นาฬิกาชีวิตของฟรีแลนซ์
เมื่อย่างก้าวเข้ามาเป็นฟรีแลนซ์ อาจจะคิดว่าเป็นฟรีแลนซ์สบาย ทำงานเมื่อไร เลิกเมื่อไรก็ได้ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่มีใครมาจับตามอง แต่หลังจากใช้ชีวิตเป็นฟรีแลนซ์มาปีนี้ปีที่ 12 เริ่มบรรลุได้ว่า การทำงานฟรีแลนซ์ "ควรหาทางสายกลางระหว่างการทำงานประจำกับการทำงานฟรีแลนซ์" ถ้าไม่อย่างนั้นนาฬิกาชีวิตจะพังมาก และเป็นสาเหตุให้สุขภาพไม่ดีในที่สุด

สมัยทำงานประจำ สุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยป่วยนอกจากเป็นไข้นานๆ ที 
แต่พอเป็นฟรีแลนซ์ นอกจากจะตรวจพบโรคประจำตัวถึง 2 โรคแล้ว ยังมีอาการนอนไม่หลับ เดินทั้งคืน ติดเหลือกตา เปลือกตาสั่นระริกอีกต่างหาก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์หนัก และเจอกับดักทางคอมพิวเตอร์ ทำให้คิดมาก และเครียดไปเองโดยปริยาย 

ที่เป็นอย่างนี้ เพราะไม่มีวินัยในการทำงานค่ะ

เมื่อเริ่มทำงานเมื่อไรก็ได้ เลิกเมื่อไรก็ได้ ประกอบกับบางครั้งหน้าที่การงานก็เร่งเร้าเอางานด่วน หรือนายจ้างติดต่อมาดึกๆ ทำให้ติดนิสัยนอนตื่นสาย (มาก) และเริ่มทำงานสาย เลิกงานดึกๆ ค่ำๆ กินอาหารไม่ตรงเวลา หิวเมื่อไรก็กิน บางทีไม่หิวก็ไม่กินเลย บทจะกินก็กินไม่ยั้ง ทำให้ร่างกายทำงานผิดปรกติ (ถ้าทำงานประจำ ยังไงก็ต้องกินข้าวเช้า ข้าวกลางวัน และข้าวเย็นเป็นเวลาประจำ) ตารางชีวิตรวนไปหมด พลอยทำให้สุขภาพแย่ แล้วถ้าทำงานประจำ ก็ยังต้องออกไปข้างนอกบ้าน ได้ออกกำลังกายขยับตัวทำนั่นทำนี่ แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ เดินสามก้าวก็ถึงโต๊ะทำงานแล้ว วันๆ อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้สุขภาพแย่ลงเร็วค่ะ

แต่อย่างไรก็ดี การทำงานประจำ ก็เสี่ยงออฟฟิศซินโดรมด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงควรหาทางสายกลางระหว่างการทำงานประจำและทำงานฟรีแลนซ์ และสร้างนาฬิกาชีวิตขึ้นมาใหม่ จะได้สุขภาพไม่แย่ค่ะ ถึงเป็นฟรีแลนซ์ ก็ต้องมีวินัยกับตัวเองมากๆ นะคะ
 
SHARE
Writer
Chocofrozen
Japanese Translator
เป็นนักแปลภาษาญี่ปุ่นปีนี้ปีที่สิบสอง เจอประสบการณ์งานแปลมาหลากหลายรูปแบบ แต่คิดว่าถ้าแปลต่อไปก็ต้องเจอประสบการณ์แปลกใหม่กว่านี้อีก ยินดีน้อมรับคำแนะนำจากทุกท่านค่ะ

Comments