ความจริง รับไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย
“มันให้ชีวิตแกหรอ? มันให้ข้าวแกกินหรอ?”

เสียงเกรี้ยวกราดที่เต็มไปด้วยความโกรธจนสั่นไปทั้งคำพูดดังขึ้นพร้อมกับฝ่ายที่รับฟังได้กลั้นเสียงสะอื้นไห้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ไม่วายที่ฝ่ายที่พยายามกลั้นหยาดน้ำตานั้นจะปล่อยโฮออกมา ราวกับหัวใจและร่างกายจะแหลกสลาย

”ใจเย็นนะเคท” ทีน่าพูดพลางเดินเข้ามาที่ระหว่างคนสองคน

“นี่ก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว เค้าก็แต่งงานไป 2 ปีแล้ว นี่พวกมันก็มีลูกขวบกว่าแล้ว...” เคทพูดเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นและความจริงจัง

ใช่... ใช่... 

ทุกอย่างที่เคทพูดมันถูก

น้ำตาของฉันมันไหลราวกับคลื่นพายุ ฉันกรีดร้องพลางทุบหน้าอกตัวเอง เจ็บเหลือเกิน ทำไมหนอ ทำไม ความรัก มันถึงสามารถทำให้คนเจ็บได้ถึงเพียงนี้ 

“แม่!” ทีน่าร้องขึ้น “เทอร์รี่... แม่มา!”

“อารี่! เป็นอะไรลูก” 

แม่ตกใจมากพลางเข้ามากอดฉันที่กำลังร้องไห้จะเป็นจะตายแทบขาดใจ ฉันนอนอยู่บนเตียง เตียงที่ฉันและเค้า... เคยใช้ร่วมกัน
“แม่จ๋า... ทำไมมันเจ็บแบบนี้? แม่จ๋า...”“โถลูก...” แม่หันไปหาทีน่า “ทำไมอารี่ถึงเป็นขึ้นมาอีก?”

“หนูก็ไม่รู้แม่... เมื่อกี้ก็ยังดีๆอยู่เลย”

“นอนก่อนนะลูกนะ พักก่อน ใจเย็นๆ”

“เรื่องนี้มันควรจะจบตั้งนานแล้วนะ” เคทเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา 

ภาพความทรงจำที่สองเราเคยให้คำมั่นสัญญากันไว้ปรากฎชัดขึ้น

“เรียนจบแล้ว... เราก็...” ดวงตากลมโตสวยหวานจับจ้องมาที่ฉัน “แต่งงานกันนะ”
“แต่งงานกันนะ”แหวนสีเงินถูกสวมเข้าที่นิ้วนางด้านซ้ายของฉัน

หยาดน้ำใสๆหลั่งไหลรินลงมาแทบไม่ขาดสาย ฉันหายใจหอบจนแทบจะหยุดหายใจ 

“มันไม่ได้เลือกเธอ มันเลือกผู้ชาย!” เคทเอ่ยเสียงเรียบ “สุดท้ายมันก็เลือกทางสบาย” 

คนผมสีเทาลอนสวยขยับเข้ามาใกล้ฉัน ฉันตัวชาไปหมดจนแทบไม่รับรู้ถึงร่างกายของฉันแล้ว

ทีน่าเดินเข้ามาขวางเคทก่อนจะพูดขึ้น
“ความเป็นจริง มันก็เหมือนกับยา”“เราต้องดูและวิเคราะห์ก่อนว่าผู้รับนั้นสามารถรับยาได้มากน้อยเพียงใด” ทีน่าหันไปทางเคท “เพราะถ้าผู้รับได้รับยามากเกินไปในเวลาที่ไม่เหมาะสม”


“ผู้รับก็อาจจะถึงตายได้”

เคทยังคงสีหน้าเรียบเฉย แต่แล่วจู่ๆเคทก็กลับทำเรื่องประหลาดใจ... เคทเข้ามาโอบกอดฉัน
“ขอโทษนะ” เสียงเรียบๆเอ่ยคำพูดสามพยางค์ออกมา


ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่หากผู้รับไม่ได้รับมันอย่างถูกที่ถูกเวลา และหนำซ้ำผู้ให้ยังไม่ได้มอบมันพร้อมความรักและความพร้อมที่จะเข้าใจฝ่ายที่รับ มันก็อาจเป็นความจริงที่ไม่ควรค่าแก่การเป็นความจริง


“ความรักของพี่ที่มีต่อหนูมันมากกว่าความรักแบบคนรักนะคะ” 


“...” ฉันยืนไร้สิ้นเสียงใดๆ

“มันเป็นความรักแบบคนในครอบครัวไปแล้ว หนูเป็นน้องสาวพี่นะคะ”


“ตอแหล!” 


“แม่!” ทีน่าร้องขึ้น “ไม่เอาไม่พูดคำหยาบน้า” เสียงออดอ้อนพยายามสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น

“ก็มันจริงหนิ!” 

“ก็ฝั่งนั้นเค้ามีทรัพย์สมบัติเยอะ หน้าที่การงานก็ดีหนิ”

“ทุกคนก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองอยู่แล้ว” เจ้าของความคิดเห็นยังคงสีหน้าเรียบเฉย 

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ทีน่าจับมือฉันและโอบไว้ตลอดก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

“มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอก” 

“ก็จริง” เคทเห็นด้วย

“แม่” ทีน่ายื่นมืออีกข้างไปจับแม่ “ให้อภัยแล้วก็เลิกแล้วต่อกันนะ แล้วเรามาช่วยดูตัวรี่กัน”

แม่ร้องไห้ตามฉันแทบขาดใจก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสกับบาดแผลที่ฉันได้กรีดแขนตัวเองเป็นสิบๆรอยลึก โดยเลือดยังไหลอาบอยู่เล็กน้อย

ไม่มีใครรู้หรอกว่าในใจของแม่คิดเช่นไร... แต่สำหรับพวกเราสามคน... 
เราเลืิอกที่จะเดินต่อโดยไม่แบกความหลังไปกับพวกเราด้วย


ความเข้าใจที่เราทุกคนต้องมีในเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะคนใกล้ตัวและครอบครัว ความกรุณาที่จะรับฟัง ความเข้มแข็งที่จะหนุนและประคองกันไปในวันที่อ่อนแอ

ส่วนฝ่ายที่ทำร้ายเรา เราก็จงใช้ความรักและความเข้าใจรับฟังเค้าและเข้าใจในทางเลือกที่ตัวเขาเป็นคนเลือกเอง แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องติดต่อกันอีกต่อไป


*เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นๆนะคะ แต่... มันอ้างอิงมาจากเรื่องจริงค่ะ
SHARE
Written in this book
The Sisters’ Diary บันทึกของน้องและพี่ เทอร์รี่และทีน่า
บันทึกประจำวันของสองพี่น้องที่แฝงไปด้วยคำถามบางอย่างของชีวิตผ่านเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา Photo: https://pin.it/p77a3f3z4g2idk
Writer
terrytaksintaweesap
Artist
วาดรูปและขีดเขียนและบางวันก็อาจจะร้องเพลง

Comments