รีวิว และสปอยหนัง The Dark Knight Rises เวอร์ชั่นกักตัว
(มีคำหยาบบ้างเล็กน้อย เพื่อให้ได้อรรถรสในการเล่า  ขออภัยล่วงหน้า)

หลังจากที่ปี2020ต้องรับมือกับเหตุการณ์ที่คนส่วนใหญ่ต้องเจอกับสภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ซึ่งเหตุการณ์รุนแรงแบบไม่เคยมีใครมีประสบการณ์เช่นนี้เลยในชั่วชีวิตของตนเอง 

ทุกคนต้องปรับตัวในช่วงวิกฤตนี้ แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ผมมีเวลาว่างมากขึ้นที่จะได้ลองทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ  หนึ่งในนั้นก็คือการได้กลับมาได้เขียนรีวิวหนังอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไป 10 ปี
(สปอยเนื้อเรื่องหนักมาก​ เน้นให้เข้ากับสถานการณ์)
The Dark Knight Rises 
เริ่มเรื่องจากพี่แบทแมนของเราได้หายไปหลายปีจากเมืองก็อตแฮมซิตี้  มีวายร้ายที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมอำมหิต ชื่อว่า "เบน" ในฐานะผู้นำคนใหม่ของพันธมิตรแห่งเงา ได้วางแผนชั่วร้ายอะไรบางอย่างอยู่  โดยรวบรวมพวกแก๊งคนเกเรไปไปทำงานก่อสร้างอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน ถึงขั้นสร้างเมืองอาศัยอยู่ในนั้นได้เลย 

แผนการณ์ของเบน

1. ให้นางแมวป่า ขโมยลายนิ้วมือของบรูซ เวยน์ไป  เบนก็ไปตลาดหุ้น ทำทีเป็นไปปล้น แต่จริงๆแล้ว เอาลายนิ้วมือที่ขโมยมาไปสั่งขายOptions (สิทธิ์ในการซื้อหุ้น) ของบริษัทตระกูลเวยน์ทั้งหมด  ทำให้บรูซ เวยน์ หรือว่าพี่แบทแมน แทบหมดตัว และไม่มีสิทธิ์ใดๆในบริษัทตัวเองอีก

2. ส่งทาเลีย (ตัวร้ายผู้หญิง) มาทำให้พี่แบทแมนไว้ใจ และช่วยเหลือในยามตัวเองตกอับ  เลยให้เข้าถึงข้อมูลของโปรเจคพลังงานฟิวชั่นอันเป็นโปรเจคลับที่ใช้เงินมหาศาล และรู้กันอยู่แค่ไม่กี่คน

3. ขู่นางแมวป่า ให้พาแบทแมนเขามาในอุโมงค์ แล้วก็จัดการให้สาหัส แต่ไม่ฆ่าให้ตาย เพราะอยากให้รอดูความฉิบหายของเมืองก็อตแฮมก่อน ถึงจะอนุญาตให้พี่แบทแมนตายได้

4. เบน เอาตัวพี่แบทแมนไปขังไว้ในคุกลับที่อยู่ใต้ดิน ในนั้นยังอุตส่าห์มีทีวีเพื่อเปิดให้ดูข่าวหายนะของเมืองก็อตแฮมด้วยนะ  โดยที่พระเอกก็สาหัส แถมคุกนี้ไม่มีใครเคยหนีออกไปได้ ยกเว้นเด็กในตำนานเพียงคนเดียวที่เป็นลูกของราซ อัลกูล อาจารย์และศัตรูเก่าของพี่แบทแมน

5. เบนเริ่มดำเนินการแผนที่เชื่อมโยงมาทั้งหมด  โดยเริ่มจากระเบิดสนามกีฬาในการแข่งขันถ่ายทอดสด เพื่อข่มขู่ และประกาศให้รัฐบาลกลางคำสั่ง "กักตัว"ไว้ดังนี้

       5.1 เบน และพันธมิตรแห่งเงา ได้ยึดพลังงานฟิวชั่น และเปลี่ยนให้เป็นระเบิดนิวเคลียร์พลังทำลาย 4 ล้านตัน  ถ้ารัฐบาลกลางมายุ่ง จะกดรีโมทระเบิดเมืองนี้ให้เป็นจุด
       
       5.2 ตำรวจส่วนใหญ่มากกว่า 99%  ถูกหลอกให้ไปอยู่ในอุโมงที่เตรียมไว้ แล้วปิดทางเข้าออก ทำให้แทบไม่มีตำรวจเหลือในเมืองนี้อีกแล้ว

       5.3 ให้รัฐบาลกลางส่งอาหารและน้ำที่จำเป็นมาใช้ได้อย่างเดียว และห้ามประชาชนออกจากบ้าน 

       5.4 ปล่อยนักโทษออกมาจากคุกท่ั้งหมด และให้เสรีภาพเฉพาะกับพวกของตัวเอง ในการไปยึดทรัพย์สินของคนรวย หรือทำตัวเป็นผู้พิพากษาสั่งประหารใครก็ได้ 
 
       5.5 ถ้าไม่ทำอะไรเลย ระเบิดนิวเคลียร์ก็จะถูกจุดเองในเวลา 5 เดือน ตามแผนที่พันธมิตรแห่งเงาต้องการทำให้เมืองก๊อตแฮมมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน   เพราะพวกนี้มีอุดมคติใช้วิธีนี้เป็นการชำระล้างความโสมมให้กับเมืองต่างๆตามประวัติศาสตร์โลก  แถมราซ อัลกูร เคยปากดี บอกว่าพวกโรคระบาด เผาเมือง สงครามอะไรต่างๆเนี่ย  พวกกรูเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมดเอง

รัฐบาลกลางก็เลยไม่สามารถส่งกองกำลังเข้าไปช่วยได้ เพราะกลัวระเบิดนิวเคลียร์
ประชาชนธรรมดา ก็ต้องกักตัวอยู่แต่ในที่พัก 5 เดือน ห้ามออกไปไหน ห้ามมีกิจกรรมอะไร
ตำรวจที่ถูกขังอยู่ใต้ดิน ก็ได้สื่อสารกับคนที่เหลืออยู่ข้างบนได้  โดยวางแผนเพื่อที่วันนึงจะออกมา

พี่แบทแมนของเรา ก็เริ่มฟื้นฟูตัวเองทีละเล็กทีละน้อย แล้วพยายามหาทางหนีออกจากคุกใต้ดิน
วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก  เกือบห้าเดือนละ เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมง เมืองก๊อตแฮมจะเละเป็นจุณ  
แต่พี่แบทแมนหนีออกจากคุกได้สำเร็จ (ถ้าหนีไม่สำเร็จก็ไม่ใช่พระเอกละ)  แล้วก็กลับมาเมืองก๊อตแฮม เพื่อวางแผนช่วยตำรวจทุกคนออกมา และปลดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ให้ทันเวลา

ส่วนประชาชนทั่วไป ก็แทบไม่มีบทบาทในเรื่องเลย พอพี่เบนขู่เสร็จ  แล้วสุดท้ายก็โดนกักตัวในที่พักอาศัยอย่างเดียว  ห้ามออกมาป้วนเปี้ยนนอกเมืองยันจบเรื่อง  ไม่มีโวยวายลงSocial  ไม่มีกิจกรรมใด หรือหน่วยงานรัฐเปิดให้บริการ  แม้แต่ซูเปอร์มาร์เกต หรือร้านอาหารให้สั่งแบบกลับบ้านก็ไม่มีนะ   ปิดเรียบทุกอย่างยันจบเรื่องเลยจ้า   เพราะถ้าออกมาบนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตนี่ลูกน้องพี่เบนฆ่าทิ้งหมด   

แต่ข้อดีของการกักตัวมาตลอดเรื่อง  ก็เพื่อฉากไคลแม็กซ์ที่ พี่แบทแมน นำทัพตำรวจ มาปะทะกับ กองทัพของเบนนี่แหละ   เปิดตัวมาตอนสองฝ่ายกำลังจะเข้าตะลุมบอนกันนี่โคตรอลังการดาวล้านดวง    

แต่พอถึงเวลาประชิดตัว   คนเป็นพันคนซัดกันอีรุงตุงนัง ต่อยกันเหมือนเด็กช่างกล  ทั้งๆที่ทีมของเบนมีปืนสงคราม  แต่ตำรวจมีแค่ปืนสั้นเองนะ   แต่ใช้ยิงกันแค่ตอนแรกนิดเดียว   ในหนังอาจจะอ้างได้ว่า พอมีการสู้กันตะลุมบอนแล้ว  ทำต่างฝ่ายต่างไม่สามารถใช้ปืนได้  เพราะมันจะทำให้โดนพวกเดียวกันได้   เลยต่อยกันแบบแมนๆ ดีกว่า  ซึ่งก็ทำให้พลังของฉากนี้ดรอปลงไปอย่างน่าใจหายเลย   

ส่วนแบทแมนก็เดินดุ่ยๆ แบบหัวหน้าแก๊งค์จะไปท้าต่อยกับเบนเพื่อสะสางหนี้แค้นที่แพ้ไปหมดรูปคราวที่แล้ว   แต่ภาพมันก็จะดูขัดๆตาจากหนังแบทแมนนิดหน่อย เพราะในฉากเป็นกลางวันแสกๆ แถมมาต่อยกันบนถนนใหญ่ในเมือง  เอาจริงๆ มันจะรู้สึกขัดกับหนังแบทแมนที่ได้ชื่อว่าเป็นอัศวินรัตติกาลอยู่หน่อยๆ   

สรุปแบทแมนค่อยถูกจุดอ่อนของเบน คือหน้ากากที่ใส่เพื่อให้ยาลดความเจ็บปวด  พอต่อยเฉี่ยวๆไปโดนท่อหลุดนิดหน่อยเท่านั้นแหละจ้า  เบนร้องโอ้ย โอ้ย แบบพี่แจ้ เลย กระจอกสิ้นดี   แล้วทำไมตอนเจอกันรอบแรกมรึงไม่ทำอย่างนี้  ไม่งั้นหนังก็จบไปแล้ว หยุดแผนการณ์ชั่วร้ายได้เด็ดขาด  ไม่ต้องให้ประชาชนมากักตัว

พอแบทแมนกำลังจะเบนว่า ระเบิดนิวเคลียร์อยู่ไหน บอกกรูมาแล้วกรูจะอนุญาตให้มึงตาย ย้อนคำพูดเบนคืนแบบเจ็บแสบอีก   พอมานั่งนึกบทในเรื่องนี้ก็ค่อนข้างมีปัญหาจริงๆในช่วงท้าย  สถานการณ์ก็ตึงเครียดระเบิดนิวเคลียร์กำลังจะระเบิด กำลังจะตายห่ากัน 12 ล้านคน  แต่ยังมีเวลามาพูดคำพูดแบบลิเกๆอีก

ในที่สุดปมตอนท้ายก็เฉลยออกมา  ตัวร้ายหญิงที่ชื่อทาเลีย  แอบแอ๊บดีตอนแรกจนบรูซ เวยน์ไว้ใจ  ก็มามีดแทง แทงแล้วก็บิด  แล้วก็บอกว่า กรูที่แหละ ลูกของราซ อัลกรู ที่หนีออกมาจากคุกโว้ย  ไม่ใช่เบน  แต่เบนน่ะผัวกูเอง   แล้วแบทแมน มรึงอย่าพึ่งตายนะ  รอดูก๊อตแฮมพินาจก่อน  (ก็เพราะพวกมึงมัวแต่จะโชว์ปากดีกันอยู่อย่างนี้นี่ไง)

สุดท้ายแบทแมน พี่เบนก็ถูกแมวป่าที่กลับใจ  บุกเข้ามาช่วยเบน แล้วตัวร้ายก็ตายแบบโง่ๆ ทีเดียวจอดเหมือนเดิม  ทั้งที่เปิดตัวมาด้วยความโหดอำมหิตเลือดเย็น  แต่ตายแบบไม่มีอะไรให้จดจำเลย  ยิ่งถ้าเทียบกับภาคที่แล้วที่มีโจ๊กเกอร์แล้ว  เบนดูเป็นเหมือนหัวหน้าเด็กเกเรธรรมดา ที่หลงรักลูกครูใหญ่ (ราซ อัลกรู) 

พี่แบทแมน นางแมวป่า และผบ.ตร. แย่งนิวเคลียร์มาได้  ทาเลียก็ตายแบบโง่ๆ คือขับรถหนีจนตกอุโมงค์ กระดูกหักตายจ้า  แต่ยังๆ  ความปากดียังไม่มีสิ้นสุด  

ก่อนตายนางยังปากดีบอกว่า พวกมรึงหยุดกูไม่ได้หรอก เพราะกูทำลายห้องควบคุมไปแล้ว ยังไงระเบิดก็ต้องระเบิดจ้า เหลืออีกแค่ไม่กี่นาที  แต่ที่ฮากว่านั้นก็คือ  แทนที่พวกแบทแมนจะไปสนใจที่ระเบิด กับไปยืนฟังทาเลียปากดีก่อนตายจนจบ  แถมรอมันหมดลมหายใจอีก  เฮ้ย....คนอีก12ล้านจะตายจะเฟ้ย


พอทาเลียตายปุ๊บ พี่แบทแมนเหมือนได้สติก่อน โอเคในเมื่อหยุดไม่่ได้ กรูขับยานไปทิ้งที่ทะเลก็ได้ฟะ  (ขณะนั้นเหลือเวลาอีกประมาณ 2 นาทีจะระเบิด)   ยอมพลีชีพ หล่อโคตรๆ บิ้วอารมณ์มากำลังได้เลย  แต่.....

พี่ผบตร.กอร์ดอน มรึงยังมีเวลาอีกนะ แบทแมนกำลังจะขับยานไปทิ้ง  มึงเสือกเรียกให้จอดเหมือนเรียกแท็กซี่  บอกว่าก่อนจากกันผมอยากรู้ว่าตัวจริงคุณเป็นใคร   (พวกมรึงกำลังจะตายกันหมดอยู่แล้ว ยังอยากรู้ตัวจริงแบทแมนอีกเนี่ยนะ???? )

ฉากในหนังก็บิ้วมาต่อ ทั้งเสียงเพลงให้ระทึก และตัวจับเวลาที่บอกว่าเหลือแค่นาทีกว่าๆ  แต่สิ่งที่แบทแมนทำ แทนที่จะบอกว่าตรูคือ บรูซ เวยน์ แล้วรีบๆขับยานไป  ยังมีเวลามาประดิษฐ์คำอีกว่า ฮีโร่จะเป็นใครก็ได้ แม้แต่คนที่เอาเสื้อคลุม และปลอบโยนแก่เขาว่าโลกนี้ยังไม่แตกสลาย  (ทำไม แบทแมนมึงก็บอกไปตรงๆก็ได้ ทำไมต้องติสท์ขนาดนี้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานฟะ)   หลังจากนั้นกอร์ดอนก็ยืนงงๆ เอ๋อแดกกับคำตอบ  แล้วพี่แบทแมนก็เลยรีบขับยานออกไป ทำหน้าแบบว่ากรูไปได้สักที ถามห่าอะไรอยู่ได้


ตัดภาพมาที่ ผบตร.กอร์ดอน เอ๋อแดก แทนที่จะลุ้นให้พี่แบทแมนรีบขับยานออกไปที่อ่าวเร็วๆ  ยังมีเวลามาทำหน้าครุ่นคิด ระลึกถึงความหลัง  แล้วก็นึกได้ว่า โอ้ ที่แท้ พี่แบทแมนก็คือ บรูซ เวยน์นี่เอง    

คือ........ พอหนังทำแบบนี้ปุ๊บ  ฉากตอนท้ายมันเลยอารมณ์สะดุดไปเยอะ พวกมรึงมีเวลาคุยกันเยอะแบบนี้  กรูรู้เลยว่า พระเอกทิ้งระเบิดทันแน่นอน  แบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากเลย  

ตัดภาพมา ตำรวจควบคุมตัวผู้ร้ายได้เป็นระเบียบเรียบร้อยง่ายๆ ผู้ร้ายคุกเข่าลงนั่งเรียบร้อย โดยมีตำรวจควบคุมไว้ ทั้งๆที่มึงมีอาวุธสงคราม รถถังไม่รู้กี่คัน  แต่บทจะแพ้มรึงตัดภาพมาอย่างงี้เลยเนี่ยนะ  งงว่าแพ้ได้ยังไง พลาดตรงไหน  

ตอนจบประชาชนทั่วไปก็กลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง ไม่ต้องกักตัวอีกแล้ว  ถึงจะเป็นฉากสั้นๆ ไม่ได้เน้น แต่ก็ทำให้รู้ว่าประชาชนกล้าออกมาเดินนอกบ้าน และเริ่มทำกิจกรรมตามปกติ  หลังจากที่ ก๊อตแฮมถูก Shutdown ทุกอย่าง  ทุกคนในเมืองรู้ว่าแบทแมนคือฮีโร่  แบทแมนคือสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้กับความชั่วร้าย หล่อโคตรๆ

แต่เอาจริงๆ อุดมการณ์ของฝ่ายผู้ร้ายนี่ ค่อนข้างประสาทใช้ได้เลย กับการคิดว่าหากมีความชั่วร้ายในเมือง เมืองมันมีแต่คนเลว คนชั่ว ก็ต้องล้างเมืองทิ้งไปด้วยการทำลาย  หรืออย่างไอนิวเคลียร์ล้างโลกนี่ มันพิสูจน์แล้วว่าค่อนข้างจะไร้สาระ  เพราะถ้าระเบิดเมืองด้วยนิวเคลียร์ กัมมันตภาพรังสีจะยังคงอยู่อีกเป็นพันปี   แล้วมันก็ปลิวไปได้ทั่ว เมืองอื่นก็ได้รับผลกระทบหมด  ถึงจะไม่เท่าโควิด19  แต่สุดท้ายมันก็ไปกระทบทุกคน ไม่เลือกฐานะ เพศ เชื้อชาติ ดี เลว 


ดังนั้นหลังจากเรื่องโควิดผ่านไป ผมก็เชื่อว่าคงจะมีผลกับแนวคิดของมนุษย์ทุกคนไม่มากก็น้อย  และต้องมีการเปลี่ยนแปลงในหลายส่วนเกิดขึ้น ตั้งแต่ตัวเองจนถึงสังคม  

ขอให้ทุกคนรักษาเนื้อรักษาตัวให้รอดจากวิกฤตนี้ไป  แล้วจะได้มีเวลาปากดีกันใหม่ครับ

ขอให้ทุกคนมีความสุข


  

 

SHARE
Writer
lifesucks
นักเขียนในตำนาน
ใช้ชีวิตชิวๆ พอรู้เท่าทันด้านมืดและสว่างในใจคน อยากจะลองเขียนสัพยอกชีวิตห่วยๆ สังคมตอแหลกันดูบ้าง ขอไม่พาดพิงบุคคลใดโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่อาจเกิดขึ้นที่ใดในโลกก็ได้

Comments