ความท้อแท้ของคนชอบเอาชนะ
      "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" เป็นโควทที่ไม่มีใครไม่เคยได้ยิน โดยเฉพาะถ้าคุณผ่านกิจกรรมยอดนิยมที่เราเรียกกันว่า "กีฬาสี" โควทนี้มีไว้เพื่อที่จะบอกว่าผลการแข่งขันไม่สำคัญหรอก แค่ได้เล่นก็พอ ให้อภัยกันเถอะนะ และถ้าหากคุณไม่สบอารมณ์กับโควทนี้เพราะคิดว่าการแข่งมันต้องหวังชัยชนะ คุณกับผมเป็นพวกเดียวกัน
เป็นพวกชอบเอาชนะยิ่งกว่าอะไร      ผมเป็นคนชอบการแข่งขันเอามากๆ ทั้งกีฬา เล่นเกม การเรียน ผมหวังที่จะเอาชนะทุกๆสนามที่ผมลงแข่ง และแน่นอน ผมไม่ได้ออลเพอร์เฟคหรอก ผมพ่ายแพ้มาก็หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยที่จะล้มความคิดอยากเอาชนะไปได้เลย ผมคิดมาตลอดว่าการเป็นคนอยากเอาชนะ มันเป็นข้อดี มันจะเป็นตัวผลักดันให้คุณไปถึงเป้าหมาย จะเป็นความคิดที่ทำให้คุณแข็งแกร่ง ผมเคยคิดแบบนั้นนะ เคยคิดแบบนั้นเลย

      แต่ทุกวันนี้ผมกลับมานั่งถามตัวเองอีกครั้ง
การชอบเอาชนะ มันเป็นข้อดีหรือข้อเสียกันแน่
      หลังจากตัวผมได้ผ่านสนามมาหลายต่อหลายนัด ตัวผมก็ยังคงกระหายในชัยชนะอย่างไม่ย่อท้อ จนมาถึงสนามใหญ่ที่ผมรู้ตัวดีว่าสักวันหนึ่งผมต้องเจอ แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะยากเลยแม้แต่นิดเดียว สนามที่เรียกว่า "ชีวิตจริง" ก็แค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ ทำงาน หาเงิน เลี้ยงพ่อแม่ สร้างครอบครัว ก็แค่ชีวิตประจำวัน ไม่เห็นต้องนับเป็นการแข่งขันเลย แต่ผมก็เพิ่งมารู้สึกตัว นี่จะเป็นการแข่งขันที่ยากที่สุดของผม เป็นการแข่งขันที่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่มีการแก้ตัวในบางครั้ง ฟังดูยากนะ แต่ถ้ามันยังคงเป็นการแข่งกับตัวเองอยู่ ผมแค่ไม่ต้องกดดันตัวเองก็พอ แต่พอผมแพ้เข้าหลายๆครั้ง กว่าจะรู้สึกตัว ผมก็เหลือบไปเห็นคู่แข่งของตัวเอง ที่อยู่หลังผมเพียงไม่กี่ก้าว

      การที่คุณชอบเอาชนะนั้น ข้อเสียที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือคุณจะเป็นพวกที่มี "ภูมิคุ้มกันต่อความผิดหวังต่ำ" ทุกครั้งคุณจะหวังชัยชนะโดยทุ่มสุดตัว ใส่ความหวังไปสุดใจ แต่นั้นทำให้คุณจะเจ็บยิ่งกว่าเดิมเมื่อคุณแพ้ และพิษร้ายของความพ่ายแพ้ก็จะกัดกินหัวใจคุณไปเรื่อยๆ พิษที่ชื่อว่า "ความผิดหวัง" ผิดหวังอะไรก็ไม่เท่ากับการผิดหวังในตัวเอง เมื่อความผิดหวังนั้นสะสมในใจคุณมากพอ คู่แข่งที่ไล่ตามหลังคุณมาอย่างเงียบๆก็โผล่มาแนะนำตัวกับคุณอย่างได้จังหวะ
สวัสดีคนชอบเอาชนะ เราชื่อ "ความท้อแท้" คู่แข่งของนายเอง      เมื่อความท้อแท้ไล่ตามคุณทัน คุณจะหยุดวิ่งลงอย่างรวดเร็ว คุณจะไม่คิดจะเอาชนะอะไรอีกต่อไป คุณจะล้มลงกับพื้นและไม่อยากวิ่งอีกต่อไปแล้ว ปัญหาทุกอย่างในชีวิตเข้ามาพร้อมกันจนจัดการทีละเรื่องไม่ได้ ประสิทธิภาพในการจัดการก็จะต่ำลง แล้วผมก็พ่ายแพ้ให้กับทีละปัญหา ผมได้แต่เกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ และท้ายที่สุด ผมก็ท้อแท้จนเกินกว่าจะเอาชนะใครอีกแล้ว

      สิ่งที่ผมกำลังทำในตอนนี้ คือการลุกขึ้นมาสู้ต่ออีกครั้ง ถึงแม้จะยาก แต่ที่ผ่านมาผมก็เคยวิ่งนำความท้อแท้อย่างไม่เห็นฝุ่น ครั้งนี้ผมจะต้องลุกและต้องปลดลิมิตเตอร์ที่เรียกว่า "การกดดันตัวเอง" โอเคผมวิ่งได้เร็วขึ้นแล้ว และผมจะต้องติดบูสเตอร์ที่เรียกว่า "ความกระหายชัยชนะ" อีกครั้ง ผมถามตัวเองอยู่หลายครั้ง ว่าควรจะทิ้งบูสเตอร์ตัวนี้ไปดีมั้ย แต่ก็ป่วยการ 
I was born this way, So i wont let my guard down again. Punch at me you disappoint, I'll Stronger than anything I won't let you win never ever    เพราะฉะนั้นผมจะขอสรุปว่าการที่พวกเราทุกคนเป็นคนชอบเอาชนะนั้น เป็นข้อดีหรือข้อเสีย เอาชนะความท้อแท้ให้ได้สิ แล้วคุณจะรู้มันด้วยตัวเอง
SHARE
Writer
Knox
Writer
it's me your man

Comments