ถ้ามันใช่ เราจะวนกลับมาเจอกันอีกใช่ไหม?
พฤศจิกายน, 2018
     กลิ่นอายแห่งงานกีฬาสีประจำปีของโรงเรียนกำลังจะใกล้เข้ามาถึงแล้ว ช่างเป็นเวลาที่ดีจริงๆ คาบเรียนทุกคาบลดเหลือคาบละ 40 นาทีจาก 50 นาที เด็กๆส่วนใหญ่ตั้งตากันรออย่างใจจดใจจ่อกับการซ้อมกีฬาสีหลังเลิกเรียนทุกวัน และแน่นอน, พวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้น
     เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งและเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนในวัยที่กำลังจะจบมัธยมต้นพากันเดินเล่นรอบโรงเรียน เพื่อนๆในห้องบ้างชวนกันไปดูรุ่นพี่ที่แอบชอบซ้อมและแข่งกีฬา บ้างก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หลีดเดอร์ การแสดงเปิดงานกีฬาสี รวมไปถึงการทำป้ายคัตเอาท์ ทุกคนส่วนใหญ่ต่างมีหน้าที่ ซึ่งต่างจากพวกเราอย่างลิบลับ...
     เด็กหญิงกลับบ้านไปพร้อมกับความเหนื่อยล้า แม้จะไม่ได้ทำอะไรมากนักก็ตาม เธอเลื่อนมือถือไปมา พบกับอินสตราแกรมของรุ่นพี่คนหนึ่ง มีรูปท้องฟ้ามากกว่ารูปตัวเองเสียอีก เธอกดเข้าไปโปรไฟล์และถูกใจรูปท้องฟ้าไปหนึ่งรูป, ใครจะไปรู้ล่ะ? ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในรักครั้งแรกของเด็กหญิงคนนี้ เพราะไม่นานนัก ก็มีชื่อไอจีของรุ่นพี่คนนั้น เข้ามากดถูกใจรูปของเธอกลับ แหย่กันไป ถูกใจกันมา จนได้มาคุยกันจนได้ เราถามเรื่องราวต่างๆของกันและกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น จากมีอินสตราแกรม ก็มีไลน์ คุยกันบ่อยขึ้น จนเธอรู้ว่า เขาเป็นรุ่นพี่ม.6 ที่กำลังจะเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว 
                                   :ทำไมเราเจอกันช้าจังนะ?
เด็กหญิงคนนั้นคิดในใจ แต่เรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นมันก็พากลบเกลื่อนความรู้สึกเหล่านั้นจนหมดสิ้นไปหมด
      จู่ๆเขาคนนั้นชวนเธอเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนด้วยกัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เธอเป็นคนหัวดี ไม่ค่อยเรียนพิเศษแบบเพื่อนๆ แต่ก็ได้ท็อปชั้นเป็นประจำ แต่ทำไมกันนะ เธอถึงคิดที่จะขอที่บ้านไปเรียนพิเศษอย่างง่ายดาย และแน่นอน สุดท้ายเธอและเขาก็ได้เรียนพิเศษที่เดียวกันหลังเลิกเรียนเกือบทุกวัน 
16 พฤศจิกายน 2018,
      พรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดของเด็กหญิงคนนี้แล้ว เป็นวันเกิดที่พิเศษกว่าปีไหนๆเพราะเธอจะไม่ใช่เด็กหญิงอีกต่อไปแล้ว เธอจะได้ใช้คำนำหน้าว่านางสาวสักที วันนี้เป็นวันศุกร์ เพื่อนๆมาเซอร์ไพร์สวันเกิดเธอที่โรงอาหารพร้อมกับเค้กสีฟ้ารูปยูนิคอร์นก้อนโต นี่เป็นการเซอร์ไพรส์วันเกิดครั้งแรกในรอบ 15 ปี ทำให้วันนี้คงเป็นอีกวันจริงๆที่เธออยากจะจดจำไว้ในชีวิตตลอดไปอย่างแน่นอน ตกเย็นชายหนุ่มรุ่นพี่มาขอโทษที่ไม่ได้มาร่วมอวยพรวันเกิดด้วยเพราะตนเองมีแข่งกีฬา เขาจึงพาไปเลี้ยงน้ำที่ร้านแถวๆโรงเรียนแทน ถึงจะเป็นแค่น้ำแก้วเล็กๆแก้วเดียว แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกดีไปทั้งวัน ทำไมกัน...
17 พฤศจิกายน 2018,
       เมื่อวานเป็นวันของเพื่อนๆและเธอ ในวันนี้ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอคุยอยู่บอกว่าจะพาเธอไปดูหนังฉลองวันเกิด สุดท้ายเขาก็ผิดนัด จริงๆก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะมาดูหนังด้วยซ้ำ เขาควรจะไปเรียนพิเศษหรือกลับบ้านไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ เขาบอกกับเธอว่าจำเป็นต้องไปเรียนพิเศษ เพราะโดนแม่บ่นว่าไม่ค่อยได้ไปที่นี่มานานแล้ว เธอตอบตกลงและบอกว่าไม่เป็นไรเข้าใจ แต่เอาตามจริง ใครที่ไหนจะไม่ผิดหวังกันล่ะ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็หาเวลาตอนเย็นมาเดินเล่นกับเธอแทนและบอกว่าจะเลี้ยงไอติมเธอสักถ้วยก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน
        ช่วงเวลาที่ต่อจากนี้ เป็นสิ่งที่เด็กสาวคนหนึ่ง ไม่เคยได้รับ ไม่เคยพบจากใครมาก่อนเลยในชีวิต เขาคนนั้นเป็นเหมือนพี่ชาย เป็นพ่อ คอยไปรับไปส่ง พาไปกินข้าว เป็นห่วงเป็นใยคอยให้กำลังใจ สอนการบ้าน หรือแม้กระทั่งดุตักเตือนเวลาที่เธอเผลอทำนิสัยไม่ดี จนบางที่เธออาจจะลืมไปว่าในขณะเดียวกัน เวลาในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและการใช้ชีวิตวัยมัธยมปลายของเค้าเหลือน้อยลงทุกวัน แต่เธอมีสิ่งอย่างหนึ่งที่เฝ้ารอมาตลอดเวลา นั้นก็คือการได้มีสถานะที่ชัดเจน พูดกับคนอื่นได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอและเขาเป็นอะไรกัน เขามักบอกให้คำมั่นสัญญากับเธอว่า สอบเสร็จและติดมหาวิทยาลัย เขาจะทำทุกอย่างที่เธอรอมาตลอดให้ และจะพาเธอไปเที่ยวทุกๆที่ที่ทั้งสองคนอยากไปด้วยกัน           
  


                                     : ไว้ไปด้วยกันนะ ;)
   


             ‘เขาชอบเอาอิโมจิรูปดอกทานตะวันแปะไว้จางๆเวลาลงรูปเธอ หรือเวลาที่เธอขอกำลังใจ มักจะมีอิโมจินี้เข้ามาแทรกในข้อความ แต่เวลาเธอถามว่าทำไมต้องมีดอกทานตะวัน เขาไม่เคยบอก จนทำให้เธอได้เข้าไปหาความหมายเอง และสิ่งเหล่านี้ทำให้ดอกทานตะวัน กลายเป็นดอกไม้โปรดของเธอไปโดยปริยาย...’



         เป้าหมายของเขาคืออยากเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เขาเป็นคนที่มีความพยายาม ตั้งใจ และเธอก็เชื่อมั่นในตัวเขามาเสมอ และแล้ววันที่เด็ก ม.6 ทั่วประเทศต่างพากันหวาดกลัวก็ได้เกิดขึ้นแล้ว สนามสอบแข่งขันต่างๆถูกจัดขึ้นมากมายในช่วงเวลานี้ แบ่งแยกกันตามสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน หลังจากสอบเสร็จ เขาบอกกับเธอว่าอยากขอลองอยู่กับตัวเองก่อน เขารู้สึกว่าเขาทำได้ไม่ดีนัก แปลกจัง ทำไมความรู้สึกของเธอในตอนนี้ ไม่ได้ต่างไปจากเขาเลยนะ เขาดีใจ ตัวเธอก็ดีใจ หรือแม้กระทั่งตอนที่เขาเศร้าหรือเสียใจ เธอก็เสียใจไปพร้อมๆกับเขาและพยายามจะเป็นกำลังใจที่ดีให้เขาให้ได้ จนวันที่ประกาศผลมาถึง เขาติดมหาลัยที่เขาอยากเข้า แต่เป็นสาขาที่เขายังไม่พอใจเท่าไร เขาจึงบอกกันฉันว่าจะสละสิทธิ์สู้ในรอบต่อไป ช่วงพักหลังๆมานี้ เขากับเธอแทบไม่ได้คุยกัน ความห่างไกลทำให้ทั้งสองห่างกันเรื่อยๆ เพราะเขาทำงานช่วงปิดเทอมตั้งแต่ 8 โมงถึง 4 ทุ่ม ฉันพยายามเข้าใจมาตลอด แต่สุดท้าย เราก็ต้องเลิกคุยกันเพราะมันผิดที่ผิดเวลาจริงๆแหละ.
   


                ‘การบอกลาในครั้งนี้ทำไมมันเศร้าจังนะ มันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ในเมื่อในความสัมพันธ์มันทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องร้องไห้หรือเจ็บปวดกันทั้งสองฝ่าย มันก็คงเป็นความรักที่ไม่ดีเอาซะเท่าไรเลย ทางนี้มันคงเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วแหละ’




11 เมษายน 2019,

   :ขอโทษที่เดินมาด้วยได้แค่นี้
   :อย่าร้องไห้เยอะนะ เดี๋ยวแกจะเข้าใจเค้ามากกว่านี้
   :แล้วจะไม่กลับมาแล้วใช่มั้ย?
   :เค้าไม่รู้


          จริงๆแล้ว สิ่งเดียวในประโยคบอกลาที่เธอรู้สึกดีที่สุดคือคำว่าไม่รู้ เพราะเธอคิดว่ามันคงยังมีโอกาสใช่มั้ยนะ เธอภาวนาให้เป็นแบบนั้น แต่มันคงไม่ใช่ตอนนี้หรอก เธอทำได้เพียงรอเวลาเท่านั้นเอง เมื่อไรกัน...



       ‘เรามีโอกาสได้คุยกันจริงๆเพียงไม่กี่วันเท่านั้น คือวันที่บังเอิญผ่านมาเจอเรื่องราวในอินสตราแกรมของกันและกัน วันเกิดเรา วันเกิดเขาและวันปีใหม่’





กุมภาพันธ์ 2020,
          10 เดือนผ่านเข้าไปแล้วนะ ระหว่างเวลาที่ผ่านมา เด็กสาวก็มีแฟนใหม่ มีคนเข้ามาเยอะแยะมากมาย และเขาก็คงจะเป็นเช่นนั้น มองผ่านๆดูเหมือนเธอจะทำใจยอมรับอะไรต่างๆได้ แต่แท้จริงแล้วเวลาไม่ทำให้อะไรๆมันดีขึ้นเลย ลึกๆในจิตใจเธอไม่สามารถลืมเขาได้เลย นาทีที่เธอหรี่ไฟในห้องลง ความมืดเข้ามาปกคลุม ทำให้หัวใจและเปลือกตาทำงานไม่สัมพันธ์กัน ถึงแม้ว่าสายตาของเธอจะหยุดพักการทำงาน แต่หัวใจของเธอกลับทำงานได้ดีมากกว่าปกติเสียอีก ความทรงจำต่างๆมักจะแทรกเข้ามาให้เธอนึกถึงก่อนหลับตาลงเสมอ คราวที่ใจนึกถึงทีไรก็ทำให้เธอร้องไห้เป็นประจำ ทำไมการรักใครสักคนมันเจ็บปวดมากจังนะ แต่อย่างว่า...ความรักมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ไม่มีใครเข้าใจได้ดีเท่าตัวเธอเอง เธอเชื่อแบบนั้น หัวใจเธอกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า?
         จนกระทั่งวันหนึ่ง งานอดิเรกที่เธอทำเป็นประจำคือการเข้าไปดูสตอรี่ ดูรูป เรื่องราวเก่าๆที่ทำให้เธอพอจะหลอกตัวเองให้เข้าไปอยู่ในภวังค์แห่งความสุขได้ชั่วครู่หนึ่ง ทำให้เธอตัดสินใจลงเรื่องราวที่ทำให้เธอนึกถึงสมัยตอนที่เขาเป็นนักเรียนหัวเกรียนกับแก๊งเพื่อนๆถูกอาจารย์เวรเรียกไปอบรมเรื่องระเบียบวินัย เขาตอบกลับเรื่องราวที่เธอได้ลงไป กลายเป็นว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง

:เนี่ยคุยกับใครก็ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย55555 มีแต่อะไรก็ไม่รู้
:คิดถึงเค้าล่ะสิ
:มากกก คิดถึงว่ะ
:คิดถึงก็คุยสิ
:คุยแบบไหน จะได้ทำใจก่อน
:คุยแบบเดิมสิ เค้าก็อยากกลับไปคุยย

วินาทีนั้น เธอกรี๊ดบ้านแทบแตก สิ่งที่เธอซื่อสัตย์และเฝ้าคอยมาตลอดได้มาถึงแล้ว เรื่องนี้ทำให้เธอนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่เคยมีคนบอกไว้ว่า
           ‘มีแต่คนที่สมหวังเท่านั้นแหละ ที่บอกว่าการรอคอยมันคุ้มค่า’
มันก็จริงแฮะ...


        สุดท้ายแล้ว เรื่องราวต่างๆที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้ มันก็คือเรื่องของเราเองนี่แหละ แอบเขินนิดหน่อยนะเวลามาเล่าอะไรยาวๆให้คนอื่นอ่าน และเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการกลับมาครั้งนี้มันจะยาวนานหรือสั้นไว้กว่าที่คิด เราพยายามทำให้ทุกๆวันที่ยังมีกันมันดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยังไงแต่อย่างน้อย มันก็ถือเป็นความทรงจำดีๆที่เราอยากจะขอเล่าและเก็บมันไว้ในนี้แล้วกัน ขอบคุณทุกคนมากๆที่อ่านจนจบ สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า

            ทำตามใจตัวเองเถอะนะคะ อย่าใจร้ายกับใจตัวเองโดยรอแบบไม่มีจุดหมาย ปล่อยใจไปตามความรู้สึกที่เรารู้สึกอยู่ เพียงแต่เลือกเก็บแต่ความทรงจำที่ดีๆ อย่าปล่อยให้ความทรงจำอันแสนเศร้ามาบดบังอนาคตที่งดงามของเราเลยนะคะ บางที การทำตามใจตัวเองแบบนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่สุดก็ได้ :)

SHARE

Comments