12 ข้อโกหกที่เรามักพูดกับตัวเอง
วันก่อนนั่งฟัง Podcast ที่ฟังอยู่บ่อยๆ แล้วก็อยากนำเรื่องราวเหล่านั้นมาส่งต่อให้กับผู้อ่านหลายคน ซึ่งมันก็เป็นอีกเรื่องที่เราทุกคนเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน บางครั้งเราก็พบเรื่องที่ถูกใจและบั่นทอนจิตใจไปพร้อมๆกัน

เรื่องที่ฉันจะเอามาเล่านั้น จาก podcast เขาได้อ่านหนังสือเรื่อง  1000+ Little Things Happy Successful People Do Differently โดยหยิบยกบางเรื่องมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ซึ่งเขาก็ได้นำบทเรื่อง 12 Lies To Stop Telling Yourself

"คำโกหก 12 อย่างที่เราควรจะเลิกโกหกตัวเอง"

1. I don’t have enough yet to be happy "ฉันยังมีไม่มากพอที่จะมีความสุข" ที่จริงแล้วคนที่มีความสุขที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่โชคดีที่สุด แล้วคนที่มีความสุขที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่ได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ แต่เขามีความสุขกับสิ่งที่เขามี ยกตัวอย่างเช่น ความร่ำรวย ถ้าหากเราคิดว่า ฉันต้องรวยถึงจะมีความสุข คนที่มีความคิดแบบนี้อาจจะไม่ค่อยมีความสุขเท่าที่ควร ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองอีกว่ามีเงินเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอ ถ้าคิดว่าหากวันหนึ่งเรามีหนึ่งล้านเราจะมีความสุข เมื่อเรามีเงินหนึ่งล้านเราก็จะบอกเราต้องมีสิบล้านเรา ไปเรื่อยๆ ชีวิตเราก็จะหาความสุขไม่เจอ

2. My dreams are impossible "ความฝันของฉันมันเป็นไปไม่ได้หรอก" หลายคนมีความฝันแต่ก็ย้ำกับตัวเองว่าเราคงมันทำไม่สำเร็จ อย่างเช่น ถ้าเราอยากเป็นนักเขียน เราก็มักบั่นทอนจิตใจตัวเองว่าเราจะเป็นได้หรอ หรือถ้าเราอยากเป็นผู้ประกอบการ เราก็จะบอกกับตัวเองว่าฝีมืออย่างเราหรอจะทำได้ ที่จริงเรามีคำข้อแก้ตัวให้กับตัวเองมากมาย ซึ่งมันก็เป็นข้อโกหกที่ชอบพูดกับตัวเองเพื่อให้เราสบายใจและไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ไม่กล้าออกจาก comfort zone แท้จริงแล้วความฝันมันคือสิ่งที่เป็นไปได้ทั้งนั้น ถ้ามันเป็นไปไม่ได้เราคงไม่มีความฝันหรอกจริงไหม

3. I am stuck with people who hurt me "ฉันมักติดกับคนที่ทำร้ายฉันอยู่เสมอ" คำโกหกนี้มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างเช่น เราทำงานแล้วดันไปเจอหัวหน้าแย่ๆ คิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือกจึงต้องทนกับสถานการณ์นั้นต่อไป ที่จริงแล้วถ้าลองคิดดู มันมีทางเลือกหลายทางแต่เราไม่กล้าที่จะเลือกรึเปล่า เช่น ทำไมไม่ย้ายฝ่ายล่ะ ทำไมไม่เปลี่ยนงานล่ะ เราชอบไปตัดตัวเลือกของตัวเองทิ้ง (ที่จริงมันก็จะมีคำแย้งมาว่าเราต้องปล่อยผ่านคนแย่ๆเหล่านี้ แต่คุณเข้าใจสภาวะ toxic environmental ไหม คุณเจอแต่คนแย่ๆมันสามารถบั่นทอนจิตใจคุณให้แย่ได้เหมือนกัน)

4. My failed relationships were a waste of time "ความสัมพันธ์ที่ผิดพลาดหรือล้มเหลวมันเสียเวลา" หลายครั้งที่คนชอบคร่ำครวญกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อย่างเช่น เรื่องของความรัก  คุณอาจจะคบกับแฟนมาหลายปีแล้วสุดท้ายเลิกกัน เราก็มักจะโกหกว่ามันเสียเวลา มันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น จริงๆแล้วความสัมพันธ์มันก็มีหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่เราได้จากมันคือบทเรียนชีวิต เราได้เรียนรู้ทั้งตัวเขาและตัวเรา หรือถ้ามองอีกมุมมอง การที่เขาไม่ได้อยู่กับเรามันอาจแปลได้ว่า ชีวิตของเขามันไม่เหมาะกับเรา ที่จริงมันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของความรัก อาจจะอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์อื่นๆอย่างเช่น เพื่อน เจ้านาย ลูกน้อง

5. Things will never get better "มันไม่มีทางจะดีขึ้น" แน่นอนว่าชีวิตคนเรามักจะเจอแต่ปัญหา แต่คนก็ชอบคิดไปเองว่า ปัญหามันหนักจนเราไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ที่จริงสิ่งแย่ๆที่เกิดขึ้นหรือความทุกข์มันก็ไม่ได้อยู่กับเราอยู่่ตลอดเวลา ถ้าเรายังมีความมุ่งมั่นในการที่จะแก้ไขปัญหาหรือทางออกมันอยู่ ท้ายที่สุดมันก็จะผ่านไป

6. Failure is bad "ความล้มเหลวเป็นสิ่งเลวร้าย" ที่จริงความล้มเหลวในรูปแบบใดก็ตาม มันได้ตกผลึกเป็นบทเรียนให้เราอยู่มากมาย ในทุกๆวันทุกคนก็เผชิญกับความล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเอาบทเรียนนั้นมาพัฒนา มาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา 

7. Great things will come to me effortlessly "สิ่งดีๆมันจะเกิดขึ้นกับเราโดยที่เราไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ" มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากที่จะอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยแล้วประบความสำเร็จ ซึ่งการอยู่เฉยๆมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่น เราคิดว่าพรุ่งนี้จะถูกหวย เราก็ไปคาดหวังว่ามันจะถูกซึ่งมันค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะได้จำนวนเงินอย่างที่เราต้องการ ฉะนั้นเราจึงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเอง บางครั้งอาจจะท้อจะเหนื่อยบ้างก็เป็นเรื่องปกติของชีวิต

8. My past is 100% indicative of my future "อดีตจะเป็นตัววัดที่บอกอนาคตได้ 100%" อดีตสามารถบอกอนาคตในสิ่งที่เราทำได้เหมือนกันแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด หรืออะไรก็ตามที่เราทำในอดีตแล้วมันแย่ ในอนาคตถ้าเราทำอีกครั้งหนึ่งมันอาจจะดีขึ้นก็ได้ ฉันยกตัวอย่างเช่น เราฝึกภาษาที่สองที่สามที่สี่ ในช่วงแรกๆเราไม่มีทางใช้ภาษาได้อย่างราบรื่นแน่นอน แต่เราหมั่นฝึกฝนและอาศัยความชอบและความขยันของเราไปเรื่อยๆ ในอนาคตเราก็จะพบว่าเราสามารถพูดมันได้อย่างราบรื่น หรืออย่างเช่นฉันในตอนนี้ ฉันชอบงานเขียนและฉันก็พยายามฝึกฝนการเขียนอยู่ตลอดเวลา ในช่วงแรกฉันก็โดนบ่น ภาษาค่อนข้างอ่านยาก (ฉันอ่านภาษาอังกฤษและต้องเขียนเป็นภาษาไทย) ยาวเกินไป ไม่กระชับ หรือแม้แต่การออกมาเขียนสตอรี่สั้นๆและยังไม่มีคนตามอ่าน ไม่มีคนสนใจ แต่ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งฉันจะเขียนและแบ่งปันความรู้มันออกมาได้ดีกว่านี้ มีคนที่อยากอ่านในสิ่งที่ฉันต้องการถ่ายทอดความคิดให้พวกเขา

9. I never need to meet anyone new "ฉันไม่มีทางที่จะเจอคนใหม่ๆได้อีกแล้ว" อย่างเช่นหากเรามีความรักแล้วเราจะต้องเลิกกัน ช่วงเวลานั้นก็จะเกิดความเศร้ามากมาย จากนั้นเราก็บอกว่า ฉันไม่มีวันเจอคนได้เหมือนเธออีกแล้ว (แน่นอนว่าไม่มีใครเหมือนกันบนโลกนี้แน่ๆ) แต่ในหนังสือบอกว่ามันเป็นความสัมพันธ์ประมาณ ฉันจะมีเธอคนเดียวไม่เปลี่ยนใจ แต่กลับมาคิดดูมันไม่จริงเลย บางทีเราอาจจะเจอคนที่ดีกว่าด้วยซ้ำ หรือแม้แต่เรื่องความสัมพันธ์แบบเพื่อน เราอาจะมีเพื่อนสนิทมัธยมที่รักกันมาก ฉันจะมีแต่เธอเท่านั้น แต่พอเราขึ้นมหาลัยเราก็จะเจอเพื่อนและได้สนิทกับคนใหม่ๆ ฉะนั้นจะเห็นว่าเราเจอคนใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

10. I can’t live without those who are gone "ฉันไม่สามารถอยู่ได้ถ้าใครสักคนจากเราไป"การจากลาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่เราก็จะต้องอยู่กับมันให้ได้ อย่างเช่น การสูญเสียคนรักไปในช่วงแรก จิตใจก็จะรู้สึกแย่ ความสุขหายไป แต่ภายในระยะเวลาหนึ่งจิตใจที่เข้มแข็งและความสุขก็จะกลับมา

11. I’m not ready because I’m not good enough yet "ฉันยังไม่พร้อมเพราะฉันยังไม่ดีพอ" ถ้าเราอยู่กับคำว่าไม่ดีพอแล้วเมื่อไหร่เราถึงจะดีพอ คล้ายกับคำคมหนึ่งที่บอกว่า "If not now then when" ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ แต่จงลงมือทำและพัฒนามันต่อไปเรื่อยๆ

12. I have way too much to lose "ฉันมีเรื่องราวที่แย่มากมาย" คนเราอาจจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วผลลัพธ์มันออกมาแย่ แต่ว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่า ฉะนั้นลงมือทำไปเถอะ ถ้าหากทำแล้วผลลัพธ์มันออกมาแย่ ก็ยังรู้สึกเสียใจน้อยกว่าไม่ทำอะไรเลย อย่างที่ใครหลายคนชอบพูดว่า 'ฉันน่าจะ'  'รู้งี้'

ก็เป็นอีกเรื่องราวที่อยากจะแชร์ให้ใครหลายคนได้กลับมารักตัวเองและปรับมุมมองชีวิตใหม่ๆ ความทุกข์มันไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา ความสุขก็เช่นกัน คุณลองคิดว่าถ้าหากคนเรามีความสุขตลอดเวลา เราก็ไม่ได้เรียนรู้ว่าชีวิตมันเป็นแบบไหนหรอกจริงไหม อย่างน้อยความทุกข์มันก็เป็นบทเรียนให้เราใช้ชีวิตต่อไปและทำให้มีจิตใจที่เข้มแข็งมากขึ้น อย่างที่หลายคนบอกแหละว่า "โลกนี้มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด มันค่อนข้างเป็นสีเทาๆหม่นๆ" แต่เราก็ต้องกลับมาปรับความคิดด้านแย่ๆของเราอยู่ตลอดเวลา เพราะยังไงคนเราก็ไม่สามารถจมอยู่กับความทุกข์ได้ตลอดเวลา

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.marcandangel.com/2012/03/12/12-lies-to-stop-telling-yourself/

SHARE
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments

Oyasumi
8 months ago
ชอบบทความของคุณมาก ได้มองเห็นอะไรอีกด้าน
ขอบคุณมากนะคะ ❤
Reply
Rhythmlyn
8 months ago
ขอบคุ​ณที่ติดตามนะคะ