ปืนโต (2/2563)
ก่อนจะกลับบ้านในทุกเย็นวันศุกร์ ผมต้องแวะแผงหนังสือเจ้าประจำทุกครั้ง ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่ารถเข้ากรุงเทพฯ และเป็นร้านเดียวที่ผู้โดยสารมักจะหาซื้อของกันเป็นร้านสุดท้ายก่อนจะเริ่มการเดินทางของพวกเขา วันนี้เจ้าของร้านผู้ชายไม่อยู่ ภรรยานั่งขายของเบ็ดเตล็ดพวกยาดม ยาอม ยาหม่อง น้ำอัดลมและเฝ้าแผงหนังสือแทนสามี เมื่อมองผ่านตู้แช่เครื่องดื่มสารพัดชนิดไปยังแผงหนังสืออีกด้านของร้านขนาดสองคูหา มันเต็มไปด้วยนิตยสารรายสัปดาห์ที่มีนางแบบอวบอัดใส่เพียงชุดว่ายน้ำหรือชุดชั้นในลายลูกไม้แอ่นอก บิดเอวสะโพกโพสในท่ายั่วยวนใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่อยู่นับสิบหัว

และในนับสิบหัวนั้นก็เป็นชื่อหนังสือตัวโตที่บ่งบอกอารมณ์ละซื่อตรงความรู้สึกในส่วนลึกเสียเหลือเกิน เหมือนมันจะดึงดูดใจชายหนุ่มที่เดินผ่านไปผ่านมาแทบทุกคนให้หันกลับมามอง และผมก็มั่นใจว่าเมื่อผมยืนอยู่ ผมและชุดที่ผมใส่ก็จะตกเป็นเป้าสายตาชายหนุ่มและผู้คนทั่วไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่มือยังกางหนังสือรวมประวัติชีวิตนักเตะสะท้านโลก ราคาหกสิบบาท มันแพงเกินกว่าเงินที่ผมมีตอนนี้ เควิน คีแกน ทำท่ากระโดดแยกเขี้ยวในชุดลายทางของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ผมวางมันลงที่เดิมแต่ตามองไปที่บนชั้นบนนั่น สาบานต่อหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐกรอบบ่าย มันคนละอารมณ์กันเลย นักกีฬากับนางฟ้าในจินตนาการ แม้ว่าจะครุ่นคิดเปรียบเทียบแต่ผมรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปสำหรับร้านที่มีแต่เด็กมอต้นกับเจ้าของร้านสาววัยสามสิบ ที่จับตามองลูกค้าเป็นระยะ ๆ

“เฮียไปไหนครับเจ๊”
ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นปนแหบแห้ง

“หืม อะไรนะ”
ผมบอกประโยคเดิมไปด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นอีกนิด

“เฮียปองไปเผาศพที่วัดตรงสี่แยกน่ะ”
เธอบอกแล้วก็จ้องมองผม ยิ้มแล้วก้มมองลิ้นชักหน้าโต๊ะของเธอ

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูนี่ก็สี่โมงเศษแล้ววัดก็อยู่ไม่ไกล เฮียปองคงใกล้จะกลับ อากาศร้อนเหมือนเตาอบ พัดลมบนผนังตัวเดียวแค่ช่วยให้อากาศมันพอได้ไหลเวียน ยังห่างไกลกับการให้ความเย็นมากนัก ผมฆ่าเวลารอเฮียปองด้วยการหยิบเล่มโน้นเล่มนี้มาเปิดดูไปแบบดูผ่าน ๆ บรรจงวางซ้อนกันเมื่อพลิกดูแล้วอย่างเบามือ พยายามใช้เวลาให้ทอดยาวออกไปให้มากที่สุด ไล่ไปตั้งแต่หนังสือ รวมข่าวอาชญากรรม ที่มีแต่ภาพคนตาย หัวแตก ไส้ไหล หนังสือพระเครื่อง หนังสือดารานักร้อง หนังสือใบ้หวย ดูไปอย่างนั้นเอง พอมีลูกค้าเข้ามาซื้อของเรื่อย ๆ ผมก็พยายามขยับตัวเองไปอีกก้าวหนึ่งให้ใกล้โซนหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ให้มากที่สุด

นั่น ปอย ไอรดา นางแบบที่ผมชื่นชอบมาเป็นปกของอากังฟูในฉบับนี้เสียด้วย อยากหยิบมาไว้ครอบครองเพื่อเอาไปอ่านต่อที่บ้านใจจะขาด นี่ถ้าเฮียปองอยู่ผมก็แค่ไปคว้ามันมาซ้อนใต้หนังสือฟุตบอล ยื่นให้เฮียปองคิดเงินก็เรียบร้อยไปแล้ว

อึดอัดเป็นบ้าผมพร่ำบอกกับตัวเอง เสียงอื้ออึงของยวดยานและเสียงแตรยาวๆ ของรถบัสยิ่งทำให้ผมกระวนกระวายเพิ่มขึ้น เวลาผมลอบมองภาพปกของนิตยสารเหล่านั้นก็เหมือนผมกำลังทำความผิดฐานฆ่าคนตายยกครัว วางเพลิงเผารัฐสภาอะไรอย่างนั้น นักสืบอย่างเจ๊จึงมองผมอย่างไม่ให้คลาดสายตาเลย เพราะเมื่อผมหันไปมองเธอทีไรก็พบสายตาเธอจ้องผมอยู่ทุกครั้ง

เวลาเหมือนจะเกียจคร้าน เดินอย่างเชื่องช้า ไม่เห็นวี่แววของเฮียปอง แต่มีคนมาร่วมยืนบนหน้าแผงกับผม หนุ่มฉกรรจ์จอนยาวก้าวขายาว ๆ ลงมาจากรถสามล้อเครื่องที่ไม่ได้ดับเครื่องยนต์ ใต้วงแขนเสื้อสีฟ้าแขนสั้นของเขาเป็นคราบชื้นไปด้วยเหงื่อ ผมได้กลิ่นตัวเมื่อเขามายืนใกล้ ๆ ซ้ำควันของท่อไอเสียยังลอดเข้าจมูก

“โห ปอย ไอรดา เสียด้วย ทั้งนม ทั้งก้นสะบัดช่อเลยคนนี้เจ๊”
เขาหยิบหนังสือเล่มนั้นพร้อมเงินยื่นให้เธอ

“อวบอัด น่าอิจฉา ผิวก็ดีนะเนี่ยสงสัยเป็นคนเหนือ”
เธอพูดตอบมาเสียงดัง

“สูสีกับเจ๊นั่นแหล่ะ”
หนุ่มจอนยาวยิ้มและจ้องเธอเขม็งก่อนขึ้นรถไป

ดู เธอเออออพูดไปยิ้มไปกับคนขับสามล้อได้อย่างน่าไม่อายในเรื่องลามกจกเปรตพรรณนี้ นี่เธอกำลังพูดต่อหน้าเด็กชายอายุแค่สิบสี่ปีอยู่แท้ ๆ ที่สำคัญเล่มสุดท้ายบนแผงไม่ได้อยู่ในกำมือผม กำมือที่จะว่างเปล่าในคืนนี้ เจ๊รู้ไหมเจ๊ทำร้ายผมอย่างสาหัส มันจะเป็นบาปติดตัวเจ๊ไปตลอดชีวิต ผมอาฆาตเธอ แล้วก้มคว้ากระเป๋านักเรียนกำลังจะก้าวออกจากร้านไปแบบผิดหวัง

“ปืนโต”
เสียงเรียกชื่อผม ผมหันหลังกลับไปตามเสียง เจ๊ก็มายืนอยู่เกือบชิดตัวผมแล้ว

“ปืนโตใช่ไหม”
เจ้าของเสียงถามย้ำอีกครั้ง ก่อนขยับตัวห่างจากผมอีกครึ่งก้าว

“ครับเจ๊”
 ผมพยักหน้าด้วยความงุนงง มองเจ๊ในระยะใกล้ ภาพของ ปอย ไอรดา ลอยมาเปรียบเทียบ ขนาดเจ๊อยู่ในชุดเสื้อแขนกุดกับกางเกงผ้าขาสั้น รูปร่างเธอสมส่วน ซ้ำยังขาวทั่วทั้งตัวราวภาพวาด สวยงามไม่ต่างจากที่โชเฟอร์สามล้อเครื่องบอก ผมจ้องเธอแบบคนโดนสะกดจิต

“ขนหน้าแข้งยาวเชียว...อืม ..สมชื่อนะเรา”
เธอมองขนหน้าแข้ง ผ่านเป้ากางเกงมาจนมองหน้าผมนิ่ง จับมือผมส่งซองน้ำตาลให้ มือเธอนุ่มมาก ร่างกายผมมีปฎิกริยาที่ตึง เกร็งเขม็ง

“เฮียเขาสั่งเจ๊ ให้เก็บหนังสือไว้ให้เธอ”

ผมแง้มดูเป็นสตาร์ซอกเกอร์และไทยเพลย์บอย ปก ปอย ไอรดา ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรเจ๊ก็กระซิบข้างหูผม
“ฟรี เจ๊ให้ไปอ่าน ตอบแทนที่อยู่ร้านเป็นเพื่อนเจ๊วันนี้ ...”

กลิ่นตัวเธอหอมมาก นางแบบหนังสือเล่มไหนก็ให้ได้แค่รูปบางๆเท่านั้น หัวใจของเด็กมอสามเตลิดยิ่งขึ้น เมื่อมุมมองเปรียบเทียบกลับเข้ามาอีกครั้ง

ผมค้อมตัววิ่งออกจากร้านอย่างรวดเร็ว ร่างกายยังตึง เกร็งเขม็ง คำกระซิบสุดท้ายของเจ๊ยังก้องอยู่ในหู

“ศุกร์หน้า เฮียปองไปต่างจังหวัดนะ เจ๊อยู่คนเดียว” 
 
SHARE
Written in this book
short story - เรื่องสั้นของรางรถไฟ
เรื่องสั้นหลากหลายแนว การเดินทางของคนชอบเขียนและเรียนรู้ชีวิต ผู้คน ศิลปะและความรัก
Writer
rangrotfly
writer
ถ้าชีวิตคือการเดินทางที่ล้วนพบเจอทางแยกมากมาย เรียนรู้ไม่มีจบสิ้น มุ่งหมายเพื่อส่งมอบความสำเร็จ และสิ่งดีงามอันเป็นอาภรณ์แก่ตนและสรรพสิ่งรอบกายแล้วไซร้ ทางลัดที่ท่องไปในที่ไม่เคยไป ที่ไม่เคยรู้ ที่ไม่เคยเห็น ผ่านข้อความและภาพสื่อความหมายหลายหลาก หนังสือจึงเป็นกัลยาณมิตร ที่ล้ำค่าหาใดเปรียบได้ แม้ในระหว่างบรรทัดที่ว่างเปล่าตัวอักษรให้รำลึกถึง และถ้าการรู้หนังสือเป็นการเปิดประตูสักบานเพื่อไปสู่ความปรารถนาสูงสุดของมนุษย์ได้ การอ่านก็เป็นสะพานให้มนุษย์ก้าวข้ามหุบเขาของความมืดบอด นอกจากการสื่อสารไปมาที่โป้ปด ความรู้ ความเข้าใจ ไตร่ตรอง รวมถึงการเชื่อมโยงสัมพันธ์ จึงเป็นความสุขและสว่างพิสุทธิ์ตรงหน้า ที่ส่องผ่าน รอด ลาดหลุม มุมอับ อันซับซ้อนของความเขลา ให้กระจ่างด้วยเหตุผลและความสุขในสุดท้าย

Comments