ความตายครั้งแรก
แด่เธอ รักแรกของฉัน
 
สองปีที่แล้ว คือครั้งล่าสุดที่ฉันสัมผัสความตาย 
ปกติแล้ว ฉันหลงรักฤดูฝน ฉันรักเสียงฝน ความเปียกปอน และกลิ่นชื้น ๆ ที่ลอยอยู่ตามอากาศ
แต่ในฤดูฝนของปีก่อน ฉันเกลียดหน้าฝนจับใจ 
นอกจากจะตกจนทำให้พื้นดินเฉอะแฉะแล้ว ฝนยังตกภายในใจของฉันไม่หยุดไม่หย่อน

วันนั้นเองที่ฉันทราบข่าวว่าเธอเข้าโรงพยาบาล นั่นคือวินาทีที่ความกลัวฉันปะทุขึ้น ฉันยังจำรอยยิ้มสุดท้ายของเธอได้ เธอโบกไม้โบกมือ ทำท่าจะดุจะว่าฉันเหมือนเคย ฉันจึงใจชื้น

ฉันกลับบ้าน นอนพัก และใช้ชีวิตได้ไม่ถึงวัน 
คืนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอขึ้นว่าแม่คือคนโทรหา 
ชั่วขณะที่ฉันเห็นแสงและได้ยินเสียงเตือนนั้น ความกลัวก็เข้ามากัดกินจิตวิญญาณของฉันทันที

กลัวเหลือเกินที่จะรับโทรศัพท์ กลัวจริง ๆ 

ว้าวุ่น กังวล หวาดกลัว 
ว้าวุ่น กังวล หวาดกลัว
กลัว
กลัว
กลัว
โคตรกลัว 

.

.

ปวดตาไปหมด ฉันร้องไห้เป็นชั่วโมง หลังจากทราบข่าวผ่านเสียงจากคนที่โรงพยาบาล 
ฉันสูญเสียหนึ่งในคนที่ฉันรักที่สุดในชีวิตไปแล้ว
มันเร็วเกินกว่าจะรับไหว มันไวเกินกว่าจะเกิดขึ้น

นั่นคือความเสียใจที่หนักหนาที่สุดตั้งแต่ใช้ชีวิตมาเกือบสองทศวรรษ 

.

.

เวลาล่วงมากว่าสามปี หรือสี่ปีแล้วก็ไม่รู้ ฉันไม่เคยนับ
คิดว่าเพราะเติบโตขึ้นนิดหน่อย ก็เลยพอยอมรับได้ที่ครอบครัวปล่อยให้เธอตาย

ฉันเคยโกรธคนที่ตัดสินใจให้เธอหมดลมหายใจ ฉันเคยโกรธคนที่ไม่พยายามรักษาเธอให้หาย
คิดได้แค่ว่า ยังไงมันก็รักษาได้ มันต้องหายแน่ …ต้องหายแน่ ๆ !
ฉันจมอยู่ในห้วงอารมณ์โกรธแรมปี

แต่ตอนนี้คิดว่าเข้าใจมากขึ้นแล้วนะ 
ว่า..เธออาจจะไม่ได้อยากให้ยื้อชีวิตก็ได้ ? 
เธอดูทรมานมาก ท่าทางเจ็บปวดตลอดเวลา ตะเกียกตะกายด้วยความเจ็บปวด 

ว่าเธออาจจะไม่ได้อยากให้ยื้อชีวิตก็ได้ 
ต้องขอบคุณแม่ที่กล้าพอจะตัดสินใจปล่อยให้ท่านได้จากไปอย่างสงบ 
ต้องขอบคุณแม่ที่กล้าที่สุดในหมู่พี่น้องของพวกเขา และเข้มแข็งที่สุด ไม่เคยร้องไห้ออกมาให้ใครเห็นแม้แต่น้อย

นึกย้อนกลับไป การสูญเสียนี้ให้อะไรหลาย ๆ อย่างกับฉันและทำให้ฉันเติบโต 
ขนาดตายไป เธอยังมิวายให้บทเรียนกับฉัน จะสอนเก่งอะไรขนาดนั้น

ขอบคุณที่ทำให้ฉันเข้าใจได้ว่า ความตายคือสิ่งที่หนีไม่ได้ ยังไงก็จะมาถึง
และขอบคุณทำให้ฉันเข้าใจได้ว่า ชีวิตมันมีคุณค่าแค่ไหน 
ขอบคุณ ที่ทำให้ฉันอยากใช้ชีวิต ขอบคุณ ที่ทำให้ฉันจะไม่เสียดายกับทุกอย่างที่ทำ

รักและคิดถึงยายเสมอ 

130X60
 
แด่รุ่นพี่ทางอุดมการณ์  

เดือนตุลาฯ เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

เดือนตุลาฯ เคยเป็นเดือนแห่งการต่อสู้ 
14/6 ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต 
ความแตกต่างคือ 6 ตุลาฯ ไม่เคยได้รับการไว้อาลัยอย่างแท้จริง 
ในการไว้อาลัย บ่อยครั้งมักจะมีแค่ญาติสนิทมิตรสหาย ตลอดจนคนอุดมการณ์เดียวกันเท่านั้นที่เข้าร่วม
หนำซ้ำยังโดนย่ำยีความตายอย่างไร้ปรานี

วิญญาณจำนวนมากยังไม่ได้รับความยุติธรรม
แต่เดือนตุลาฯ เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
เดือนตุลากลายเป็นเดือนแห่งความเศร้า
13 ตุลา การสูญเสียที่สั่นคลอนถึงฟ้า และสะเทือนถึงสวรรค์
สั่นคลอนรัฐไทย และช่วยรัฐไทยสร้างชาติ
พระราชพิธีโบราณถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พื้นที่ในการไว้อาลัยมีกระจายอยู่แทบทั่วทุกจังหวัดในประเทศ
หลังจากวันนั้น ฉันต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำหรือสีสุภาพเสมอ เพื่อแสดงออกถึงการไว้อาลัย

แต่เดือนตุลาฯ เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม 
เดือนตุลาในปี 2563 รื้อถอนล้มล้างและปู้ยี้ปู้ยำเพดานเก่าของสังคมไทย 
สำหรับใครหลายคน ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อเหตุการณ์เหมือนสามปีก่อนเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
อาการตาสว่างแพร่กระจายรวดเร็วราวกับไวรัส

คงไม่ต่างกับตัวฉันเองที่มองความตายเปลี่ยนไป



131060
 










SHARE

Comments