ระหว่างหลงทาง

แด่ความว่างเปล่าในชีวิตที่ผ่านเข้ามา


     ครั้งหนึ่งในสมัยที่ถูกเรียกว่า วัยเยาว์ สิ่งที่พบเจอมากมายเปรียบเสมือนการเรียนรู้ในเส้นทาง โดยเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่รู้ เดินทางผ่านถนนแห่งความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต การเริ่มค้นคว้า จนถึงสุดปลายทางคือการได้รู้ ถนนสายนี้ไม่สิ้นสุด ล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง



    ก่อนเริ่มเดินทางไกลจากวัยที่เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความคิดที่บริสุทธิ์ มีคำถามที่ไม่ได้ต้องการจะใฝ่หาคำตอบเท่าไหร่นักเกิดขึ้นว่า 'มนุษย์เราต้องโตแค่ไหนถึงสัมผัสได้กับความว่างเปล่าของชีวิต' มันค่อนข้างน่ากลัวและน่าสงสารจับใจ คงเป็นความรู้สึกเหมือนกระดาษเปล่าไร้รอยขีดเขียน หรือไม่ก็คงจะเหมือนการมีชีวิตในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ อย่างเดียวดาย ไร้ความหวัง และความสงสัยก็เป็นแค่เพียงความสงสัยที่จางหายไป



     จนได้เริ่มเดินทาง ในระหว่างทางเราเคยมีโอกาสได้สำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนมาจำนวนหนึ่งในช่วงเวลาเรียน พอได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ผ่านสายตาและการได้พูดคุย ได้เห็นความว่างเปล่าของชีวิตในบั้นปลายสุดท้ายก่อนร่างกายจะทรุดลงด้วยวัยชราหรือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ 
ยกตัวอย่างบทสนทนาที่เกิดขึ้น อย่างเช่น

'ลุงย้ายมาอยู่คนเดียวที่นี่ ญาติพี่น้อง หรือภรรยาไม่มีใครอยู่แล้วล่ะ อยู่คนเดียวมาหลายปีจนชิน'

'ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ บางครั้งต้องพึ่งยากว่าจะนอนได้ ทุกคืนเอาแต่คิดถึงเรื่องชีวิตที่ผ่านมา'

รวมถึง 

'ช่วงอายุปูนนี้แล้วมีชีวิตอยู่ไปก็เพื่อรอความตายเท่านั้น'



     มองย้อนกลับมาชีวิตเราเองก็เดินทางผ่านเรื่องราวมากมาย ความวุ่นวาย ปัญหาที่ต้องพบเจอ เส้นทางสำคัญอีกหนึ่งสายของการเดินทางไกลถูกสร้างจุดหมายไว้ คือ การเรียนจบ เมื่อผ่านพ้นจุดนั้นมาแล้ว สิ่งต่อไปหลังจากนั้นคงเป็นการเตรียมตัวเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือการเริ่มทำงาน แต่การเดินทางกลับหยุดชะงัก จุดหมายปลายทางก็ดูไกลเกินกว่าที่สามารถมองเห็นได้ และด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ระยะเวลาจากตอนนั้นถึงตอนนี้อายุ 22 ย่างเข้า 23 ปี ในอีก 5 เดือน การเติบโตจนได้สัมผัสกับความว่างเปล่าใช้เวลาไม่นานเลยทีเดียว อยู่ๆ ก็มีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะในปีวิกฤตที่เกิดจาก covid-19 แบบนี้ เรามีเวลาทบทวนเรื่องราวชีวิตมากเกินไป จนได้ข้อสรุปที่แปรเปลี่ยนเป็นคำถามที่ว่า เรามีชีวิตไปทำไม แน่นอนเลยว่าไม่ใช่ความเศร้าหรือความคิดเพื่อจบชีวิตตนเอง แต่คือความรู้สึกที่ว่างเปล่าจริงๆ เป็นความล่องลอยที่ไม่ใช่กระดาษไร้รอยขีดเขียน หรือพื้นที่สี่เหลี่ยมใดๆ มีแค่ตัวเรากับอารมณ์ที่เอาแต่ตั้งคำถามตลอดเวลา เหมือนความรู้สึกที่อยู่ไปวันๆ ไม่รู้ว่าอยู่ไปทำไม อีกนานแค่ไหน และต่อไปจะเป็นยังไงต่อ 



     ลองทบทวนดูก็คงมีหลายคนที่เคยเป็น อาจจะเป็นอยู่ หรือผ่านมันมาแล้วก็ตาม ครั้งหนึ่งเคยมีเพื่อนที่คุยกับเราเมื่อนานมาแล้วว่า พบเจอกับความรู้สึกแบบนี้ ณ ตอนนั้นเราเข้าใจ แต่ไม่อาจสัมผัสได้ถึงความลึกของมันขนาดนั้น แน่นอนว่าสิ่งนี้จะกินเวลาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตเรา แต่สุดท้ายแล้วมันจะดีขึ้น สิ่งต่างๆ จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามที่ควรจะเป็น มันคงเป็นเพียงความรู้สึกจากการเปลี่ยนผ่านของชีวิต ไม่ใช่จุดจบในชีวิต และทุกความสงสัยมีเส้นทางเดินไปสู่จุดหมายผ่านการค้นคว้าเสมอ


การค้นคว้าที่หมายถึงการใช้ชีวิตอีกนั่นแหละ 


ใช่ว่าทุกการค้นคว้าที่ไม่มีจุดหมายจะไร้ซึ่งสิ่งใด   อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นอะไรจากมันมากกว่า 


หวังว่าช่วงเวลานี้จะผ่านไปไวๆ เมื่อไหร่ที่ได้เข้ามาอ่านอีกครั้ง หวังว่าเธอจะโตขึ้นไปอีกมากมาย และเมื่อใดที่เธอรู้สึกว่างเปล่า ให้เธอรู้ไว้ว่าเธอจะเจอปลายทางของมันในสักวัน ไม่ต้องรีบร้อน 


โปรดจงเชื่อใจตัวเอง


SHARE
Writer
myblueandmoon
student
maybe shine and maybe cry

Comments

PHO33
15 days ago
เหมือนรู้สึกผูกพันกับคุณมากๆ
Reply
IC
14 days ago
แทนใจมาก ๆ เลยค่ะคุณ
Reply
storiesme
11 days ago
-มันคงเป็นเพียงความรู้สึกจากการเปลี่ยนผ่านของชีวิต ไม่ใช่จุดจบในชีวิต- รุ้สึกได้เลยคะว่าชีวิตต้องมีอะไรมากกว่าตอนนี้ ขอบคุนสำหรับคำนี้นะคะ
Reply
เหมือนชีวิตเราตอนนี้เลย ว่างเปล่ามากๆ
Reply
aaiirnnuutt
1 day ago
หลังจากจบมา 2 เดือนเราต่างจมอยู่กับความรู้สึกนี้ ตั้งคำถามซ้ำๆทุกวันว่าเมื่อไหร่มันจะผ่านไป
#ไม่ว่าเราหรือใครขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดี 🌻
Reply