ตัวปัญหา
เราต่างก็เคยมี เพื่อน พี่ น้อง ตัวปัญหาในชีวิตกันทั้งนั้น
 
หลังจากได้ดูหนังสั้นเรื่อง All About Time ผลงานภาพยนตร์สั้นถ่ายทำออนไลน์ ของน้อง ๆ จากโครงการ Youth Drama Plus Shortfilm Online โดย หน้ากากเปลือยแผนเยาวชน เป็นเรื่องราวของไทม์ ที่ใครๆ ก็รู้จักและพูดถึง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาเป็นคนอยา่งไร และเมื่อเขาหายไป ทุกคนจะมีปฏิกริยาอย่างไร
 
เหมือนเปิดเรื่องมาให้เราตายใจ ค่อย ๆ รู้จักตัวละครที่ชื่อว่าไทม์ในมุมมองของคนอื่น ๆ รอบตัว แต่พอตอนจบแม่ง...ได้คิดมาก ๆ
 

บางครั้งเราก็มีเพื่อนหรือรุ่นน้องที่เป็นตัวปัญหา ที่เข้ามาในชีวิตของเราแล้ววัน ๆ เอาแต่ปัญหามาให้ คอยก่อกวน ทำลายข้าวของ หรือพูดจาหมาไม่แดก แล้วตอนจบเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นก็กลายเป็นภาพร้าย ๆ ที่คนหลาย ๆ คนต่างพูดถึง ว่า อีนี่มันแรดแต่เด็กเลยเนอะ หรือว่าตัวปัญหามาอีกแล้ว

เราพูดไม่ได้หรอกว่าการกระทำแบบไหนที่เป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก เพราะทุกการกระทำมันมีเหตุผลของตัวมันเอง เราในฐานะคนที่เคยกระทำและเป็นผู้ถูกกระทำในทั้งสองเรื่องแบบนี้มาโดยตลอด 
 
ในมุมของเราที่เคยเป็นผู้กระทำ เรามีผู้คนมากมายหลายคนวนเวียนกันเข้ามาในชีวิต ในกลุ่ม และบ่อยครั้งที่กลุ่มเรามีวามเป็นชนเผ่ามากเสียจนเรามีกำแพงกับผู้คนรอบตัวที่บังเอิญหลงเข้ามา ทั้งใน กรรมการนักเรียน ที่เราเคยอยู่ ชมรมหมอน้อย หรือกลุ่มเด็กศรี เราต้องเผชิญหน้ากับใครบางคนที่ "พยายามจะเข้าหา" พวกเรา แต่มันคือความพยายามที่เหมือนออกนอกหน้า เกินขนบเดิมที่หลาย ๆ คนคาดหวัง และบ่อยครั้งที่เราก็รำคาญการกระทำหลายอย่างที่ "เจ้าตัวปัญหา" นั้นได้ก่อขึ้นมา 
 
จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทุกอย่างมันถึงที่สุด เราแทบจะไล่เขาออกไปไกล ๆ ด้วยความเลวร้ายอย่างที่สุด ถึงแม้ว่าครูที่ปรึกษาเราจะพยายามบอกเราให้ใช้สติ และลองทำความเข้าใจกับเรื่องของรุ่นน้องคนหนึ่ง แต่ตอนนั้นเรายังไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องทำความเข้าใจเพราะสิ่งที่น้องคนนี้ได้แสดงออกมามันไม่ใช่การเข้าหา มันคือการก่อกวน มันคือการสร้างปัญหา

สิ่งที่เกิดขึ้นคือน้องคนนั้นได้ทักมาหลังไมค์ และ อธิบายเรื่องราวในมุมของเขา เขาแค่อยากเข้าหา อยากมีส่วนร่วม อยากเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราก็เท่านั้นเอง และเขาสัญญาว่าจะไม่ยุ่งอะไรกับพวกเราอีก มันก็เป็นความรู้สึกผิดลึก ๆ เหมือนกัน เพียงแต่พอมาคิด ๆ ดูแล้ว ทำไมเขาถึงไม่เลือกที่จะเข้าหาพวกเราแบบที่เขาคุยกับเราในคืนหลังเกิดเรื่องไปแล้ว เอาจริง ๆ คือถ้าน้องคนนั้นไม่เลือกที่จะแสดงความเป็นปัญหาแบบที่ทำอยู่ และเลือกที่จะเข้าหาด้วยวิธีที่เป็นมิตรกับพวกเรามากกว่านี้ อะไรมันก็คงจะดีกว่านี้ ใช้เวลาอีกหลายปีเหมือนกันกว่าที่เราจะปรับจูนได้คุยและเข้าใจเขามากขึ้น

มีรุ่นน้องหรือเพื่อนอีกหลายคนมากที่เราผลักไสไล่ส่งเขาแบบนี้  

ในอีกมุมนึงพอเราขึ้นมหาลัย เราเข้าไปเป็นกรรมการรุ่น เราเป็นเด็กฝึกที่กรรมการคณะ และเราก็ได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า 
"หรือที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา" 
เราตั้งคำถามกับอะไรหลายอย่างในคณะ ในกรรมการคณะ ในกรรมการรุ่น ในกิจกรรมของคณะ และอีกมากมาย ที่แห่งนี้มักกระทำสิ่งต่าง ๆ ตาม ๆ ต่อ ๆ กันมาแบบไม่มีเหตุผล แต่กว่าเราจะรู้สึกตัวว่าควรถอย ตัวเองออกมาจากคณะนี้ได้แล้ว เราก็กลายเป็นตัวปัญหาที่ใครหลายคนไม่ต้องการไปแล้ว ด้วยคำถามมากมายที่เราถามไป

มันไม่ง่ายเลยเหมือนกัน เพราะบางทีเราก็คิดว่าการเลือกใช้วิธีนี้ในการเข้าหาใคร เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ก็แค่ตั้งคำถาม ใครจะไปคิดล่ะว่าเรานี่แหล่ะจะกลายเป็นตัวปัญหา ทั้ง ๆ ที่เราแค่อยากทำความเข้าใจและพยายามที่จะเป็นส่วนหนึ่งด้วยก็เท่านั้น 
มาถึงตรงนี้ก็ตลกดี เพราะสุดท้ายทุกวันนี้เราก็ไม่ค่อยจะแคร์เรื่องกลุ่มหรืออะไรสักเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะว่าเราปลงอะไรหรอก แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาของการเป็นเด็กกิจกรรมได้ไปพบเจออะไรหลายอย่าง ได้ไปในที่ต่างถิ่น  ได้เจอผู้คนมากมาย มันทำให้เรารู้ว่าโลกข้างนอกนั้นยังมีคนแบบเรา คนที่เราจะได้ไปทำความรู้จักและโลกใบนี้อีกมาก เจอเพื่อนกลุ่มนี้หรือคนที่นี่ ที่เราเข้ากับเขาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนที่เหลวแหลก ไม่ประสบความสำเร็จ แค่เราอาจไม่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ เราแค่ไม่เหมาะคนที่นี่ ก็เท่านั้นเอง
SHARE
Writer
TAPPPOV
นักคิด
พื้นที่แบ่งปันโลกแห่งความคิด

Comments