ที่ปัดน้ำตา
บนถนนที่จุดหมายไม่สำคัญ เท่าระหว่างทาง
เพลงที่ดังขึ้น ขณะขับรถ ระหว่างทางนั้น... 




    ปล่อยความคิด ทิ้งไว้ให้ใจไม่ต้องคิด
    ปล่อยชีวิตไปตามแต่โชคชะตา
    ปล่อยความหลังฝังใจให้มันด้านชา
    ปล่อยน้ำตาให้มันหลั่งริน


    ปล่อยให้เธอได้เจอทางที่ดี
    ปล่อยให้เธอได้มีชีวิตใหม่
    ปล่อยให้การเฝ้ารอของเธอ
    ได้เจอจุดหมาย
    ปล่อยความรักนำทางให้เธอ
By : หนุ่ม กะลา

ที่จริง คือเพลงนี้ดังขึ้น ขณะขับรถตอนฝนตก คือโบ๊ะบ๊ะโบ๊ะบ๊ะ มากกกแม่ไม่น่ะ น้ำตาาาไม่ๆอย่า

คือถ้าใคร เปิดเพลงนี้ตอนขับรถในขณะที่ฝนตกคือเตือนไว้ก่อนเลยว่าอย่า เพราะรถมีแค่ที่ปัดน้ำฝน "แต่ไม่มีที่ปัดน้ำตา" 


คือบางทีแอบนึกว่าฟังเพลงเศร้าแล้วต้องมีเราคนเดียวรึเปล่าว่ะที่เจอเรืีองราวความรักที่ไม่ได้เป็นแบบที่อยากให้เป็นหรือที่คิด

แต่นึกดีๆเรืีองราวความรักเป็นสิ่ง ที่อยู่คู่กับเรามาหลายยุคหลายสมัย ผมคงเป็นอีกคนที่เวลามีคนมาเล่าให้ฟังจะไม่มองว่าเพ้อเจ้อ
เพราะผมก็เคยเสียน้ำตา


กว่าจะผ่านความเสียใจของแต่ละคน ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าบางคนมีนยากเย็นแค่ไหนที่ต้องลืม สิ่งที่เคยจำ

คุณค่าของบางสิ่ง
ไม่ได้อยู่ที่ความยาวนาน
ของระยะเวลาที่มันเกิดขึ้น

แต่อยู่ที่มันสร้างความหมาย
แบบไหนให้กับหัวใจของเรา
ต่างหาก...

#DearYouถึงคุณด้วยความคิดถึง



" ลืมหรอ" สำหรับผมกว่าจะเข้าใจ ว่าที่จริงเราไม่ต้องพยามลืม ก็นานพอสมควร นานพอที่จะเอาแต่เปิดเพลงเศร้า ส่องเฟสเค้าถึงแม้จะไม่ได้เป็นเพื่อน ดูแค่สิ่งที่เค้าตั้งสาธารณะก็ยังดี


โพสหน่วงๆจุกๆเศร้าๆไม่หวังให้เค้าเห็นน่ะ แต่คือเห็นบ้างก็ได้ป่ะว่ะงี้ ทำจนเข้าใจว่ามันไม่เป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริงเลย

สำหรับผมแล้ว ปล่อยตัวเองเจ็บลึกอยู่หลายปีจนเวลาก็คัดสรรทางออกมาให้... 

สิ่งที่จะปัดน้ำตาสำหรับบางคนอยู่ตรงนี้
สิ่งที่ทำให้ผมก้าวข้ามความเจ็บปวด กับเรืีองราวในอดีตที่ผมคิดว่าต้องลืม


ผมใช้เวลา ตัดขาดทุกช่องทางอยู่หลายปี ให้ทุกอย่างเดินไปข้าง และได้ให้เวลาทำหน้าที่ในตัวมันเอง ตัวผมก็อยู่กับปัจจุบัน ที่จริงเวลาที่ผ่านมา
ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะทำยังไงให้ลืม อาจเพราะว่าผมไม่อยากลืมจนผมเข้าใจว่า เราไม่จำเป็นต้อง


ลืมทุกสิ่งก็ได้ เมื่อถึงเวลาทุกอย่างจะจะค่อยๆจางไปเอง แต่ในระหว่างที่ยังไม่ลืม ผมก็ทำหน้าที่ตัวเองไป ทำแบบนี้ไปเรื่อยจน ภาพจำมันจะโผ่ลมาแค่บางเวลาเท่านั้น เช่นตอนเพลงโดนๆดังขึ้นในรถ หรือตอนเงียบๆในเวลาที่สมองว่างจากคิดเรื่องอื่นๆ จนวันหนึ่งที่เวลาผ่านมาพอสมควรที่ผมอยากจะ


เผลอตัวไปเจ็บอีกครั้งในมุมของตัวเองโดยการเลิกที่จะลืม แต่ไม่ลืมจุดยืนตัวเอง ที่เลิกลาวันนั้น  


ผมคิดว่าการเริ่มใหม่ที่ดีของผมคือการยอมรับความจริงต่างหากว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อเวลาผ่านไป เราทั้งคู่ต่างเริ่มต้นใหม่กันทางโซเชียล
ผมไม่แน่ใจว่าจะทนเห็นสิ่งต่างๆบนการเคลื่อนไหวเค้าได้มั้ย คือไม่แน่ใจแหละ
แต่วันเวลามันสอนสอนให้ผมควบคุมความคิดตัวเองได้ดีขึ้น

         การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนรุ่นผม               คือการรู้ว่าเราเปลี่ยนชีวิตของตัวเองได้                        ด้วยการเปลี่ยนวิธีคิด...                                เมื่อคุณเปลี่ยนวิธีคิด                                  คุณก็จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้             -​วิลเลียม เจมส์-
ผมใช้ความเข้า อดทนมองสิ่งต่างๆบนทาร์มไลน์เค้า ตั้งแต่หน่วงนิดๆจนทุกอย่างมันผ่านไป
ทุกวันๆๆ ผมก็เริ่มมองมันเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมากก็แค่อิจฉาที่การเริ่มต้นใหม่ของเค้ามันดูเข้ากันดีจนอดใจไม่อิจฉาได้ยาก ถึงมันจะไม่ใช่ผมตรงนั้นก็ตาม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกอิจฉานั่นเท่ากับว่า การไม่ต้องพยามลืมของเรามันสำเร็จแล้ว

เพราะว่าเราอิจฉาเค้า แต่เราก็อิจฉาสิ่งๆต่างๆนอกเหนือจากเรื่องราวของเค้าเช่นกัน นั่นแปลว่าเรา กลับสู่โหมดธรรมดาๆ ที่มองเค้าเป็นคนทั่วๆไป ที่ไม่ได้พิเศษสะทีเดียว นี่แหละเป็นจุดเริ่มของการไม่ต้องพยามลืมของผม

เลิกใช้หัวใจแล้วหันมาใช้สมองบ้าง ถ้าเห็นมันละยังเจ็บอยู่นั่นแปลว่าเรายังไม่พร้อมในโลกใบเก่าที่ต้องเริ่มใหม่

ความหน่วงแหละที่ทำให้พอทนดูไปได้ และใช้สมองคอยคิดเตือนตัวเองว่าถ้าไม่อยากเสียการทรงตัวอีก ควรควบคุมความคิดใช้สมองกับหัวใจให้ถูกให้เป็น

            หากใช้ชีวิตโดยไม่ใช้สมอง                              คุณก็จะถูกกลืนสมองไปในที่สุด           BY: THE LITTLE BOOK OF THINKING BIG.การยอมรับ และไม่เข้าข้างตัวเอง มองสิ่งดีๆในชีวิตเค้า คืออีกรูปแบบที่เราสามารถ เป็นผู้ให้เค้าได้
......................................................... 
" ก็ยังคงอวยพรให้ตลอดไม่ว่าจะกับพระเจ้าองค์ใด ขอให้เธอผู้นั้นเติบโตไปอย่างสดใส
รอบกายรายล้อมไปด้วยผู้คนที่รัก 
และตราบใดที่ฟ้ายังคงเปลี่ยนสี
ขอให้เธอผู้นั้นไม่แตกสลายไม่ว่าจะกับเรื่องอะไรก็ตาม" 


ความยินดีที่มาจากใจจริง ถึงไม่ใช่สิ่งที่เค้าจะต้องการหรืออยากได้ยิน แต่มันเป็นการปล่อยวางที่มาจากใจเรา ที่ทำให้ใจเราได้ทำสิ่งที่
คนร่วมโลกที่เคยพิเศษ มอบให้ได้ทางความคิดเพื่อก้าวต่อไปบนทางตัวเอง


ผมยังเชื่อเสมอและอยากให้หลายๆคนเชื่อ
ผมชอบคำกล่าวนี้ที่ว่า... 

ผมเชื่อว่า ความรักที่ดี มีอยู่จริง
ไม่ใช่เพราะผมเคยได้รับ
แต่เพราะผมเคยได้ให้ใครจริงๆ ต่างหาก.

#เขาเป็นคนที่ ‘คิดถึงเมื่อไหร่ก็คืออุ่นใจเมื่อนั้น’

              แค่นี้จริงๆ....... 

“ทั้งชีวิตของผม ผมไม่เคยรักใคร
เหมือนที่ผมรักคุณ นั่นไม่มากมายอะไรเพราะผมอายุแค่ 22 ปี แต่มันจะยังคงเป็นความจริงตอนผมอายุ 70”

- La Casa De Papel -



SHARE
Writer
O_TIST
O-tist
ผู้ชายธรรมดา :ที่เชื่อว่า ถ้าเราไม่มองข้าม สิ่งต่างๆ บางเรื่องราวเปลี่ยนแปลง ..."ความคิดคนเราได้" และสร้างความเจ็บปวดได้เช่นกัน ..ผมเชื่อแบบนั้น.

Comments

K0YK0Y
2 days ago
มา
กอดดด 🤟🏻🤟🏻🤟🏻🤟🏻
Reply