สวัสดีรักครั้งแรกตอน 20 ขวบ

เราเติบโตมาโดยที่เข้าใจคำว่ารักในแบบของตัวเอง เรารักพ่อแม่ พี่ชาย สัตว์เลี้ยง เพื่อน รวมไปถึงศิลปินจนกระทั่งเราอายุ 20 ปี เราถึงเข้าใจว่าการมีรักครั้งแรกมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง มันเป็นความรักที่ไม่ได้แสดงออกมาเป็นการกระทำ แต่เราเก็บมาในใจตลอดจนอายุครบ 23 ปีบริบูรณ์ ความรู้สึกนั้นเราเก็บไว้ในใจมาโดยตลอด 

มันคือการแอบชอบ โดยเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรามองเขาอยู่

หลายคนเคยมีความรักตอนมัธยม เราอยากรู้สึกแบบนั้นบ้างนะ แต่ให้ทำยังไงได้ในเมื่อตอนนั้นเราไม่สนใจเรื่องความรักสักนิด
พอโตขึ้นมาอีกหน่อยเราเชื่อว่าหลายคนคงมีความรักในช่วงมหาวิทยาลัย หรืออาจจะเจอรักในสถานที่ทำงาน

แต่เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยมีความรักหรือความรู้กสึกแบบนั้นจนกระทั่งตอนนี้

เราเชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีคนแบบเราอีกมากมายที่ไม่เคยสัมผัสความรักมาก่อน ไม่เคยรู้สึกชอบ ไม่รู้สึกว่าอยากมีความรัก จนครองสถานะโสดมาจนถึงยี่สิบปี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ เป็นช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยตอนปีสอง จริงๆเราไม่ค่อยเล่น Facebook แต่ที่ต้องเล่นเพราะส่วนใหญ่อาจารย์จะสั่งงานในนั้น จำไม่ได้เหมือนกันว่าวันนั้นเป็นคืนวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ เรานอนเล่นโทรศัพท์อยู่ที่หอพัก

หน้าฟีด Facebook ขึ้นแนะนำเพื่อนที่เราอาจรู้จัก และแล้วเราก็เจอเขา คนที่เราสามารถบอกได้ว่าคือรักแรกจริงๆ

จะดูเกินจริงไปไหมถ้าเราบอกว่าเรารู้สึกชอบเขาเพียงแค่เห็นรูปโปรไฟล์ใน Facebook ในใจตอนนั้นคิดสับสนว่าทำไมถึงตัดสินคนที่หน้าตาขนาดนี้ แล้วก็คิดว่ามันอาจจะเป็นการปลื้มเหมือนที่เราปลื้มนักร้องปกติแหละมั้ง 

จากตอนแรกที่คิดว่าปลื้มมันก็กลายเป็นชอบ ผ่านปี 2 ขึ้น ปี 3 เราก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม เราตาม Instagram ซึ่งในนั้นก็ไม่ได้มีภาพอะไรมากมาย แต่เราก็วนดูภาพพวกนั้นเรื่อยๆ อาจจะดูโรคจิตเนอะ แต่ตอนนั้นมันชอบนี่ ก็เลยทำแบบนั้น

เราคิดว่าบางทีเรากับเขาคงเป็นไปไม่ได้ เราเลยไม่ได้ทักเขาไปเพื่อทำความรู้จัก จริงๆก็อยากรู้จักแต่เราไม่มีความกล้าพอ ค่านิยมทางสังคมมันทำให้เราต้องก้มหัวอยู่ใต้หมวก เราไม่ได้หน้าตาดี เราไม่ได้หุ่นดี เหมือนตามที่สังคมเขากำหนดไว้ ถึงเราจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหน แต่ค่านิยมพวกนั้นก็ชนะเราอยู่ดี

เราและเขาต่างเป็นเพื่อนกันใน Facebook และ Instagram บางครั้งเขาก็กดไลก์เราบ้าง และนานๆทีเราก็กดไลก์รูปเขา(นานๆทีเขาจะลง หรือไม่ก็สักหนึ่งปีจะหลุดมาหนึ่งภาพ) เราไม่รู้จักตัวตนเขา นอกจากภาพใน Instagram เรารู้จักเขาแค่ภายนอก แต่ไม่คิดว่ามันจะมีผลกระทบต่อใจเราขนาดนี้


เรารู้สึกว่าเขาต้องมีคนเข้าหาเยอะแยะมากมาย และที่เขากดไลก์รูปภาพเราก็เป็นเรื่องทั่วไปที่คนอื่นเขาก็ทำกัน อย่างเราก็กดไลก์ภาพที่ชอบ บางทีก็กดผ่านๆ ไม่ได้สังเกตรายละเอียดภาพพวกนั้นด้วยซ้ำ

เขาคงกดไลก์ผ่านๆ เลื่อนดู story Instagram ผ่านๆ เหมือนที่เราทำบ่อยๆล่ะมั้ง
 
ช่วงชีวิตปีสามของเรา เหมือนจะได้เจอเขามากขึ้น จากเจอหน้ากันผ่านรูปถ่าย Facebook ก็กลายมาเป็นเจอตัวจริงบริเวณหลังมหาวิทยาลัยบ่อยๆ เราไปกินข้าวที่เดียวกันทุกวัน และมันก็เป็นเราที่ชะโงกคอยาวเป็นยีราฟเวลาเจอเขา 

ทั้งที่ชอบและอยากเจอเขามากๆ แต่พอได้เห็นหน้าจริงๆเรากลับไม่กล้าแสดงออก เรื่องที่เราแอบชอบเขาแม้แต่เพื่อนเราก็ไม่มีใครรู้ ด้วยนิสัยส่วนตัวกลัวว่าจะโดนเพื่อนล้อ ก็ตัดสินใจรูดซิปปากเก็บไว้ในใจดีกว่า

เหมือนเราจะรู้จักเขามากขึ้นนะ แม้ไม่ได้คุยกันสักคำ มีการกดไลก์รูปภาพกันบ้าง จนบางทีด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงก็มักจะคิดไปเองเวลาคนที่เราแอบชอบมากดไลก์ ว่าเขาอาจจะมีความรู้สึกเดียวกัน แต่จริงๆคือคิดไปเองนั่นแหละ

เราตัดสินใจเลิกชอบเขา เพราะเราคิดว่าการที่ได้ชอบมันมีความสุขก็จริง แต่มันก็ยังดีกว่าถ้าเราไม่รู้สึกอะไรเลย


เราตัดสินใจเลิกชอบ เลิกติดตามทุกอย่างในโซเชียลมิเดีย เราคิดว่าเราทำได้นะ แต่สุดท้ายเราก็กลับไปส่องเขาอยู่ดี...นี่แหละที่เขาเรียกว่ามูฟออนเป็นวงกลม


จนกระทั่งปี 4 ปีสุดท้าย ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เราติดตาม Instagram เขาอีกครั้ง เขาก็ยังรับเราและติดตามกลับ...ความเป็นผู้หญิงเขาทำสิบฉันคิดร้อยก็คิดว่าถ้าไม่มีใจคงไม่ฟอลกลับหรอก (อันนี้คิดเอง)


เรากับเขาเรียนอยู่คนละคณะนะคะ และเราคิดว่าเขาจำเราได้ จนมีวิชาหนึ่งที่เราต้องเรียนด้วยกัน เป็นวิชาของคณะเราที่ไปเรียนกับภาควิชาเขา แล้วมันก็บังเอิญที่รุ่นเขาเป็นคนสอนเรา ตอนแรกเราไม่เห็นเขาอยู่ในช้อปหรอกค่ะ มีแต่เพื่อนของเขาที่เราไม่คุ้นตา ตอนนั้นเป็นงานปั้นดิน เพื่อนที่รู้จักจริงๆมีแค่คนเดียว มันเลยทำให้เรารู้สึกเกร็งมาก


จากนั้นเขาก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ ซึ่งเขาอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ส่วนเราก็ทำงานอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง จนเขาเริ่มเดินวนไปหาเพื่อน


ต่อไปจะเป็นความขี้ป๊อดของเรานะคะ เขากำลังเดินมาที่โต๊ะเรา พอเห็นแบบนั้นเราเลยรีบเดินไปหาเพื่อนอีกโต๊ะ


ไม่กล้าจริงๆที่จะอยู่ใกล้หรืออยู่ต่อหน้าเขา...คนมันไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ มันก็จะลนลานแบบนี้แหละค่ะ



ทุกอย่างมันเหมือนเดิม ไม่มีความคืบหน้า เราไม่กล้า ไม่เข้าหา จนเราเลิกติดตามเขาอีกครั้งในโซเชียล มันเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะไม่ทำให้เรายึดติด เรากลัวว่าถ้าสารภาพไปคงจะมีคำตอบที่เราพอจะเดาได้ว่า ‘ไม่’ อย่างแน่นอน

กระทั่งวันรับปริญญา เราเจอเขาอีกครั้งในชุดบัณฑิต เขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ท่าทางเหมือนเดิม รอยยิ้มเหมือนเดิม เขาคงไม่เห็นเราหรอก มีแต่เรานี่แหละที่มองเขา มันน่าตลกเหมือนกัน ชอบเขามาตั้งแต่ปีสองจนรับปริญญาก็ไม่เคยไปสารภาพรัก ทนเก็บมานานมากๆ

หลังจากรับปริญญาเราเจอเขาถ่ายภาพกับผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก ยิ้มสวย มีเสน่ห์มากๆ ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเขาทั้งสองเป็นอะไรกัน แต่ก็รู้สึกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างได้แล้ว เรียนจบแล้วก็กล้าหน่อยสิ

วันต่อมาเราทักเขาไป สารภาพออกไปว่าชอบเขา

‘นี่เธอ’
‘เราชอบเธอนะ ไม่ได้ให้ชอบตอบ แค่บอกเฉยๆ’ 

นี่เป็นประโยคสารภาพที่เรากลั้นหายใจพิมพ์ ตัดสินใจบอกเพื่อนว่าแอบชอบคนนี้ เพื่อนเราก็งงตาแตกว่าทำไมไม่แสดงอาการเลย ถึงจะแสดงอาการก็คิดว่าชอบเล่นๆ เราร้องไห้หนักมาก เดินร้องไห้กลางห้างจนพนักงานมองกันเป็นแถว แล้วก็ไปนั่งร้องไห้้ในห้องน้ำบ่นให้เพื่อนฟัง

เนียนเก่งเหมือนกันนะเรา

เราคิดว่ามันคงไม่มีคำตอบที่เราต้องการจากคำสารภาพครั้งนี้ แต่เขาก็ตอบดีมากนะ 

‘ขอบคุณครับ’
‘Congratulations นะครับ’ 

แค่นี้ก็โคตรดีมากๆแล้ว จนเราได้รู้ว่าเขามีแฟน เป็นผู้หญิงที่เขาถ่ายภาพด้วยนั่นแหละ ตอนแรกก็เฟลนะ มันมีนอยด์บ้างของคนที่แอบชอบมานาน 

ถึงตอนนี้ เราไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของเราไหม เราดีใจที่ครั้งหนึ่งเธอเป็นคนที่ทำให้เรารู้จักคำว่ารักครั้งแรกนะ ถึงแม้จะเป็นการแอบรักฝ่ายเดียวก็ตาม

ที่เราตัดสินใจเลิกติดตามทุกอย่าง มันก็เพราะตัวเราที่ไม่อยากรู้สึกหรือแสดงด้านแย่ของตัวเองออกมาเมื่อเห็นภาพของเธอทั้งสอง เรียกง่ายๆก็อิจฉานั่นแหละ

แต่ก็ยินดีที่ได้เจอกันนะ แม้จะไม่เคยได้ถามชื่อ ไม่เคยคุยต่อหน้า
แต่เรายินดีมากๆที่เราชอบเธอ หวังว่าเธอจะมีความสุข

   ขอให้ความรักของเธอแล้วก็พี่สาวคนนั้นมีแต่ความสุขนะ 

SHARE
Writer
parichwrite
human | writer
novel / article / from someone to somebody

Comments

jxsunsetrise
27 days ago
แง เค้าขอให้คุณมีความสุขเหมือนกันนะคะ สู้ๆนะคะ
Reply
parichwrite
26 days ago
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
RANG
27 days ago
ฮืออออ เหมือนกำลังอ่านชีวิตตัวเอง แต่ต่างกันนิดหน่อยตรงที่เรายังไม่กล้าที่จะบอกชอบเขา 9 ปีแล้วที่ติดตามเขา ติดตามทุกช่องทางกดทุกไลน์ เราไม่กล้าจริงๆ ก็คงแอบชอบแบบนี้ไปเลื่อยๆแหละ ^^
Reply
parichwrite
26 days ago
ตอนสารภาพไปเราก็ปิดมือถือปิดทุกอย่าง กลัวฟีดแบค แต่พอสารภาพไปคือมันโล่งมากๆเลยค่ะ
Whalien52s
13 days ago
อ่านเรื่องของคุณแล้วเหมือนส่องกระจกเลย ขอให้คุณได้รับความรักบ้างนะคะ

Reply