ความอ้างว้างที่หายไป
กลิ่นหอมของกาแฟร้อนยามเช้า ลอยล่องเป็นควันขาวขึ้นแตะจมูก
รสขมละมุนอุ่นลิ้นและความร้อนที่กำลังแผ่ซึมไปทุกโสตประสาท ทำให้ความคิดของผมเริ่มสงบลง

ดวงดาวนั้นล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าเสมอ ไม่ว่าจะยาม เช้า สาย บ่าย หรือมืดค่ำ ดวงดาวจะยังคงมีอยู่

เช่นเดียวกับความรู้สึกอ้างว้างที่ไม่เคยจากเราไปไหน...
เรามองเห็นแสงดาวเหล่านั้นด้วยตาเปล่าวเมื่อยามท้องฟ้ามืดสนิท และไม่อาจมองเห็นแม้เพียงแสงริบหรี่ของเขาเหล่านั้นเมื่อยามแสงอาทิตย์สาดส่อง

แล้วอะไรกันในชีวิตที่เป็นแสงอาทิตย์สาดส่องขับไล่ความอ้างว้างเหล่านั้นให้หดหายไป

ขณะที่ผมกำลังขบคิดหาคำตอบ หางตาก็พลันหันไปเป็นหนังสือขนาดพกพาเล่มหนึ่ง
มันตกอยู่ยนพื้นข้างโต๊ะทำงานมาหลายวันแล้ว...และผมก็เห็นมันทุกครั้งที่เดินผ่านประตูเข้ามา
“เก็บฉันขึ้นมาสิ...” หนังสือปกเขียวเล่มนั้นคล้ายส่งเสียงกระซิบบอก
ถัดไปจากหนังสือมีถุงพลาสติกสีขาววางอยู่ มันเป้นขยะอีกชิ้นที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ในห้องทำงาน แต่ผมก้ปล่อยมันไว้อยู่อย่างนั้นมาหลายวันแล้วคู่กับหนังสือเล่มเขียวที่ยังอ่านไม่จบและตกอยู่
“ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้ ” เจ้าถุงพลาสติกส่งเสียงแว่วมาตามสายลม

พวกมันกำลังช่วยกันโห่ร้องก้องตะโกนประท้วงผมที่นิ่งเฉยไม่ดูดายพวกมันเลยแม้แต่น้อย

ในที่สุดผมทนไม่ไหวจึงตัดสินใจพักงานเขียนที่ทำอยู่ขึ้นไปเก็บพวกมันให้เข้าที่เข้าทาง
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เดินกลับมานั่งยังเก้าอี้ตัวโปรด สายตาก็พลันหันไปเห็นกองเสื้อผ้าที่ล้นออกมาจากตะกร้าที่ไม่อาจใส่พวกมันไว้ได้ทั้งหมด
เหมือนการประท้วงของหนังสือและถุงพลาสสติกจะเป็นชนวนเหตุให้พวกเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ตามพื้นลุกขึ้นมาเรียกร้องตาม
ผมจึงจำใจเดินไปหาตะกร้าอีกใบมาใส่พวกมันให้เรียบร้อย ไม่นานนักฝุ่นดินที่กระจายอยู่ทั่วพื้นก็เริ่มส่งเสียงประท้วง และสิ่งของอีกหลายอย่างที่วางระเกะระกะบนพื้นและโต๊ะทำงานก็เริ่มประท้วงตามมาติดๆ เช่นกัน
กิจกรรมในวันหยุดอันแสนสั้นจึงกลายเป็นการเก็บบ้านครั้งใหญ่
มันทำให้ผมเหนื่อยและลืมเรื่องความอ้างว้าง แสงดาว แสงแดดไปเสียจนหมดสิ้น...... 
SHARE

Comments