครับ ชวนคุยนานเลยจะถึงบ้านตะวันแล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ"
"ได้ ๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ"
ผมโบกมือลาตะวันวาด พร้อมกับหยิบหูฟังขึ้นมาใส่แล้วเปิดเพลงที่ผมมักจะฟังทุกครั้งเมื่อตะวันวาดใกล้จะลงจากรถไฟ
~ ~ ~ ฉันแอบบอกรักเธอทุกวันได้ยินไหม ~ ~ ~

ผมเดินลงมาจากรถไฟ แปลกใจมากที่พ่อให้พี่วัฒน์ พี่คนรถที่บ้านมารับทั้ง ๆ ที่ปกติพ่อจะเป็นคนมารอรับเองทุกครั้ง 
"พี่วัฒน์สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่ไปไหนหรอครับ"
"วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณหนูไงครับ ท่านเลยให้ผมมารับแทน"
"จริงด้วย ผมลืมไปเลย พี่วัฒน์ช่วยพาผมไปที่ห้างทีนะครับ ผมต้องไปเอาของที่สั่งทำไว้"
"ได้ครับ เชิญครับคุณหนู"
ผมมัวแต่เล่นกีฬาจนลืมไปเลยว่า วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่ และที่สำคัญผมสั่งทำของขวัญชิ้นพิเศษไว้ให้พวกท่าน ผมลืมไปซะสนิทเลย

"อ้าว กลับมาแล้วหรอ เป็นไงวันนี้เหนื่อยไหมกลับมืดเชียว พ่อต้องขอโทษด้วยนะที่ให้พี่วัฒน์ไปรับแทน ตอนแรกพ่อกะว่าจะรอรับลูกมาส่งที่บ้านก่อน แต่โทรไปไม่รับ พ่อเลยไปทานข้าวกับแม่เพราะจะถึงเวลานัดที่ร้านไว้ ขอโทษด้วยนะครับลูก"
"วันนี้เรียนไม่เหนื่อยครับ แต่มีเพื่อนใหม่มาเตะบอลด้วยกันเลยเลิกช้า แล้วก็หลับบนรถด้วยเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ขอโทษด้วยครับ"
"แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังลูก แม่ทำอะไรให้ทานเอาไหม"
"ไม่เป็นไรครับผม ดึกแล้ว คุณแม่จะเหนื่อยด้วย ขอบคุณนะครับ เออนี่ผมมีของขวัญมาให้พ่อกับแม่ด้วย"
"อะไรน่ะลูก"
"แก้วกาแฟครับ มีชื่อพ่อกับแม่ด้วยนะ อันนี้สีฟ้าของพ่อ ส่วนอันนี้สีชมพูของแม่ครับ"
"พรรษชล ❤ กนธิชา เข้าใจทำนะเรา"
"นี่ ของผมก็มีนะ สีน้ำเงิน"
"ขอบคุณนะ กนต์ลูกรักของแม่ ของขวัญแต่งงานที่ดีที่สุดของพ่อกับแม่คือกนต์นะลูก"
"ครับ"
"พ่อว่าไปอาบน้ำนอนกันดีกว่า ดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย วันหยุดนี้เราค่อยปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน ดีไหม"
"เย้ ได้ครับ งั้นผมขึึ้นห้องก่อนนะ ฝันดีนะครับพ่อ ฝันดีนะครับแม่ แล้วก็สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับ รักพ่อกับแม่นะครับ"
"จ้าลูก"

~ ~ ~ หมดชีวิตที่เหลือ หมดทุกลมหายใจ

จากนี้จะขอใช้มันร่วมกับเธอ ~ ~ ~ 
"กนต์ กนต์ หลับแต่เช้าเลยนะ"
"อ้าว ตะวัน โทษทีพอดีเมื่อวานเป็นวันครบรอบแต่งงานพ่อกับแม่เราน่ะ เลยนอนดึกไปหน่อย"
"แล้วนี่ฟังเพลงอะไรอยู่หรอ ของกะลาหรือเปล่า"
"ใช่ ฟังเพลงแอบอยู่"
"หรอ เราชอบท่อนนี้ของเพลงมากเลยนะ ท่อนที่บอกว่า"
~ ~ ~ ฉันแอบบอกรักเธอทุกวันกับฟากฟ้า

ฉันฝากบอกแสงดาว ตะวันและสายลม

บอกไปกับน้ำค้าง ฝากกับฝนที่พร่างพรม ~ ~ ~
เธอจะรู้ไหมนะว่าอีกแค่ไม่กี่วิ มันก็ถึงท่อนที่ผมมักจะร้องให้เธอฟังอยู่ในใจทุกวัน

หลังจากที่ผมชวนเธอไปกินไอศกรีมเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ผมให้เธอต้องรอนาน อีกแค่วันเดียวก็จะถึงวันนัดแล้ว ผมดีใจมากที่จะได้พาเธอไปกินขนมอร่อย ๆ ด้วยกันเพียงสองคน

และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง วันนี้ผมตัดสินใจไม่เล่นฟุตบอลเพื่อไม่ให้เธอต้องรอนาน เมื่อเราเรียนเเสร็จผมนั่งรอตะวันติวให้เพื่อน ๆ ไม่นาน เราจึงรีบออกไปกินไอศกรีมกันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับบ้านมืดนัก
"สั่งได้เลยนะตะวัน ไม่ต้องเกรงใจ"
"จ้า ป๋ากนต์ เอาอันนี้ 1 ที่ค่ะ"
"ส่วนผมเอาอันนี้ครับ"
"รวม 2 ที่นะคะ รอสักครู่ค่ะ"
"เออกนต์ เราถามอะไรหน่อยสิ"
"ว่า"
"ชื่อกนต์มาจากอะไรอ่ะ เราไม่เคยเห็นชื่อคนเขียนแบบนี้เลย"
"อ๋อ พ่อเป็นคนตั้งให้น่ะ ชื่อเรามาจากกนต์รพี แปลว่าพระอาทิตย์ที่น่ารัก ที่สำคัญมันคล้องกับชื่อจริงเราที่แม่ตั้งให้ว่า กันต์พงษ์ แปลว่าเชื้อสายที่น่ารัก"
"พ่อกับแม่ของกนต์ต้องน่ารักมาก ๆ แน่เลย ขนาดชื่อของลูกชายยังน่ารักขนาดนี้"
"ใช่ พ่อกับแม่เราน่ารักมาก เราชอบมากเวลาพ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน บรรยากาศมันช่างน่ารักไปหมดเลย เหมือนกับว่าโลกนี้มีแค่ท่านสองคน"
"ไอติมมาแล้ว รีบกินกันเถอะจะได้กลับบ้าน"
"โอเคครับผม"
ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าระยะเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง มันจะทำให้ผมมีความสุขได้มากขนาดนี้ ช่วงเวลาตอนนั้นทำให้ผมรู้สึกราวกับว่ามีเพียงผมกับตะวันอยู่ในร้านแค่สองคน

~ ~ ~ พอแล้ว ไม่ต้องส่งยิ้มให้ฉันจะได้ไหม

อย่าส่งตาหวานให้ฉันมากเกินไป ~ ~ ~
"คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีครับ"
"มีความสุขมาเลยนะครับ ไปทำอะไรมาหรอลูก"
"ทานขนมกับเพื่อนนิดหน่อยครับ"
"เพื่อนที่ไหนหล่ะ ผู้หญิงหรอ"
"เพื่อนในห้องครับ นั่งรถไฟเหมือนกัน บ้านอยู่ที่บางปะอินครับ"
"เพื่อนชื่ออะไรหล่ะ"
"ตะวัน ตะวันวาดครับ"
"ชอบมากไหม คนนี้น่ะ"
"อะไรพ่อ เพื่อนกัน"
"พ่อเข้าใจ ตอนพ่อเจอแม่ก็ชอบร้องเพลงอารมณ์ดีแบบนี้แหละ แถมยังชอบส่งเพลงให้แม่ฟังอีกนะ โรแมนติกไหม"
"ครับ คุณพ่อกับคุณแม่ก็โรแมนติกกันอยู่แล้วหนิครับ"
"555"

"กนต์ กนต์ลูก มาช่วยพ่อหน่อยครับ"
"คร้าบบบ"
"ช่วยพ่อจุดเตาหน่อยลูก แม่มาถึงจะได้ปิ้งบาร์บีคิวกัน"
"ครับ"
"แล้วเรื่องตะวันวาดเพื่อนลูก จริงใจกับเขามากไหม"
"พ่อ บอกเพื่อนกัน"
"555 เขินน่ะสิ พ่อเข้าใจดีว่าลูกชอบเขา ชอบก็ลองจีบสิลูก"
"แล้วถ้าผมต้องเสียเพื่อนหล่ะ ตะวันเป็นดีมากเลยนะผมไม่อยากเสียเธอไป"
"แต่ถ้าลูกไม่บอกเธอเลยแล้วลูกจะรู้ได้ยังไงว่าเขาคิดกับลูกแบบไหน อย่างน้อยบอกไปก็ยังได้บอกนะลูกดีกว่าต้องเก็บไว้คนเดียว แล้วถ้าเค้าคิดแบบเดียวกับลูกหล่ะ ลูกอาจจะมีแฟนที่น่ารักก็ได้นะครับ"
"เค้ามีแฟนแล้วพ่อ ผมก็เป็นได้แค่เพื่อนที่คอยดูอยู่ห่าง ๆ "
"งั้นพ่อก็เอาใจช่วยนะ สู้ ๆ ลูกพ่อเก่งเสมอ"
"คุยอะไรกันพ่อลูก"
"ไม่มีอะไรหรอกแม่ เรื่องของผู้ชาย"
"จ้า นี่จุดติดยังหล่ะ จะได้ปิ้งเลย"
"ติดแล้วจ้า เอามาเลยแม่"
"อ่ะพ่อ"
ก็จริงอย่างที่พ่อว่านะครับผมไม่เคยบอกความรู้สึกกับเธอเลยสักครั้ง แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอคิดแบบไหนกับผม แต่ก็อย่างว่าแหละครับนอกจากคำว่าเพื่อนแล้ว ตะวันก็ยังมีคนของเธออยู่แล้ว น่าเศร้าจังเลยนะครับ ความรักของผม

วันเวลาของการเรียนชั้น ม.5 ค่อย ๆ ผ่านไปในแต่ละวันจนเป็นวันแรกของปีการศึกษาที่โรงเรียนจะจัดงานรื่นเริงให้กับพวกเรา ซึ่งงานนี้พวกเราก็รอคอยมานานปีนึงจะมีเพียงครั้งหนึ่ง นั่นก็คือวันลอยกระทง โชคดีมากเลยนะครับที่ปีนี้วงดนตรีประจำโรงเรียนจะเล่นดนตรีตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 2 ทุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้ลอยกระทงกับเพื่อน ๆ ในเวลากลางคืน เย็นวันนั้นผมจึงต้องให้คุณพ่อมารับที่โรงเรียน
"กนต์ วันนี้จะอยู่งานลอยกระทงไหม"
"อยู่สิ อยากฟังดนตรี นาน ๆ จะมีสักที"
"หรอ"
"ใช่ แล้วตะวันหล่ะ อยู่ฟังด้วยกันไหม"
"คงไม่ได้หรอก ต้องกลับบ้านน่ะ เดี๋ยวไม่มีรถ"
"ให้พ่อเราไปส่งได้นะ"
"ไม่เป็นไร เรากลับเองดีกว่า ค่อยไปลอยกระทงกับแม่แทน"
"ไม่ต้องเกรงใจ คุณพ่อคุณแม่เราใจดี ไปส่งตะวันได้อยู่แล้ว แป๊บนึงนะคุณพ่อโทรมา"
                                                    . . .
"ตะวัน เราบอกพ่อแล้วนะ พ่อบอกว่าไปส่งเธอได้"
"เราเกรงใจ อย่าเลย"
"แต่เราบอกพ่อไปแล้วนะ ให้พ่อเราไปส่งเถอะ เธอจะได้อยู่ฟังเพลงด้วย"
"งั้นก็ได้ ขอบคุณนะ"
"ไม่เป็นไร"

วันที่ผมรอคอยก็มาถึง วันที่จะได้ยืนฟังดนตรีสดข้าง ๆ ตะวัน โบกมือไปตามจังหวะดนตรีด้วยกัน เป็นความสุขที่ผมต้องการมานานแล้ว ผมยังสืบทราบมาด้วยว่าจะเล่นเพลงของกะลา วงดนตรีที่ทั้งผมและตะวันชอบมากที่สุด เมื่อผมเล่นฟุตบอลเสร็จ ผมไม่รอช้า รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดใส่เสื้อลายดอกที่ผมเตรียมไว้ แล้วลงไปหาตะวันที่หน้าเวทีทันที
"รอนานไหมตะวัน ขอโทษทีนะ พอดีเตะบอลเพลินไปหน่อย"
"ไม่เป็นไร ยังไงก็มาทัน มาแล้ว ๆ"
"สวัสดีครับ รู้สึกดีมากเลยนะครับที่มีคนมาฟังพวกเราเยอะขนาดนี้ ต้องขอบคุณทางโรงเรียนนะครับที่อนุญาตให้พวกเราได้จัดงานสนุก ๆ แบบนี้ แล้วที่ขาดไม่ได้เลยก็คือผู้ฟังทุกคนนะครับ ทุกคนพร้อมกันหรือยัง เรามาฟังเพลงกันเลยดีกว่า"
~ ~ ~ เธอเป็นแฟนฉันแล้ว รู้ตัวบ้างไหม

แล้วเมื่อไรหนอฉันจะได้เป็นแฟนของเธอ

ก่อนนอนฉันเขียนบันทึกถึงเธอเสมอ

อยากบอกรักเธออย่างเป็นทางการแต่ไม่กล้าพอ ~ ~ ~
"เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่เราชอบเลยนะกนต์"
"อืม เราก็ชอบ"
ถึงแม้เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ทุกคนหน้าเวทีจะร้องตามกันได้อย่างสนั่น แต่ท่อนเดียวที่ดังก้องในหัวของผมมาโดยตลอดตั้งแต่เจอกับตะวันนั่นคือ
~ ~ ~ มากขึ้นทุกวัน รักฉันเหมือนเหรียญที่หยอดกระปุก

ฉันมีความสุข แม้เป็นแค่คนที่แอบรักเธอ ~ ~ ~
"ฉันมีความสุข แม้เป็นแค่คนที่แอบรักเธอ"
"เพราะจังเลยเนอะเพลงของวงกะลาเนี่ย"
"อืม เพราะที่สุด"
"เพลงแรกก็จบไปแล้วนะครับ เรามาฟังเพลงช้ากันบ้างดีกว่า มา"
~ ~ ~ ปล่อยมือฉันให้จบกันไป

จะดึงจะยื้อไปเพื่ออะไร

เมื่อเธอไม่ได้รัก

เธอไม่เคยรักขังฉันไว้ทำไม ~ ~ ~
"ตะวันเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม"
"เราเลิกกับแฟนแล้ว"
"ห๊ะ"
ผมไม่รู้เลยว่าวินาทีนั้นผมควรปลอบเธอหรือดีใจที่เธอไม่มีใครในหัวใจแล้ว นั่นเท่ากับว่าโอกาสของผมได้มาถึงแล้ว หลังจากที่ผมได้ยินคำนั้นจากปากเธอ ในหัวผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว นอกจากน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของตะวัน ผมจึงทำได้เพียงพูดกับเธอว่า "ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องร้อง" ถึงตะวันจะร้องไห้หนักหนาเพียงใด ในใจของผมก็ยังยิ้มอยู่เสมอ ยิ้มให้กับโอกาสที่ผมอาจจะได้ดูแลเธอและที่สำคัญคือผมได้ปลอบเธออยู่ใกล้ ๆ ความสุขที่ผมไม่ได้คาดหวังเลยในวันนี้

หลังจากที่ผมมีความสุขมาก ๆ ในวันงานลอยกระทงของโรงเรียนที่ผ่านมา วันเวลาก็ผ่านไปในทุกวัน คราวนี้ผมเริ่มชัดเจนมากขึ้นผมเดินหน้าจีบตะวันเต็มที่ และสิ่งที่ผมทำเป็นประจำทุกวันนั่นก็คือการส่งเพลงของกะลาที่ผมชอบไปให้เธอฟังทุกวัน

แต่ไม่ว่าผมจะจีบตะวันชัดเจนขนาดไหน ผมก็ยังไม่เคยบอกตะวันตรง ๆ เลย ว่าผมชอบเธอ ชอบมานานแล้ว วันนี้ผมจึงตัดสินใจที่จะบอกความรู้สึกของผมต่อหน้าเธอว่าผมชอบเธอมานานแล้วในขณะที่เราอยู่บนรถไฟด้วยกัน แต่ในเวลานั้นผมยังไม่ทันจะเอ่ยคำพูดใดตะวันยื่นโทรศัพท์ให้ผมแล้วบอกว่า "ฟังเพลงนี้นะ" เธอยื่นมันให้ผมแล้วเธอก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดกับผมสักคำตลอดการเดินทาง
~ ~ ~ เผื่อใจไว้ก่อน อย่าเพิ่งทุ่มเทให้ฉันเลย

ฉันอาจตกเป็นจำเลย เรื่องทำเธอเสียใจ ~ ~ ~

วันเวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไป ถึงแม้เธอจะบอกให้ผมเผื่อใจลองมองคนอื่นบ้าง แต่ผมก็ยังไม่ลดความพยายาม ผมยังคงจีบเธอต่อไปในทุก ๆ วัน จนในที่สุดผมก็ได้เป็นคนที่เธอยอมให้ดูแลหัวใจดวงน้อยของเธอ ในตอนนี้ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากการดูแลเธอให้ดีที่สุด
~ ~ ~ ไม่ได้เลิศหรูแค่คนบนพื้นดินทราย

ไม่ใช่เจ้าชายที่มีให้เธอได้ทุกสิ่ง

มีเพียงสองมือที่พร้อมจะทำเพื่อเธอด้วยรักจริง

ไม่มีวันจะทิ้งให้เธอต้องเสียใจ ~ ~ ~

ความรักของผมกับตะวันมีความสุขมาก เพื่อน ๆ ต่างพากันอิจฉา มักจะแซวเราสองคนอยู่เสมอ รักของผมกับตะวันเดินทางมาจนพวกเราใกล้จะจบชั้น ม.6 กันแล้ว อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราก็ต้องออกไปเผชิญกับโลกกว้างแล้ว นี่แหละครับวันที่ผมต้องมาคิดแล้วว่าจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จังหวัดไหนดี ตอนแรกผมกะว่าจะเรียนไม่ไกลจากภาคกลางมากนักเพราะกลัวจะห่างจากพ่อกับแม่และตะวันมากไป ผมจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่พิษณุโลก

แต่แล้วการตัดสินใจของผมก็ต้องผิดพลาดไป ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตะวันจึงไม่ค่อยคุยกับผมเหมือนเดิม เธอค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากผม ยิ่งโรงเรียนปิดเทอมแล้วเรายิ่งเจอกันน้อยลง ผมไปหาเธอบ่อยครั้งไม่ได้เพราะต้องอ่านหนังสือสำหรับเตรียมสอบ จนในที่สุด ผมต้องเลิกกับเธอ
~ ~ ~ ถ้าเธอแน่ใจแล้วว่าจะเลิกกับฉัน

ฉันก็คงต้องยอมใช่ไหม

ถึงจะไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องจบ

แต่ก็เคารพการตัดสินใจ ~ ~ ~

ช่วงแรกผมก็พอเข้าใจนะครับอาจจะเป็นเพราะผมมีเวลาให้เธอไม่เท่าเดิมเนื่องจากผมต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ ผมเลยพยายามเข้าใจถึงการจากไปของเธอ แต่แล้ววันนั้นวันที่ผมไปเดินดูหนังสือที่ห้างแห่งหนึ่ง ผมเจอตะวัน เธอเดินมากับแฟนเก่าของเธอ ผมได้รู้แล้วว่าที่เธอบอกเลิกผมก็เพราะแฟนของเธอกลับมา ผมไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาเธอรักผมจริงหรือเห็นผมเป็นแค่ตัวคั่นเวลาของเธอ
~ ~ ~ ถ้าอยากรักใครก็รักก็บอกรักเขาให้ดีดี

บอกว่ารักที่แปลว่ารักเท่านี้

ถ้าแม้เธอมีหัวใจ ~ ~ ~
ถึงตอนนี้ผมเข้าใจดีแล้วว่าทั้งสองคงรักกันมากจนเธออาจไม่เคยมีผมในใจเลยก็ได้ เธออาจจะอ่อนแอ อาจจะแค่ต้องการคนปลอบใจ แต่เธอไม่ได้ต้องการใครมานั่งในหัวใจของเธอ ผมคงเป็นได้เพียงแค่คนที่ทำให้เธอสบายใจและลืมแฟนของเธอ

จากตอนแรกที่ผมกะว่าจะเรียนไม่ไกลจากภาคกลาง แต่เหตุการณ์ที่ผมเจอวันนั้นทำให้ผมเสียใจมาก ตะวันเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมหลงรักและผมรักเธอมาโดยตลอด วันที่ผมได้ดูแลความรักของเธอผมดูแลมันเป็นอย่างดี ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะไม่เห็นค่าในความรักที่ผมมีให้ ผมจึงตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อที่จะไปให้ไกลจากเธอ

ชีวิตช่วงปีแรกของการเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมปล่อยปละละเลยไม่สนใจสังคม การเรียน กิจกรรม หรือแม้แต่พ่อกับแม่ ผมเอาแต่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผมมักจะทำเวลาอยู่คนเดียวคือการเปิดเพลงของกะลาที่ผมชอบ ผมยังคงชอบฟังเพลงของวงนี้ทุกครั้งแต่ความรู้สึกตอนฟังมันเปลี่ยนไปจากเดิม ผมจะเปิดเพลงดัง ๆ เพื่อให้ลืมเธอ แต่ยิ่งดังเท่าไรภาพของตะวันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
~ ~ ~ ปล่อยความรักให้เป็นแค่คำเพ้อเจ้อ

ปล่อยฉันให้ละเมอเดียวดาย ~ ~ ~

~ ~ ~ ปิดตัวเองให้มืดมน อย่างคนที่ไร้ความคิด

ปล่อยชีวิต ยึดติดกับคำว่ารอ ~ ~ ~

~ ~ ~ เราอาจจะรักกันไม่ได้

ฉันก็ยังคิดถึงเธอเสมอ ~ ~ ~

~ ~ ~ กับวันเวลาที่มีให้เธอทั้งดวงใจ

หมดแล้วใช่ไหมแค่เพียงเวลาแค่เสี้ยวนาที ~ ~ ~

"กนต์ กนต์ครับ อยู่ห้องไหมลูก"
"คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีครับ เข้ามาก่อนครับ"
"ครับ เป็นยังไงบ้างลูก ช่วงนี้ไม่ค่อยติดต่อพ่อกับแม่เลย เรียนหนักหรอลูก"
"ติดสาวรึเปล่าแม่ กับหนูตะวันน่ะ"
"ผมเลิกกับเค้านานแล้วครับ ตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่นานแล้ว"
"อ้าว พ่อขอโทษ พ่อไม่รู้"
"ครับ"
"แล้วนี่ทานข้าวบ้างรึเปล่า ทำไมดูซูบ ๆ ไปนะ"
"ไม่ค่อยได้ทานเลยครับ คือผม"
"ไม่เป็นไรนะ ไอ้ลูกชาย พ่อกับแม่ซื้อขนมมาฝากลูกเต็มเลย มาทานกันเถอะ มา"
"ครับ เดี๋ยวผมไปหยิบจานให้นะครับ"
"พ่อ"
"เอาน่าแม่ ให้เวลาลูกหน่อยนะ"
"จานได้แล้วครับ"
"กันต์พงษ์"
"ครับ"
"กันต์มาจากชื่อแม่ พงษ์มาจากชื่อพ่อ ความหมายของชื่ออาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เด็ดเดี่ยว แต่เชื้อสายของพ่อกับแม่ยังน่ารักเสมอนะ ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง วันนี้เราอาจจะร้องไห้น้ำตาไหลมากมาย แต่อย่าลืมนะลูกชีวิตของเรายังต้องเดินต่อไป มีผู้คนมากมายที่ลูกยังต้องเรียนรู้ ถ้าลูกเอาแต่เสียใจขังตัวเองไม่ทำอะไรอยู่แบบนี้ พ่อกับแม่จะเจ็บปวดขนาดไหนที่ต้องมาทนเห็นลูกชายคนเดียวของพ่อทรมานตัวเองอยู่แบบนี้ เชื่อพ่อเถอะนะถึงใครจะไม่รัก แต่ลูกเป็นลูกที่พ่อแม่รัก และห่วงใยเสมอ"
"พ่อ แม่ ผมขอโทษ"
"ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร วันนี้ทานขนมที่พ่อกับแม่ซื่อมาก่อนเนอะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ ไม่เป็นนะลูก ไม่เป็นไร"
หลังจากวันนี้ที่พ่อพูดกับผม ผมก็เปลี่ยนตัวเองใหม่กลับมาน่ารักสดใสแบบเดิม แค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมต้องทำให้ผมทำตัวไร้คุณค่าแบบนี้ หลังจากนั้นผมก็เลิกฟังเพลงของกะลาอีกเลย เพราะถ้าผมยิ่งฟังผมก็ยิ่งคิดถึงเธอทุกครั้ง ผมเรียนที่นี่จนตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว วันสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาผมมีความสุขที่สุดที่ได้ใบปริญญาไปฝากคุณพ่อคุณแม่

วันนี้คุณพ่อของผมท่านขับรถมารับผมถึงเชียงใหม่เพื่อเก็บของที่หอพักและพาลูกชายสุดที่รักกลับไปอยู่ในอ้อมอกเหมือนเดิม ระหว่างที่รถกำลังแล่นผ่านจังหวัดต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีเพลงนึงดังมาจากวิทยุในรถของพ่อ ผมรู้ทันทีว่านี้คือเพลงของกะลา น่าแปลกตรงที่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกเศร้าอีกแล้วได้แต่ยิ้มให้กับช่วงเวลาดี ๆ ที่ผมนึกถึงเมื่อได้ใช้มันตอนอยู่กับตะวัน ตอนนี้ผมก็มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันนะครับที่อยากถามตะวันว่า
~ ~ ~ เธอนั้นเป็นอย่างไร สบายดีหรือ ~ ~ ~

ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าแค่คน ๆ เดียวมันจะทำให้ผมกลายเป็นคนที่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ โชคดีนะครับที่ยังมีท่านทั้งสองอยู่เคียงข้างผมไม่เคยหายไปไหน ไม่ว่าผมจะเป็นยังไงท่านยังคงรักและดูแลผมอยู่เสมอ ผมรักพ่อกับแม่นะครับ

ตอนนี้ผมต้องมาเรียนรู้ธุรกิจของพ่อเพื่อไม่ให้พ่อต้องทำงานหนักอีกต่อไป ช่วงแรก ๆ ก็ยังมีบ้างนะครับที่ทำงานได้ไม่ค่อยดี ทำงานได้ไม่ค่อยถูกแต่ก็ยังมีพ่อที่คอยสอนงานลูกชายคนนี้อย่างใจเย็นเสมอ ผมเลยไม่รู้ว่าสรุปแล้วผมมาช่วยพ่อหรือทำให้พ่อหนักใจกว่าเดิม

ผมตั้งใจทำงานทุกวันจนตอนนี้ผมทำงานได้คล่องแคล่วจนสามารถทำงานแทนพ่อได้แล้ว ระหว่างที่ผมทำงานไปก็มีเสียงเพลงดังขึ้นมาจากโต๊ะทำงานหน้าห้องของผม ผมจำได้ดีว่านี่ต้องเป็นเพลงของกะลาแน่นอนผมจึงเปิดประตูออกไปดูเพื่อให้รู้ว่าเสียงเพลงนี่เป็นของใคร

หน้าห้องของผมคือผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เธอเหมือนตะวันมาก เหมือนจนทำให้ผมคิดถึงตะวันขึ้นมาทันที เธอคนนั้นคือเลขาของผมที่พ่อเพิ่งรับเข้ามาทำงาน อายุของเธอน้อยกว่าผมไม่กี่ปี ผมแปลกใจตรงที่ทำไมเธอถึงฟังเพลงของกะลาทั้ง ๆ ที่อายุของเธอไม่น่าจะฟังเพลงของนักร้องรุ่นเก่าขนาดนี้
"ขอโทษค่ะคุณกันต์พงษ์ ดิฉันรบกวนหรือเปล่าคะ"
"เปล่าครับ ฟังเพลงเก่าเหมือนกันนะครับ"
"ค่ะ"
ผมปิดประตูห้องพร้อมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ทำไมเธอถึงเหมือนกับตะวันวาดได้ขนาดนี้ เธอมักจะเปิดเพลงของกะลาฟังแทบทุกเช้า จนมันทำให้ผมนึกถึงบทเพลงเหล่านั้นอีกครั้ง

ผมแอบได้ยินพ่อกับแม่คุยกันเรื่องของเธอ จนทำให้ผมรู้ว่าพ่อย้ายให้เธอมาทำงานเป็นเลขาของผมเพราะเธอแอบชอบผมและพ่อต้องการให้ผมแต่งงานสักที เพราะตั้งแต่เลิกกับตะวันไปผมก็ไม่เคยมองใครอีกเลย

วันต่อมาที่ผมได้รู้ว่าเธอแอบชอบผมและพยายามหาทางให้ผมสนใจเธอโดยมีพ่อกับแม่คอยช่วย ผมจึึงส่งเพลงของกะลา วงดนตรีที่เธอชอบฟังไปให้เธอทางไลน์ ซึ่งเพลง ๆ นั้นก็เป็นเพลงเดียวกันที่ตะวันเคยเปิดให้ผมฟัง ผมไม่อยากให้เธอมาเสียเวลากับผม เพราะตอนนี้ใจของผมยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร

แต่เธอก็ยังไม่ลดความพยายาม ยิ่งเธอรู้ว่าผมรับรู้แล้วว่าเธอชอบ เธอยิ่งจีบผมหนักกว่าเดิม พยายามทำให้ผมสนใจเธอ แต่ในใจผมตอนนี้ยังไม่พร้อม และผมจะบอกกับตัวเองเสมอว่า ถ้าวันไหนที่ผมพร้อม ผมจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจแบบที่ตะวันทำกัับผมไว้แน่นอน แต่ตอนนี้ผมไม่พร้อมจริง ๆ
SHARE

Comments

NotSet
1 month ago
มีต่อมั้ยครับ รอติดตามครับ🤭
Reply