เมื่อไวรัสโควิดทำให้เรากลายเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

ที่จริงเรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวฉันเองหรอก แต่มันเกิดจากคนรอบตัวฉันและเรื่องราวที่ผู้คนต่างๆ แชร์ในโลกโซเชียล


จากที่ฉันสังเกต หลังจากไวรัสโควิดระบาด พฤติกรรมของผู้คนหลายคนก็เริ่มเปลี่ยนไป ทุกคนจะพกเจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์ล้างมืออยู่ตลอดเวลา​ หากจะออกบ้านหรือออกไปข้างนอก บางคนใช้ทุกๆ 10-30 นาที เปรียบเสมือนเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ หลายบ้านซื้อเดทตอลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อมาพ่นภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านวันละหลายๆรอบ เฝ้ากังวลว่าวันนี้ไวรัสจะระบาดไหม ภายในหัวคิดแต่เรื่องตัวเราจะติดไหม ตัวเราจะติดรึยัง หลายคนก่อนจะออกบ้านก็ย้ำคิดคิดบ่อยๆว่าตัวเองใส่หน้ากากอนามัยรึยัง มันสามารป้องกันได้หรือไม่ เช็คแล้วเช็คอีก พฤติกรรมการใช้ชีวิตเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนโรคย้ำคิดย่ำทำอยู่ตลอดเวลา

จากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของโรคระบาดนี้ ทำให้หลายคนกลายเป็นคน “หมกมุ่น” กับความกลัวว่าจะติดเชื้อจากไวรัส กลัวความเจ็บป่วย กังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ย้ำคิดย้ำทำในทุกๆวันหลังจากออกบ้าน บางคนย้ำคิดย้ำทำแม้แต่อยู่ในบ้านก็มี จนทำให้ตัวเองเกิดความเครียดจนเกินไป


พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำเหล่านี้หากทำมากเกินไปสามารถกลายเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำได้เลย โรคนี้ถือว่าเป็นโรคทางระบบประสาท ที่เกิดจากความผิดปกติของความสัมพันธ์ของสมอง พฤติกรรมการใช้ชีวิต การวางแผนที่ซับซ้อน


ที่จริงการย้ำคิดย้ำทำถ้ามันเป็นแค่พฤติกรรมชั่วคราวก็คงไม่เป็นอะไรมาก แต่บางครั้งพฤติกรรมนิสัยย้ำคิดย้ำทำเหล่านี้เริ่มรบกวนการทำงาน หรือสร้างความรำคาญไม่ว่าจะตนเองหรือผู้อื่น แต่การย้ำคิดย้ำทำก็เหมือนจะเป็นผลดีในระยะสั้นๆได้เหมือนกัน อย่างเช่น ดูเป็นคนมีระเบียบแบบแผนในการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท การป้องกันตัวเองและผู้อื่น แต่ถ้าประมาทจนเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน


โรคย้ำคิดย้ำทำถือว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลโรคหนึ่ง เพราะความคิดวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้คนเรารู้สึกตื่นกลัวไปกับทุกๆเรื่อง ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้


ความจริงแล้วการที่ทุกคนจะตื่นตระหนกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด มันก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐบาลไม่สามารถทำให้คนมั่นใจได้ว่าชีวิตของตัวเองจะปลอดภัย การบริหารจัดการที่หละหลวม การไม่คัดกรองผู้ป่วย หรือแม้แต่การที่เราไม่เคยถูกสอนในเรื่องของการรับมือกับภัยพิบัติอย่างโรคระบาด


แล้วทำไมคนถึงกลัววรัสโควิด-19 นี้กัน ทั้งๆที่มีแพทย์เกือบทั้งโลกช่วยกันหายาต้านเพื่อรักษากันอยู่


มีงานวิจัยพูดถึงการค้นพบ ไวรัสโควิด-19 ด้วยกันทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ปัจจุบัน โควิด-19 (COVID-19) เป็นสายพันธุ์ที่ 7 ซึ่งยังไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน คนจึงเรียกกันว่า “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่”

ในช่วงที่โควิดสายพันธ์นี้กำลังระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งโลก ทางการแพทย์ก็พยายามหาวิธีผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสอยู่ แม้ว่าจะมียาต้านไวรัสอยู่บ้าง เช่น Remdesivir (เคยใช้ต้านไวรัสอีโบล่า) Lopinavir/Ritonavir หรือ Favilavir ตัวล่าสุดที่เคยนำมาใช้ต้าน SARS-CoV 2 แต่ผลของการรักษายังไม่ชัดเจน เนื่องจากว่าไวรัสไม่มีลักษณะเป็นเซลล์ การไม่เป็นเซลล์จึงต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอ่ืน เช่น มนุษย์หรือสัตว์ แล้วค่อยแพร่พันธ์หรือเพิ่มจำนวนเพื่อเจริญเติบโต


นอกจากนี้ ไวรัสมีขนาดเล็กมาก ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่เล็กมากกว่า PM2.5 จนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทัศน์ธรรมดา ไวรัสแต่ละตัวมีความซับซ้อนแตกต่างกัน จึงทำให้รักษาได้ยากขึ้น แม้ว่าไวรัสจะเล็กขนาดไหน แต่อุปสรรคของการกำจัดเจ้าพวกนี้กลับเป็นเพราะความซับซ้อนของตัวมัน เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายสิ่งมีชีวิต มันเลือกที่จะใช้สารต่างๆ​ ในเซลล์เหล่านั้นเพิ่มจำนวน

ยาต้านไวรัสส่วนใหญ่จะเน้นการเพิ่มจำนวนของไวรัส ส่วนของเซลล์ที่ติดไวรัสเป็นหน้าที่ของภูมิคุ้มกันในร่างกายทำหน้าที่จัดการกับเซลล์เหล่านั้น แต่ในบางครั้งไวรัสก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีอาการใดๆ ทำให้ภูมิคุ้มกันตรวจไม่เจอ ไม่สามารถทำลายเซลล์ไวรัสได้ และไวรัสชนิดนี้ไม่มีตัวตนจึงทำให้มันอยู่รอดในทุกสถานที่


ทุกวันนี้ แพทย์หลายคนก็ต่างพยายามค้นหาวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสเจ้าตัวร้ายตัวนี้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงรักษาจะพัฒนาตัวยาไปด้วย ฉะนั้นการดูแลป้องกันตัวเองไม่ให้ติดไวรัสจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องทำ 

เห็นได้ชัดว่า ทุกครั้งที่เราเผชิญกับโรคภัยหรือวิกฤติไวรัส มันไม่เคยเป็นเรื่องเล็กเลย โรคระบาดพวกนี้อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด พร้อมที่จะทำลายมนุษย์ในทางตรง และทำลายเศรษฐกิจในทางอ้อมเช่นกัน


ในช่วงเวลานี้ ฉันก็ได้แต่หวังว่าไวรัสจะไม่ระบาดมากไปกว่านี้ ผู้คนจะต้องมีสติจากการใช้ชีวิตมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันยากภายใต้วิกฤติความกลัวนี้กับการควบคุมสติ ชีวิตใครใครก็รัก ไม่มีใครอยากตาย แต่พยายามเสพข่าวแล้วค่อยพิจารณาวิเคราะห์ก่อนเชื่อ ในยุคโลกาภิวัตน์แบบนี้ข่าวสารมันรวดเร็วก็จริง แต่มันก็มาพร้อมกับเรื่องที่ทั้งจริงและไม่จริงเช่นกัน สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือการป้องกันเบื้องต้นให้ดีที่สุด แต่อย่าให้มันมากจนเกิดความเครียดหรือเกิดโรคย้ำคิดย้ำทำจนเกินไปก็พอ ทุกอย่างมันมีทางออกของมันเสมอแม้อาจจะต้องใช้เวลา






SHARE
Writer
Rhythmlyn
Independence
เขียนเมื่ออยากเขียน

Comments

upupandaway
4 months ago
เขียนดีมากเลย มีอีกแง่มุมให้ได้คิด ชอบการให้ข้อมูลค่ะ
Reply
Rhythmlyn
4 months ago
ขอบคุณ​ที่อ่านนะคะ​