เคยรู้สึกอยากขอโทษใครสักคนในอดีตมากๆบ้างไหม ? .

เคยรู้สึกอยากขอโทษใครสักคนมากๆไหม 
ฉันก็ไม่รู้ว่าการที่ฉันอยากออกมาขอโทษแก 
มันคุ้มค่าการที่ฉันออกมาพูดไหม 

ใช่ 
ฉันกำลังจะเล่าเรื่องอีกมุมนึงที่แกไม่เคยรู้

อย่าลืมฉันก็เป็นมนุษย์คนนึง 
ฉันมีความรู้สึก 
ฉันโกรธเป็น 

ฉันยอมรับว่า 
ในตอนนั้นฉันยังเด็กกับเรื่องความรักมากๆ 
ฉันไม่เคยเจอใครที่ตอบข้อความของฉันไวขนาดแก 
ตอนนั้นฉันตกใจด้วยซ้ำว่าทำไมแกถึงตอบมันเร็วนัก 

มันเริ่มจากการที่แกมาถามการบ้านกับฉัน 
ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ 
" ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรกับแก " 
ไม่ว่าแกจะตอบมาไวมากขนาดไหน ฉันก็ไม่ได้สนใจ
ฉันปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพัก ถึงคิดจะตอบ 
แต่แกรู้ปะ 
สมัยเรียน แกคือคนที่มีแต่คนให้ความสนใจ 
แต่กับฉัน แกไม่สักนิด 
แกเป็นเด็กย้ายเข้ามาเรียนใหม่ 
ทุกคนต่างกร๊ีดกร๊าดแก
แต่กับฉันน่ะนะ 
แค่หน้าแกฉันยังไม่อยากมองเลย 
คนอะไรเก๊กฉิบหาย
แต่ก็พอเข้าใจได้
ก็ตอนนั้นแกมันหน้าตาดีนี่หว่า.. 

แต่พอได้ลองเปิดใจสัมผัสคนที่ไม่ชอบขี้หน้าดูบ้าง 
ลองได้เรียนรู้ว่าเราสองคนมีอะไรที่คล้ายคลึงกัน 
เราฟังเพลงแนวเดียวกัน 
ดูหนังแนวเดียวกัน 
ชอบอะไรเหมือนๆกัน 
( ซึ่งปัจจุบันแกไม่ได้เป็นแกคนเดิมแล้ว )
มันทำให้ตัวของฉันดูมีความสุขมากขึ้น 
จากที่โรงเรียนมีแต่ความน่าเบื่อ 
มันกลับสดใสขึ้นมาซะงั้น 
" โรงเรียนน่าไปทุกวันเลยจ่ะ 
ฉันจะไม่มีวันขาดเรียน "

ก็ไอ้ตอนนั้นแหละ
ที่เริ่มใจสั่นกับข้อความของแก
จากที่คุยกันในเฟสบุ๊ค 
เปลี่ยนไปคุยกันในไลน์ 

แปลกที่ฉันมีความสุขที่ได้คุยกับแก
ทั้งๆที่ตอนแรกฉันเกลียดขี้หน้าแกจะตาย 
ก็การกระทำของแกน่ะแหละที่ทำให้ฉันคิด 
ใครบอกให้แกส่งรูปมาตลอดว่าแกทำอะไร 
ใครบอกให้แกสัญญาว่าจะไปดูหนังด้วยกัน 
แล้วแกก็ไม่มา
ใครบอกให้แกชอบยืมเสื้อกันหนาวตัวโปรดของฉันไปใส่ 
ใครบอกให้แกชอบมายุ่งกับของที่ฉันซื้อมาใหม่ 
ใครบอกให้แกชอบมาแย่งเอาโทรศัพท์ของฉันไปเล่นเกมส์ 
แถมยังจะเข้าไปดูแชทของฉันในไลน์อีก 
ใครบอกให้แกชอบส่งรูปของแกมาให้ฉันแต่งให้ 
ทั้งๆที่ฉันก็รำคาญแต่ทำไมถึงแต่งให้วะ
ใครบอกแกว่าไหล่ของฉันเป็นที่พาดแขนของแก
ใครบอกให้แกมาตอบข้อความฉันตอนที่ฉันตั้งสเตตัสไลน์ว่าคิดถึง 
แล้วแกก็ตอบตอนที่แกกลับมาจากไปรด.ว่า 
" แก กลับมาแล้ว 😬 "

โอโห่ 
หัวใจกูว
ปั๊ปปี้เลิฟมากจ่ะที่รักตอนนั้น

แกเคยถามว่าที่เมมเต็มทำไมไม่รู้จักลบรูป 
แล้วฉันก็ตอบแกไปว่า 
" รู้ไหมว่าแต่ละรูป กว่าจะถ่ายมันมาได้
กว่าจะเก็บมันมาได้จนถึงทุกวันนี้ 
มันใช้เวลาขนาดไหน 
มันคือความทรงจำที่กลับไปกู้มาใหม่ไม่ได้แล้วนะเว้ย " 
ทั้งๆที่แกก็รู้ว่า 
ก้อบลงคอมก็หมดเรื่อง 

แต่ใครบอกให้แกบอกกับฉันตอนที่ไม่ยอมลบรูปในโทรศัพท์เพราะเมมเต็มว่า 
รูปของแกก็ให้เก็บไว้เป็นความทรงจำด้วยละกันนะ " 

ถ้ามองจากมุมมองของคนภายนอก
ก็คือเพื่อนที่สนิทกันคุยกันเท่านั้นแหละ
แต่ในตอนนั้น 
สำหรับฉันมันไม่ใช่ 
ฉันไม่เคยถูกใครใช้คำพูดที่ทำให้รู้สึกมากไปกว่าสิ่งที่ควรเป็นแบบนี้ 
แต่นั่นแหละปัญหา 
เราสนิทกันมากขึ้นทุกวัน
เราคุยไลน์กันถามนู้นนี่สารทุกข์สุขดิบกันทุกคืน
ทั้งๆที่เราก็เจอกันอยู่โรงเรียนทุกวัน
แต่แปลกเหมือนกันเนอะ 
ทำไมถึงรู้สึกว่าตอนอยู่ในโรงเรียนเราถึงไม่สนิทกันเท่าตอนที่เราเขียนตัวหนังสือตอบกันผ่านไลน์เลยนะ

ความพีคมันอยู่ที่คืนวันที่ 31 
ปีนั้นฉันตั้งใจไม่ออกไปไหนกับเพื่อน 
เพื่ออยู่รอคุยกับแกในคืนนั้น 
แต่ใครจะรู้ละว่า
ตอนที่แกเขียนตอบฉัน แกคอลคุยกับใครอยู่ 
แล้วถ้าถามว่าไปรู้มาได้ยังไงว่ามันคอลคุยกับคนอื่นอยู่

ก็มันน่ะแหละตัวดี 
ส่งรูปแคปหน้าจอโทรศัพท์ว่าคุยกับน้องคนนี้มา 
สรุปว่ากูเป็นได้แค่เพื่อนสนิทเอ็นโดนฟินงี้หรอ 
ให้ตายเถอะซาร่า
โอ้พระเจ้าจอร์ชมันยอดมาก 
ความรู้สึกของน้องในวันนั้นมันเละเทะไปหมด 

00:00 
ฉันควรจะมีความสุขในคืนวันปีใหม่
ไม่ใช่อกหักในคืนวันปีใหม่ไม่ใช่หรอวะ ?  
และที่ฉันแอบเห็นว่าตัวเองอยู่ในเฟบเวอริทไลน์ของแกคืออะไรวะ 

เอาล่ะ
มันเป็นที่ตัวเราเองน่ะแหละที่คิดไปเอง 
เผลอคิดไปเอง 
เพลงหรือฉันคิดไปเองของส้มมารีต้องขึ้นแล้วนะ 
จังหวะนี้ 

" แต่สุดท้ายแล้วเธอมาบอกกับฉันว่าเธอแค่หยอด
ไม่มีอะไรเกินกว่าคนทั่วไป ก็ขอให้หยุดไว้.. "

อ่ะ 
แน่นอนจ๊ะ 
ฉันหยุดแน่นอน 
ดิฉันไม่สามารถรู้สึกกับคนที่มีเจ้าเข้าเจ้าของแล้วได้ 
นี่คือคติประจำใจที่ติดตัวเสมอมา

และวิธีที่จะสามารถตัดใจจากชายรูปงาม
ที่เป็นที่สนใจในหมู่ชะนีได้นั้น
ในตอนที่อายุแค่นั้น
ฉันคิดได้อย่างเดียว คือ " หนีห่าง " 

" ดวงตะวันนับคืนราตรีผ่านปี
ดาวและเดือนเคลื่อนหมุนผ่านไปผ่านมา.. " 


อ้าวผิด 

เออนั่นแหละ 
ฉันรวบรวมความกล้าในจิตใจ 
ทำอะไรบ้าบ้อที่คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะทำได้ 
ฉันกลายเป็นอีกคนที่แกไม่รู้จัก 
ฉันระแวงแกมากขึ้น 
ฉันใช้สมองในการกลั่นกลองคำพูดแต่ละอย่างของแก
ว่าความจริงแกแค่หมายความว่าอะไร 
อะไรที่แกเคยได้มันไปง่ายๆ 
มันเปลี่ยนไปหมด 
และเดาได้ว่าแกก็รู้สึกแหละว่าฉันไม่เหมือนเดิม 
แต่ให้ทำไงได้ว่ะ 
ก็ฉันอายุแค่นั้น 
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันคุยกับใครมาได้ยาวนานขนาดนี้
แต่ไอ้เรื่องความรู้สึกมันไม่ได้จบแค่นั้น 
ฉันยังเป็นคนดี เด็กดี.. ดีหรอวะ ?  
เออ 
ก็ดีแหละ 
ฉันยังไม่อยากเสียเพื่อนที่สนิทมากๆไป 
หายไปมันคงโหวงน่าดู 
ฉันจึงตัดสินใจว่าเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้ 
แต่ควรเว้นระยะห่างมากกว่าเดิม 
ตอบช้ากว่าเดิม 
เห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจสักหน่อย 
ให้มันดูเหมือนแค่เพื่อนธรรมดา 

แต่พอกลับมาเป็นเหมือนเดิมจริงๆ 
มันไม่มีอะไรที่เป็นเหมือนเดิม 
แกคนเดิมไม่อยู่แล้ว 
จากที่ฉันคิดว่าจะตอบแกช้า
แกช้ากว่า 
จากที่คิดว่าฉันต้องเป็นคนที่ไม่สนใจแก 
แต่เป็นแกที่ไม่สนใจฉัน 
เราต่างทำร้ายจิตใจของกันและกันไปมา 
เผลอๆ 
อาจเป็นแค่ฉันเองที่คิดมากแต่แกไม่ได้คิดอะไรเลย 
แต่มันก็ยังดีที่เรายังเป็นเพื่อนกัน 

แกจำวันที่เราต้องไปทัศนะศึกษากันได้ไหม 
ที่แกบอกว่าเดี๋ยวพอขึ้นรถ 
เดี๋ยวแกจะมานั่งกับฉัน 
ฉันตั้งความหวังไว้สูงมากนะเว้ยรู้เปล่า 
ฉันเลือกที่นั่งหลังสุดที่ลมเย็นที่สุดเวลาเปิดกระจก 
แต่สุดท้ายแกก็ไม่มาหาฉันอีกตามเคย 

แกไม่เคย
ไม่เคยเดินมาหาฉันเลย

นั่นแหละเหมือนฟางเส้นสุดท้าย
ที่มันกำลังขาดออกจากกัน 
ฉันรู้สึกว่าฉันควรเลิกโง่ได้แล้ว 
ทำไมฉันต้องมาตั้งความหวังทั้งๆที่ผ่านมา
มันก็เป็นคำตอบอยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก
ฉันเลยฝังความรู้สึกครั้งนี่เอาไว้ในหัวใจ 
บล็อคความรู้สึก
และกลับไปเป็นคนนิ่งๆที่เคยเป็นเหมือนเดิม 
คนที่โลกเป็นสีเทา 
ไม่ใช่โลกที่มีหลายสีแบบนี้ 

หลังจากวันนั้น 
การสนทนาของเราสองก็เริ่มน้อยลง 
จากที่เคยคุยกันยาวๆ 
กลายเป็นถามคำตอบคำ 
พูดจริงๆนะ 
ฉันยังอยากเป็นเพื่อนกับแก 
แต่หัวใจมันรับไม่ไหวจริงๆเว้ย 
สิ่งเดียวที่ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ 
คือฉันต้องหายไป 
และดีที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดา หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ช่วงนั่นเป็นช่วงสอบแกทแพท และ โอเน็ต 
เด็กทุกคนต้องรีบอ่านหนังสือ 
และแม้จะขาดเรียนก็ไม่โดดตัดคะแนน 
ตอนนั้นแหละ
ฉันได้หายไปสมใจ 

หลังจากสอบเสร็จ 
ฉันมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเหมือนเดิมต่อไปอีกแล้ว 
และทุกอย่างก็เป็นเหมือนที่คิด 
ไม่มีการแจ้งเตือนข้อความจากแชทของแก
ไม่มีแล้วเพื่อนคนที่เดินมาพาดแขนบนไหล่ฉัน 
ก็โล่งใจดีเหมือนกันเนอะ 
และอีกใจก็ปวดหน่วงเหลือเกินที่เราเป็นแบบนี้ 
เราเป็นไปแบบนี้จนเราเรียนจบ 
เราแยกย้ายกันไปเรียนต่อตามชีวิตของตัวเอง 
เราเลิกติดต่อกัน
ฉันลบเฟสบุ๊คของแกทิ้ง 

จนเวลาผ่านไปอีกปี 
กลุ่มเรานัดรวมกลุ่มกันในวันสถาปนาของโรงเรียน 
เรากลับมาเจอกัน 
แกยังเหมือนเดิม 
มีแค่ฉันที่เปลี่ยนไป
ฉันแพ้น้ำอย่างหนักตอนที่ย้ายไปเรียนมหาลัยที่ต่างจังหวัด
และในวันนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าไปเอาอีโก้ที่สูงเฉียดฟ้านั่นมาจากไหน 
ฉันหยิ่งมาก
ตอนแกทักฉันแกดูตื่นเต้นมากที่เจอ
ฉันคิดเอาเองว่าแกคงคิดถึงฉันเหมือนกันแหละ
( แบบเพื่อนแหละนะ ) 
แต่ความที่ทำตัวไม่ถูก
ก็เราจบกันไปแบบนั้นนี่เนอะ 
ฉันจะพูดอะไรได้วะ 
ฉันได้แค่ยิ้ม 
และแกก็หน้าเสีย 

พอฉันคิดได้ว่าไม่อยากให้มันจบแบบเดิม 
ฉันเลยเดินไปนั่งข้างแกในหอประชุมวันนั้น
แล้วก็พบว่า " มันไม่ทันแล้วแหละ " 
ก่อนกลับบ้านวันนั้น ฉันโบกมือบอกลาแก
แต่สีหน้าแกวันนั้นมันนิ่งและเรียบเฉย 
ฉันเดาว่าแกคงเกลียดฉันแล้วสินะ
ดูจะเป็นความรู้สึกที่เกลียดมากขึ้นกว่าเดิมด้วย 

จนเวลาผ่านเลยมาหลายปีมากแล้ว 
จนเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง
ฉันก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าเราเหมือนคนไม่รู้จักกันเลยว่ะ 
เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ปะวะ 
สิ่งเดียวที่อยากขอตอนนี้คือไม่อยากให้แกเข้าใจผิด
ว่าสิ่งที่ฉันทำไปเพราะฉันเกลียดแก 
แต่มันเป็นความโง่เง่าเพราะความรักในตอนเด็ก 
ฉันหาทางแก้ปัญหาได้แค่นั้น 
ก่อนจากกันอีกครั้ง 
ฉันกลัวว่าเราอาจจะไม่ได้กลับมาเจอกันอีก
ฉันบอกลาแกสองรอบแกจำได้ไหม 
จะได้รู้สึกว่าฉันตั้งใจบอกลาแกจริงๆนะ

ถ้าบังเอิญแกได้มาอ่าน 
ก็อยากบอกให้รู้ว่า 

" ฉันขอโทษนะเว้ย " 
23 เมษายน 2563 
02 : 12
กับไอ้เรื่องความรักอะ 
บางอย่างเราก็เลือกทำอะไรโง่ๆ
แค่เพียงเพราะว่าเราอยากให้มันจบลง
เราไม่ได้คิดถึงว่าความสัมพันธ์ที่เหลือมันจะไปต่อในทิศทางไหน
เราแค่คิดว่าอยากให้ทุกความรู้สึกที่มีมันหมดลงไป 
แต่กลายเป็นว่าเมื่อเราเริ่ม
โดยที่เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้สิ่งที่เราทำกับเขาอยู่
เขาทำผิดอะไร
สุดท้ายคือต่างคนต่างทำร้ายความรู้สึกของกันและกัน
กลายเป็นว่าแค่คำว่าเพื่อนก็ยังให้กันไม่ได้
จนวันเวลาได้เยียวยาให้ความรู้สึกร้ายๆที่เกิดขึ้นหายไป
แต่กลับอีกฝ่ายเราไม่รู้เลยว่า
ไอ้เรื่องที่เราทำ
มันยังเป็นเรื่องที่จำฝังใจของเขาอยู่หรือเปล่า

สุดท้าย
อยากบอกว่า 
ที่เราทำไปทั้งหมด
เรามีเหตุผล

อะไรที่แกมองว่าฉันไม่ดี 
ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น 
ฉันแค่สร้างมันขึ้นมา 
เพื่อทำให้แกหายไป . 





SHARE
Written in this book
ALL ABOUT HIP .
เรื่องของฉัน
Writer
hip
Just me .
ทุกอย่างที่อยากเขียนและพบเจอ .

Comments