Money Mindset ในวันที่เป็นหนี้ ขาดทุน ติดลบ (1/2)
1

สัปดาห์ นี้มีคนหลังไมค์มาคุยและให้โจทย์ยากมากค่ะ คุณเขาถามว่า “เป็นหนี้จากธุรกิจครอบครัวหลักหลายสิบล้าน ติดลบเดือนละหลายแสน ทำไงดี คุณณัฐ?”

เจอคนถามเข้ามาแบบนี้เราก็ต้องกลับไปตั้งสติพักใหญ่เลย เพราะตัวเองก็ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงิน เรื่องปรับโครงสร้างหนี้ก็ไม่รู้เรื่อง และชีวิตเราก็ไม่เคยเป็นหนี้มากขนาดนั้น เรารู้แค่ว่าการเป็นหนี้มันไม่สบายตัวและไม่สบายใจ ดังนั้น ถ้าพอมีอะไรที่เราพอจะให้คำแนะนำได้ คือเรื่อง Money Mindset เท่านั้น

ถ้าได้ติดตามบทความใน storylog หรือ sit down and write podcast คุณคงจะเริ่มชินแล้ว เพราะเรามักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าไม่ว่าความรู้สึกอะไรก็ตาม หากขุดลึกๆๆๆ ลงไปแล้ว มันจะไปจบอยู่ 2 ฝั่ง ถ้าไม่ตกในฝั่งความกลัว ก็จะตกอยู่ในฝั่งความรัก

สำหรับเรื่องเงินหรือการเป็นหนี้ก็เช่นกัน จากฝั่งความกลัว ก่อกำเนิดเป็น Money Mindset แบบขาดแคลน

ส่วนฝั่งความรัก ก่อกำเนิดเป็น Money Mindset แบบอุดมสมบูรณ์



2

Money Mindset แบบขาดแคลน คือ Mindset ที่เชื่อในทำนองว่า

-เงินเป็นสิ่งชั่วร้าย
-ฉันมีเงินไม่พอ
-ฉันจ่ายไม่ไหวหรอก
-เงินหายาก
-กว่าจะได้เงินมาเหนื่อยจะตาย
-ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น จะได้มีเงินมากขึ้น
-ฉันไม่มีทางมีเงินมากๆ ได้
-ต้องมีเงินมากๆ นอนอยู่ในธนาคารสิถึงจะรู้สึกปลอดภัย
-เพราะคิดแต่จะหาเงินนี่ล่ะ ฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนแย่มากๆ
-ฉันหาเงินไม่ได้หรอก ก็ฉันไม่มีความรู้
-ฉันไม่ได้เกิดมาโชคดีนี่
-เป็นความผิดของพ่อแม่/แฟน/ลูกค้า/เจ้านาย/สังคม/รัฐบาล ชีวิตฉันถึงได้แย่แบบนี้
-รู้สึกแย่ทุกครั้งเวลาได้รับจดหมายเรียกเก็บเงินค่าบัตรเครดิต
-รู้สึกแย่ทุกครั้งเวลาเปิดแอพธนาคารแล้วเห็นตัวเลข
-รู้สึกแย่ทุกครั้งที่เปิดกระเป๋าสตางค์แล้วควักเงินจ่าย รู้สึกยากจนสุดๆ
-เพราะเป็นหนี้ ชีวิตฉันถึงพังพินาศและเครียดขนาดนี้
-การเป็นหนี้เป็นสิ่งน่าอาย
-เพราะฉันเป็นหนี้ ถึงได้ไม่มีใครรักฉันจริง
-ฉันเกลียดเงิน



3

ที่จริงแล้ว “เงิน” ไม่ได้มีค่าความดีหรือกความชั่วร้ายเลย “หนี้” ก็เหมือนกัน เงินมีค่าเป็นกลาง ดังนั้น mindset ใครตั้งค่ามอง “เงิน” ไว้แบบไหน ตั้งค่ามอง “หนี้” ไว้แบบไหน เขาก็จะเชื่อแบบนั้น พูดแบบนั้น ทำแบบนั้น อยู่ในวงสังคมของคนที่เชื่อแบบนั้น และเจอแต่สถานการณ์ที่จะทำให้ยิ่งเชื่อว่า “เงินเป็นสิ่งชั่วร้าย เงินทองหายาก ชีวิตฉันแย่ เพราะฉันไม่มีทางเงินเพียงพอ”

ความคิด ก่อให้เกิด ความรู้สึก
ความรู้สึก ก่อให้เกิด การกระทำ
การกระทำ ก่อให้เกิด ผลลัพธ์

ชีวิตที่ทุกข์ทรมานจากการเป็นหนี้และมีเงินไม่พอ คือ ผลลัพธ์จากการกระทำ ความรู้สึก และความคิด

ดังนั้น ถ้าจะแก้ความทุกข์ ก็ต้องดับที่ต้นทาง นั่นคือ เราต้ดงจัดการที่ความคิด เราต้องปรับ mindset



ถ้าอย่างนั้น Money Mindset แบบอุดมสมบูรณ์เป็นแบบไหนกัน?

(ขอเตือนก่อนว่า หลายข้อน่าจะทำให้คุณผงะ ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะตอนที่เราได้รู้จัก Money Mindset ครั้งแรก เราก็รู้สึกแบบ... ฉันจะไปเชื่อได้ยังไงล่ะเนียะ แค่ให้อ่านออกเสียงประโยคพวกนี้ยังไม่กล้าเลย!

แต่ลองสังเกตความคิดตัวเองดีๆ สิคะ ความรู้สึก “ไม่กล้า” แค่นี้ก็เกิดจากความกลัวแล้วค่ะ)


Money Mindset แบบอุดมสมบูรณ์เกิดจากความรู้สึกรัก ความรู้สึกดี มีพลังงานดีๆ มันคือความเชื่อมั่นว่าทุกอย่างมีเพียงพออย่างบริบูรณ์สำหรับทุกคน มันคือความเชื่อในลักษณะที่ว่า

- เงินมีพอสำหรับทุกคน
-หาเงินเป็นเรื่องสนุก
-ฉันมีเงินเพียงพอกับตอนนี้ที่ฉันต้องการ
-เพราะฉันส่งมอบคุณค่า ฉันถึงมีเงิน (ไม่ใช่เอาเวลาหรือแรงงานไปแลกเงิน)
-ฉันมีเงินได้ คุณก็มีเงินได้เหมือนกัน
-คนอื่นมีเงินมากมาย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะมีหรือไม่มีเงินเลย
-คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้ชีวิตนี้ฉันมีเงินใช้คือตัวฉันเอง (ไม่ใช่หน้าที่พ่อแม่ พี่น้อง คนรัก เจ้านาย ลูกค้า หรือรัฐบาล)
-ฉันมีความสุขกับการส่งมอบคุณค่าให้โลกใบนี้
-เงินไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย ฉันปลอดภัยเพราะฉันรับผิดชอบชีวิตฉันเอง
-เงินทองหาง่าย หาเงินเป็นเรื่องสนุก


ก็มิบังอาจจะบอกว่าปัจจุบันเราสามารถคิดได้แบบนี้ทุกข้อ 100% แต่หลายข้อก็ทำได้ดีขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เทคนิคอยู่ที่ การมีสติรู้ตัวให้ทัน ว่าตอนนี้เราคิดยังไง เรารู้สึกยังไง
พอรู้ตัวว่าเผลอตกอยู่ในความคิดจากฝั่งความกลัวและขาดแคลน ก็หยุดคิด แล้วให้อภัยตัวเอง 
จากนั้นก็เลือกใหม่ บอกตัวเองว่า เงินมีค่าเป็นกลาง และฉันจะอยู่ฝั่งความรักและความอุดมสมบูรณ์

ถ้าคุณ focus กับความขาดแคลนที่ตัวเองมีอยู่ คุณก็จะยิ่งทุกข์ทรมานกับความขาดแคลน
แต่ถ้าคุณ focus กับคุณค่าที่คุณสามารถส่งมอบให้กับโลกได้ คุณทำสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันดี นำพาพลังงานดีๆ มาสู่ชีวิต ทันทีที่คุณทำ-พูด-คิดตรงกันได้สม่ำเสมอ เมื่อคุณสื่อสารออกไป คนอื่นๆ ที่ได้รับสารจากคุณจะสัมผัสได้ พวกเขารู้สึกได้ถึงพลีงของอิสรภาพในตัวคุณ ไม่ใช่พลังแบบขัดสน แร้นแค้น ยากลำบาก

เมื่อคุณส่งออกพลังงานดีๆ ออกจากตัวเอง คนจะเริ่มสนใจคุณมากขึ้น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็จะสนับสนุนคุณ

ความรู้ทางการเงิน คือ เครื่องมือ เทคนิค วิธีการที่คุณควรต้องพอรู้พื้นฐานเพื่อให้ใช้ชีวิตในโลกทุนนิยมได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย และถึงแม้คุณจะเกลียดทุนนิยมอย่างไรไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถึงอย่างไร โลกตอนนี้ก็เป็นโลกทุนนิยมอยู่ดี คุณควรมีความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานเพื่อการใช้ชีวิตในโลกนี้ให้ได้เป็นปกติสุข ความรู้พื้นฐานนั้นมีชื่อว่า “กระแสเงินสด”

ส่วน Money Mindset แบบอุดมสมบูรณ์ คือการมองโลกแบบไม่เจ็บปวด ไม่เอาเงินมาเป็นอารมณ์ เพราะคุณมุ่งนำเสนอคุณค่าและคุณมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง



4

“ความเจ็บปวดเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทัณฑ์ทรมานเป็นทางเลือก”
-ฮารุกิ มูราคามิ


ประโยคที่โด่งดังขอมูราคามิ แปลไทยเป็นไทยได้ว่า เหตุการณ์ที่น่าเจ็บปวดย่อมเกิดขึ้น แต่ถามว่าคุณจำเป็นต้องทุกข์ทรมานเพราะมันหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่คุณเลือกได้เอง

คุณเลือกได้ว่าจะคิดจาก mindset ฝั่งขาดแคลน หรือ mindset ฝั่งอุดมสมบูรณ์

เพราะไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร มันก็จะแสดงออกมาเป็นคำพูด การกระทำ และชีวิตคุณก็จะเป็นไปตามที่ตัวเองคิด



การจะเปลี่ยน mindset ตัวเองไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ใน 1-2 วัน แต่ต้องค่อยๆ ฝึกฝนแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตัวที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความทุกข์ทรมานได้คือ “สติ”
จำไว้ว่า ทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังคิดจาก mindset ฝั่งขาดแคลน คุณสามารถให้อภัยตัวเองแล้วเลือกใหม่ได้เสมอ
เงินมีค่าเป็นกลาง หนี้มีค่าเป็นกลาง การลงทุนมีค่าเป็นกลาง 
อารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันเป็นสิ่งที่เกิดตามมาจากวิธีคิดของคุณเอง

ให้อภัยตัวเองที่ตกอยู่ในความกลัว ความขาดแคลน โมโห อารมณ์ร้าย พูดจาไม่ดี พฤติกรรมแย่ๆ

ถ้าเผลอพูดไม่ดี หรือหลุดการกระทำไม่ดีออกไปแล้ว เราสามารถขอโทษได้ ไปขอโทษด้วยใจจริง ส่วนอีกฝ่ายจะให้อภัยคุณหรือไม่เป็นเรื่องของเขาแล้ว แต่คุณต้องจริงใจต่อตัวเอง และจริงใจต่อคนอื่น


(มีต่อ ตอนที่ 2 อธิบายขั้นตอนว่าจะเปลี่ยนจาก mindset ฝั่งขาดแคลน มาฝั่งอุดมสมบูรณ์ ทำอย่างไรค่ะ)

ป.ล. โพสต์นี้ทำเป็น podcast แล้ว ใครสนใจตามไปฟัง sit down and write podcast ได้ที่ spotify, apple podcasts, google podcasts, podbean และ CastBox ค่ะ (^___^)v

Photo by Annie Spratt on Unsplash

Source:
Business Insider (2017) 
https://amp.businessinsider.com/famous-people-who-bounced-back-after-being-broke-or-bankrupt-2017-7

Natalie Bacon - Scarcity vs Abundant Mindset (and how scarcity is keeping you broke)
https://nataliebacon.com/scarcity-vs-abundant-money-mindset/

Natalie Bacon - The Money Mindset that will help you get out of debt
https://nataliebacon.com/money-mindset-debt/

Mint – 6 ways to instill a positive money mindset
https://www.mint.com/vip-content/6-ways-to-instill-a-positive-money-mindset

SHARE
Written in this book
sit down and write
อ่าน เขียน เรียนรู้ ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน
Writer
nananatte
storyteller
คนทั่วไปที่ใช้ชีวิตเรียบๆ ในเมืองเล็กๆ ชอบแมว เครื่องเขียน และกาแฟดำ จัด sit down and write podcast รีวิวหนังสือใน goodreads เขียนโพสต์ใน storylog และลงนิยายใน fictionlog กับ readawrite

Comments