DAY-1
สวัสดี ฉันเริ่มคิดอยู่นานว่าจะเริ่มเขียนมันออกมายังไงดี ?
นั่งเถียงกับตัวเอง...
จนสุดท้ายได้ข้อสรุปว่า เขียนอะไรที่เป็นตัวเองแล้วกัน 
อย่างน้อยเรื่องราวมันก็ไม่มีวันจบลง ตราบใดที่ฉันยังไม่ล้มเลิกความฝันในการอยากเป็นนักเขียน

จุดเริ่มต้นมันเริ่มมาจากการถูกปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน
ที่จริงก็ไม่ถึงกับถูกปลูกฝังหรอก
แต่ป๊ากับแม่โอเคกับการที่ลูกชอบอ่านหนังสือ
จะหนังสือประเภทไหนก็ตามแต่ที่ลูกชอบ

ช่วงแรกของการเริ่มหัดอ่านหนังสือ ยังอ่านไม่คล่องหรอก
จะบอกอะไรให้นะ...
ฉันเคยร้องไห้งองแงเพราะท่อง ก-ฮ ไม่ได้ด้วยแหละ
แต่สุดท้ายก็ผ่านช่วงแรกไปได้
- ก้าวแรกของการเริ่มต้นมักยากเสมอ -พอผ่านช่วงนั้นมาได้ 
ฉันดีใจมากเลยนะ 
เพราะเริ่มอ่านคล่องขึ้น เนื้อหาลื่นไหลมากขึ้น
ปัญหาต่อมาก็คือ...อ่านออกแต่ไม่รู้ความหมาย

ฉันมักจะถามป๊ากับแม่สลับกัน
ว่าคำนู้นแปลว่าอะไร คำนี้แปลว่าอะไร
จนท้ายที่สุดแล้ว ฉันเข้าใจมันมากขึ้น

เมื่อเริ่มจำความได้ 
หนังสือประเภทแรกที่ฉันเลือกอ่านคือ "นิยาย" ของสำนักพิมพ์สีส้ม
ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขและสนุกกับการอ่านด้วย
ทุกครั้งที่เดินผ่านร้านหนังสือ ต้องแวะซื้อกลับบ้านครั้งละ 1-2 เล่มตลอด
ประกอบกับการที่มีน้องสาวและเพื่อนสนิทที่เป็นคอนิยายเหมือนกัน
ยิ่งทวีคูณความสุข คุยกันได้อย่างออกรสเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้เองหละมั้ง
ฉันถึงมีนิสัยรักการอ่าน
พอโตขึ้นมาก็เริ่มอ่านหนังสือประเภทอื่นด้วย
เหมือนเป็นการค้นหาความชอบในตัวเองอีกอย่างหนึ่ง

จนตอนนี้มีประเภทหนังสือและสำนักพิมพ์ในดวงใจแล้ว
ยิ่งทำให้ฉันอยากพัฒนาฝีมือการเขียน
โดยแอบหวังเล็ก ๆ ว่า...
จะได้ร่วมงานกันสำนักพิมพ์นั้นสักครั้ง

หรืออย่างน้อยที่สุด
หากไม่มีโอกาสนั้น 
ฉันหวังเพียงแค่ว่า
การเขียนของฉันจะเป็นแรงบันดาลใจ 
กำลังใจหรืออะไรก็ตามที่ตกตะกอนในความคิดให้กับผู้อ่านได้บ้าง 
หรือให้การเขียนของฉันอาจเป็นเพื่อนปลอบใจให้กับใครสักคน 
มีเพื่อนใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์การใช้ชีวิตซึ่งกันและกัน 
...ก็คงดีไม่น้อย 

นี่พอจะเป็นการเปิดเรื่องได้ไหม ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน 
แต่หลังจากนี้ฉันจะพยายามเข้ามาเขียนให้ได้บ่อย ๆ 
เพราะอาจารย์เคยบอกกับฉันว่า 
...คุณสามารถเป็นนักเขียน (งาน) ที่ดีได้ ถ้าคุณค้นพบแนวทางการเขียน การนำเสนอในรูปแบบของคุณเอง ใส่ความเป็นคุณลงในผลงาน การเขียนจะสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณออกมาได้ดีที่สุด อาจเริ่มจากการเขียนไดอารีประจำวันก็ได้...
ฉันเลยถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ก้าวหนึ่งในการไปสู่ความฝัน 
อยากให้ทุกคนที่มีความฝันลองพยายามทำอะไรเพื่อสิ่ง ๆ นั้นสักครั้ง 
จะฝันให้ยิ่งใหญ่มากแค่ไหนก็ได้ 
เพราะมันไม่ต้องเสียอะไร 
แต่จะเป็นจริงไหม 
อันนี้อยู่ที่ว่าคุณจะลงมือทำมันหรือเปล่า

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า ความฝันของตัวเองคืออะไร?
อยากให้ลองพาตัวเองไปเจอสิ่งใหม่ ๆ 
ไปพบคนใหม่ ๆ 
ในสถานที่ใหม่ ๆ 

คุณอาจจะพบความฝัน... ความสามารถของคุณ... โดยที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ได้

                                                                                                  ด้วยรัก
                                                                                                 กวีน้อย


SHARE

Comments

ภาษาช่างงดงาม ได้กลิ่นของกำลังใจ ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราว//ไหว้ย่อ
Reply
KAWEENOII
7 days ago
:-)