The biggest challenge for German solidarity since World War II
วันก่อนเห็นคนบ่นกันเต็มไปหมดว่านายกบ้านเราแถลงอะไรก็ไม่รู้ พูดลอยๆ ไม่ชัดเจน ยิ่งพูดคนยิ่งตื่นตระหนก ขอแต่ความเชื่อมั่นในรัฐบาล แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นทำอะไรให้น่าเชื่อถือสักอย่าง

พอมาวันนี้เห็นคลิปคำแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีเยอรมัน 'อังเกลา แมร์เคล' ไหลผ่านไทม์ไลน์ทวิตเตอร์มา ทั้งเนื้อหา ภาษา การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง อารมณ์ สีหน้าแววตา บุคลิกท่าทาง ฉันดูแล้วรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก 

ครั้นจะส่งไปให้เพื่อนดู เพื่อนๆ ก็ฟังภาษาเยอรมันกันไม่ออกเสียแล้ว ก็เลยเสียดาย อยากให้คนอื่นๆ ได้ลองฟังด้วย ฉันเลยแปลสิ่งที่คุณแมร์เคลพูด เอามาแบ่งปันในนี้ละกัน 

ให้แปลทั้งคลิป 12 นาทีคงไม่ไหว งานแปลหลักยังมีค้างอยู่ เอาคลิปในข่าวฉบับย่อเหลือ 5 นาทีละกันเนอะ

.

.

.


ประชาชนที่รัก ขณะนี้โคโรน่าไวรัสได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในประเทศเราไปมาก การใช้ชีวิตประจำวัน การใช้พื้นที่สาธารณะ การอยู่ร่วมกันในสังคม กลายเป็นเรื่องยากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คนหลายล้านไปทำงานไม่ได้ ลูกๆ ของคุณไปโรงเรียน หรือเดย์แคร์ไม่ได้ ร้านค้าและโรงภาพยนตร์ปิดทำการ และสิ่งที่อาจยากที่สุด คือการที่เราพบเจอกันไม่ได้ 

แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนสงสัยและวิตกกังวลว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป วันนี้ฉันต้องพูดกับพวกคุณ ฉันอยากบอกพวกคุณในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะที่คณะรัฐมนตรีเพื่อนร่วมงานของฉันเป็นผู้นำในสถานการณ์นี้

มันคือส่วนหนึ่งของการเป็นประชาธิปไตยที่โปร่งใส ที่การตัดสินใจทางการเมืองจะต้องโปร่งใสและมีคำอธิบายชัดเจน เราจะต้องสื่อสารนโยบายออกไปอย่างมีเหตุผลที่สุด เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ ฉันเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้แน่นอน ถ้าทุกคนเข้าใจตรงกันว่านี่คือหน้าที่ของพวกคุณ 

ดังนั้นขอให้ฉันพูดเถอะว่า เรื่องนี้มันซีเรียสนะ และพวกคุณก็ต้องจริงจังด้วย

ตั้งแต่เยอรมนีรวมประเทศมา ไม่สิ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองมา ประเทศเราไม่เคยถูกท้าทายหนักขนาดนี้มาก่อน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการร่วมมือกันของเราทุกคน มันขึ้นอยู่กับเราทุกคน เราจะไม่ปล่อยไวรัสระบาดไปตามชะตากรรมและยอมรับมันเฉยๆ เรามีทางสู้มันได้

เราต้องรักษาระยะห่างจากกันด้วยความระมัดระวัง นักไวรัสวิทยาพูดตรงกันว่า ห้ามจับมือกัน ล้างมือให้สะอาดและบ่อยครั้ง อยู่ให้ห่างจากคนรอบข้างอย่างน้อย 1.5 เมตร และทางที่ดีที่สุด อย่าสัมผัสผู้สูงอายุ เพราะจะเกิดอันตรายต่อพวกเขาได้ง่ายเป็นพิเศษ

ฉันรู้ว่าสิ่งที่ขอจากทุกคนมันมันยากขนาดไหน ในภาวะวิกฤตเราต่างอยากอยู่ใกล้คนที่เรารัก ปกติเราดูแลกันด้วยการใกล้ชิดและสัมผัส น่าเศร้าที่ตอนนี้ สิ่งที่ถูกต้องคือการทำตรงกันข้าม และเราทุกคนต้องเข้าใจว่า การห่างกันเท่านั้นที่จะแสดงให้เห็นว่าเราช่วยเหลือกัน

การไปเยี่ยมด้วยความปรารถนาดี การเดินทางโดยไม่จำเป็น ทั้งหมดอาจนำไปสู่การติดเชื้อ ดังนั้นโปรดอย่าทำ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปู่ย่าตายายกับหลานไม่ควรอยู่ด้วยกันในช่วงนี้ ผู้ที่ไม่ไปมาหาสู่กันถือว่าได้ช่วยส่วนรวม เพราะเรามีผู้ป่วยต้องดูแลในโรงพยาบาลมากขึ้นทุกวัน ด้วยวิธีนี้ เราจะรักษาชีวิตไว้ได้

มันยากสำหรับคนหลายคน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเราด้วย อย่าทอดทิ้งใคร เราต้องช่วยกันให้คำแนะนำและเชื่อใจกัน เราทุกคนเป็นครอบครัว เป็นสังคมเดียวกัน และเราจะผ่านมันไปด้วยกัน

ฉันขอร้องพวกคุณให้ทำตามข้อปฏิบัติที่ต้องยึดถือในช่วงเวลานี้ ในฐานะรัฐบาล พวกเราตรวจสอบอยู่เสมอว่ายังมีอะไรที่ปรับปรุงแก้ไขได้อีก ในสถานการณ์ที่มีความผันผวนเช่นนี้ พวกเราศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้มันอยู่เสมอ เพื่อจะสามารถรับมือกับมันได้ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งเราจะอธิบายให้ฟังต่อไป ดังนั้นขอให้พวกคุณอย่าเชื่อข่าวลือที่ไม่ใช่การแถลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเราได้แปลเป็นภาษาต่างๆ อยู่เสมอ

เราเป็นประชาธิปไตย เราไม่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การบังคับ แต่ด้วยการรับรู้ร่วมกันและร่วมมือกัน นี่คือภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งจะผ่านพ้นไปได้ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจเท่านั้น ฉันเองก็มั่นใจพวกเราจะเอาชนะวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจะสูงแค่ไหนล่ะ? เราจะต้องสูญเสียคนที่เรารักไปอีกเท่าไหร่? เรายังมีคนส่วนใหญ่อยู่ในมือของพวกเรา เราตัดสินใจได้ตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะปฏิบัติต่อกันยังไง เราสามารถยอมรับข้อจำกัดและยืนหยัดต่อไปได้ สถานการณ์ตอนนี้มันตึงเครียด และเราไม่ได้ปิดบัง

นั่นหมายความว่า มันขึ้นอยู่กับว่าเรามีระเบียบวินัย และปฏิบัติตามกฎกันได้มากแค่ไหน แม้เราจะไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน แต่เราก็ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเราทำงานกันอย่างจริงใจและมีเหตุผลเพื่อช่วยชีวิต ไม่มีใครได้รับข้อยกเว้น มันเป็นหน้าที่ของเราทุกคน

ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักให้ดี 
ฉันขอบคุณคุณทุกคนค่ะ




ที่มา: 

@RegSprecher 
Steffen Seibert โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีเยอรมัน

คลิปฉบับเต็ม:
https://www.bundesregierung.de/breg-de






เขาใช้คำว่าขอความร่วมมือ แต่มาตรการที่เด็ดขาดก็ดำเนินการควบคู่กันไปด้วย เช่น การปิดเมือง ปิดประเทศ ปิดพรมแดน ปิดทวีป การห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย ฯลฯ

ดีจังเลย

หวังว่าสักวันประเทศเราจะมีผู้นำที่เข้าอกเข้าใจ ให้เกียรติประชาชน เชื่อมั่นในประชาธิปไตย สุจริตโปร่งใส มีความสามารถ และทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แบบประเทศอื่นๆ เขาบ้างเนอะ

ขอให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ :)








SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments

schajatu71
5 months ago
ดูแล้วเหมือนกันค่ะ ชอบบบบ
Reply
Shallot
5 months ago
มีข่าวเยอรมันอะไรน่าสนใจ เอามาให้น้องแปลได้นะค้า ฟื้นฟูสกิล
schajatu71
5 months ago
โอเคค่า ได้เลยยยย
nananatte
5 months ago
"มันคือส่วนหนึ่งของการเป็นประชาธิปไตยที่โปร่งใส ที่การตัดสินใจทางการเมืองจะต้องโปร่งใสและมีคำอธิบายชัดเจน เราจะต้องสื่อสารนโยบายออกไปอย่างมีเหตุผลที่สุด เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ ฉันเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้แน่นอน ถ้าทุกคนเข้าใจตรงกันว่านี่คือหน้าที่ของพวกคุณ" -- คือคาดหวังว่าจะได้ยินคำพูดทำนองนี้จากท่านผู้นำของเราบ้าง... มันจะมีสักวันบ้างไหมนะที่เราจะได้ยิน เหอๆๆ
Reply
Shallot
5 months ago
ยิ้มแห้งเลยค่ะ รอไปด้วยกันค่ะ เราต้องมีหวังต่อไปป