ความคิดแวบ ต้องรีบทำ
เป็นไหม
เวลาที่เรามีงานที่ต้องเขียนหรือทำอะไร
เรามักจะลีลา ลวดลาย ไม่เป็นอันทำ
ด้วยอารมณ์ของตนเอง 
แต่เมื่อถึง รู้สึก แวบนึงขึ้นมา 
มันเป็นความรู้สึกที่ อยากทำ ความคิดเยอะมาก
พร้อมทำ เราต้องรีบดึงความคิดเหล่านั้น
มาเปยปั้น ให้เป็นรูปให้เร็วที่สุด 
เพราะไม่นานมันก็จะละลายหายไป 
และนั้นคือ นาทีทองของเราเลยหละ 

เราเป็นคนนึง ที่เหมือนทุกอย่าง
จะถูกปูทาง ให้ต้องได้เจอ เรื่องการเขียน 
ต้องเขียน และอยากเขียน ค่อนข้างบ่อย 
ทั้งเขียน project และรายงานผลวิจัยต่างๆ 
แต่บอกเลย ไม่ได้มีความเก่ง 
หรือชำนาญเรื่องนี้เลย 
เหมือนมันถูกชะตากับเรา ไม่รู้ทำไม มันชอบเราจัง 
ทั้งๆ  ที่บางที เราแทบจะหนีมันด้วยซ้ำ 

มันมีบางงาน บาง project ที่เราอยากทำเอง
อยากเขียน เขียนแปปเดียวเสร็จ 

แต่ก็มีเหมือนกัน ที่อารมณ์เราแบบไม่อยากทำ 
แต่ต้องทำ และถูกเงื่อนไขเวลา ไล่ต้อนเรา 
ในขณะที่หัวจิต หัวใจเรา ยังไม่พร้อม 
ซึ่งบอกกก่อนว่า เราทำงาน
ตามใจอารมณ์ตัวเอง ค่อนข้างสูง 
ช่วงไหนที่อยากทำ เราก็ทำ ทำ ทำ จนเสร็จ 
แต่ถ้าช่วงไหน ที่เราไม่อยากทำ เราก็ปล่อยทิ้ง 
ไม่สนใจมันเลย แต่เราก็ค่อนข้างมีวินัย 
ในตนเอง ไม่ให้ตนเอง และผู้อื่นเดือดร้อน 
(อันนี้คิดเอง 555)

สังเกตตนเอง ที่มีงานประเภทนี้ 
กองเพนินอยู่มาก 
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  
แล้วเราควรที่จะจัดการมันยังไงดี 

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า 
สำหรับเรา การเริ่มต้น มันยากกว่าการทำเสมอ 
ดังนั้น เราหาจุดเริ่มต้นให้ได้
หลังจากนั้น มันจะง่าย 

1.  วางแผน 
เราต้องวางแผนว่า งานนี้ควรเสร็จเมื่อไร 
ที่เป็นช่วงเวลาของเรานะ ไม่ใช่ของงาน 
ยกตัวอย่างนะ เราต้องส่งงาน/project นี้ 
ในวันที่ 10 เมษายน แต่แน่นอนหละ 
เราอาจจะไม่ได้มีงานนี้ ชิ้นเดียว ที่เราต้องทำ 
เราก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญก่อน 
ว่าเราควรทำอะไร ก่อนหลัง 

แต่การกำหนดช่วงเวลาของเราคือ
เราต้องเสร็จ และส่งงานชิ้นนี้ ในวันที่ 5 เมษายน 
เพราะมีงานอื่นที่เราต้องทำอีก 
นั้นหมายความว่า เราควรทำ
ให้งานชิ้นนี้ เสร็จภายในวันที่ 5 เมษายน 

2. วาง outline / รวมทรัพยากรในที่เดียวกัน 
เรื่องการเขียน หรืออะไรก็แล้วแต่ 
การวาง outline เป็นเรื่องสำคัญมาก
มันเหมือนทางหรือเข็มทิศที่เราจะเดินต่อไปได้ 
ไม่ทำให้เราหลงทาง เสียเวลากับมันมาก 

การรวมทรัพยากรในที่เดียวกัน
หมายความว่า เราต้องเอาข้อมูล/อ้างอิงต่างๆ 
ตามที่เราวาง outline ไว้้ มารวมๆ 
กองในที่เดียวกัน 
เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับเราต่อไป 

เพราะเรารู้สึกว่า การทำอะไรพวกนี้ 
มันไม่ต้องใช้อารมณ์ เคี่ยวเข็ญตัวเองมากนัก
ดังนั้น เราจึงทำมันไปเลย 

และในความรู้สึกของเราเองนะ 
ที่สำคัญคือว่า อย่างน้อยเราได้ลงมือทำ
อะไรสักอย่างกับมัน ไม่ได้ไร้ทิศทาง 
เพราะถึงแม้ เราไม่ได้อยากเขียนมันจริงๆ 
แต่ความไร้ทิศทางในงานชิ้นนั้น 
อาจจะทำให้เราหุงดหงิดกับตัวเองมาก 

3. ดูมันบ่อยๆ เรื่อยๆ ถึงแม้ไม่ได้รู้สึกอยากเขียน  
อันนี้เป็นอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ 
ที่เราต้องข้องแวะกับมันบ่อยๆ 

เหมือนเราต้องเจอใครสักคนนึง
การเจอบ่อยๆ คุยกับมันบ่อยๆ 
ก็มีบ้างหละ ที่ทำให้เราเริ่มสนใจในตัวเขา 

เหมือนกัน 
หลังจากที่เราวาง outline 
รวมทรัพยากรเรียบร้อย 
เราอาจจะทิ้งช่วงเวลาไปนานโข 
จนกว่าเราจะเขียนได้จริงๆ 
แต่สิ่งที่เราควรทำ ณ เวลา ที่เว้าโหว่งนั้นคือ 
การได้แวะเวียน เข้าไปดูมันสักหน่อย 
ว่าเป็นยังไงบ้าง 

มันเป็นการค่อยๆ คุย ปลอบประโลม 
ย้ำความรู้สึกตัวเอง ว่า 
เห็นไหม มันยังไม่มีอะไรเลย 
ยังไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่มีแขนขา หัวใจ อะไรเลย 
ตอนนี้เป็นแค่โครงกระดูก พิกลพิการ หร่องแหร่ง 
สุดแล้วแต่ ที่เราจะคุยกับตัวเอง 

4. ความคิดแวบ ต้องรีบทำ
มันจะมีช่วงนึงแหละ ที่เรารู้สึก มีพลัง อยากเขียน 
อาจจะความพร้อม ด้วยตนเอง พอหละ ไม่ได้หละ 
เราต้องเขียนหละ อะไรแบบนี้ 
สภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อความรู้สึก 

ความคิด ความอ่านของเรา 
หรือแม้แต่แรงกดดัน ของช่วงเวลาก็ตาม 

เราว่า มันช่วงแวบเดียวเท่านั้นแหละ 
ที่มันเกิดขึ้น ถ้าเราไม่คว้าโอกาสนาทีนั้นมา 
มันจะมีแวบนั้นอีก ค่อนข้างลำบาก

เมื่อถึงนาทีนั้น เราควรทิ้งทุกอย่าง
และอยู่กับมัน จดจ่อกับมัน อย่างจริงจัง
อย่าได้ข้องแวะกับสิ่งที่อาจจะทำให้เรา 
ไขว้เขว่ หรือน่าสนใจกว่ามันอีก 
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม 

ช่วงนี้หละ มันมีโอกาสสูงที่เราจะสามารถ
ทำมันได้เสร็จ ในช่วงเวลานี้

สิ่งที่ควรระวังคือ เราต้องรีบทำทันที 
อย่าปล่อยให้นาทีนี้ลอยนวล 
และทำให้เสร็จ หรือทำให้มันคืบหน้ามากที่สุด 
อย่าข้องแวะสิ่งใดเป็นอันขาด 

เพราะการทำอะไรพวกนี้ เราต้องอยู่กับมัน
แค่แปปเดียวก็พอ นานๆ ไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพ 
แต่อาจจะทำให้เราเบื่อ ในขณะที่งานออกมา
เหมือนกัน หรือไม่ต่างกัน 
ดังนั้น จงรีบทำให้เสร็จ ในความรู้สึกแวบนั้น 


SHARE

Comments